• 18 ธันวาคม 2560 - 12:18 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

สกน.ทวงถามการแก้ปัญหาที่ดินภาคเหนือ ดันธนาคารที่ดิน-โฉนดชุมชน

 วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 - 02:14 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 1,143 ครั้ง พิมพ์

 

ลำพูน/สกน. ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ผ่านปลัดจังหวัดลำพูน เร่งแก้ไขปัญหาเกษตรกรภาคเหนือ ผลักดันพ.ร.บ.ธนาคารที่ดินฉบับชาวบ้าน และโฉนดชุมชน



วันนี้ (27 กรกฎาคม 2559) เครือข่ายสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) นำโดยนายดิเรก กองเงิน ประธานเครือข่าย ร่วมด้วยชาวบ้านเครือข่ายสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือประมาณร้อยกว่าคนได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เพื่อเร่งรัดแนวทางสิทธิการจัดการทรัพยากรในรูปแบบ “โฉนดชุมชน”  “โครงการนำร่องธนาคารที่ดิน” และปัญหาเชิงนโยบายที่กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ได้เดินทางมายังศาลากลางจังหวัดลำพูนวันนี้ เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนติดภารกิจ จึงได้มอบหมายให้ปลัดจังหวัดลำพูน นายณรงค์ โรจนโสทร มารับแทน โดยนายดิเรก กองเงิน ประธานสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือเป็นตัวแทนยื่นหนังสือ เพื่อขอให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. ขอให้เร่งรัดแนวทางรับรองอุดมการณ์สิทธิชุมชนในการดูแลจัดการ ที่ดินและทรัพยากรในรูปแบบ “โฉนดชุมชน” โดยการผลกดัน ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้เข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติโดยเร็ว
  2. เร่งรัดการดำเนินงาน “โครงการนำร่องธนาคารที่ดิน” ในพื้นที่นำร่องจังหวัดลำพูน – เชียงใหม่ เพื่อการแก่ไข้ปัญหาของประชาชนอย่างตรงจุดและแท้จริง และเร่ง พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน ตามร่างของภาคประชาชนและตราเป็นกฎหมายโดยเร็ว
  3. กรณีการประกาศแนวเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งที่ผ่านมาปัญหาความไม่ชัดเจนของแนวเขตระหว่างของรัฐกับชุมชนจนกลายเป็นมูลเหตุแห่งความขัดแย้ง ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต จึงขอให้มีคำสั่งการกันเขตพื้นที่ของชุมชนออกก่อนการประกาศเขตอุทยานฯ และเพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนและแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบแนวเขตอุทยาน โดยในระหว่างนี้ให้ชะลอการประกาศเขตอุทยานทั้ง 8 แห่ง ไปก่อนจนกว่าจะมีกระบวนการแก้ไขปัญหา และได้ข้อยุติจากทุกฝ่าย
  4. ขอให้ชะลอการดำเนินนโยบายพัฒนาที่จะส่งผลกระทบต่อสิทธิและชีวิตของประชาชนและสร้างกระบวนการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยเฉพาะนโยบายเขตเศรษบกิจพิเศษที่มุ่งเพียงมิติทางเศรษฐกิจจนสร้างผลกระทบด้านสังคม วัฒนธรรม แก่ชุมชนดั้งเดิมอย่างไม่เป็นธรรม
  5. กรณีปัญหาที่ดินบ้านดอยเทวดา ตำบลสบบง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา โดยขอให้มีการสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมติในที่ประชุมคระทำงานตรวจสอบข้อเท็จเจริง กรณีการแก้ไขปัญหาที่ดินสาธารณะประโยชน์และที่ดินปล่อยทิ้งร่างของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม จังหวัดพะเยา (ครั้งที่ 1/2559) เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 ณ ศาลากลางจังหวัดพะเยา
  6. กรณีปัญหาการต่อสู้คดีความของบ้านห้วยม่วง ตำบลสบเตี๊ยะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ (สมาชิก สกน.) ร้องขอให้มีการช่วยเหลือด้านการสู้คดี โดยให้มีการอนุมัติช่วยเหลือเงินค่าธรรมเนียมศาลเพื่อใช้ต่อสู้คดีในชั้นศาลต่อไป เนื่องจากชาวบ้านในชุมชนเป็นผู้มีฐานะยากไร้ ไม่มีเงินในการใช้ต่อสู้คดี

 

หลังการยื่นหนังสือผ่านปลัดจังหวัดลำพูน ทางเครือข่าย สกน. ได้เดินทางไปสักการะอนุสาวรีย์เจ้าแม่จามเทวีเพื่อขอปกป้กรักษาคุ้มครองการต่อสู้ของพี่น้อง สกน. ได้บรรลุผล ได้รับความเป็นธรรมอย่างแท้จริง

จากนั้น สมาชิกเกือบทุกคนได้ร่วมเดินเท้าต่อไปยังเรือนจำจังหวัดลำพูน เป็นระยะทางประมาณ 4.5 กิโลเมตร เพื่อเข้าเยี่ยมนักต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดินทำกิน 7 คนจากบ้านแพะใต้ ตำบลเวียงหนองล่อง อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน ซึ่งถูกจำคุกจากกรณีพิพาทกับนายทุนด้วยข้อหาบุกรุกที่ดินผู้อื่น (ที่ดินผืนนี้แต่ก่อนเป็นที่ดินสาธารณะของชาวบ้าน แต่ได้รับการออกโฉนดและมีการซื้อขายภายหลัง) และมีการเปิดอ่านเรียกร้องอีกครั้งหลังการเข้าเยี่ยมหน้าเรือนจำ

 

ทั้งนี้ นายดิเรก กองเงิน ประธานสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ ได้ให้สัมภาษณ์หลังการอ่านข้อเรียกร้องเร่งรัดแก้ไขปัญหาที่ดินของเกษตรกรภาคเหนือว่า เนื่องจากการต่อสู้ของ สกน. ตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมายังค้างคาคาราคาซังอีกมาย แม้แนวทางโฉนดที่ดิน และ ธนาคารที่ดิน จะเกิดขึ้นมาแล้ว แต่ก็ยังคงไม่ไปถึงที่หมายที่แท้จริงสักที กระทั่งมีผลทำให้พี่น้องที่ต่อสู้ในเรื่องที่ดินทำกินต้องมาติดคุก ทั้งที่หากธนาคารที่ดินได้เร่งรัดดำเนินการโดยเร็ว ก็จะมีผลทำให้ไม่ต้องมีใครติดคุก เพราะกรณีพิพาทระหว่างนายทุนกับเกษตรกร ได้รับการเจรจาไกล่เกลี่ยในเบื้องต้นแล้ว และนายทุนทุกพื้นที่ปัญหาในโครงการนำร่อง 5 พื้นที่ยอมรับที่จะขายที่ดินให้กับเกษตรกรแล้ว แต่ว่าติดที่การอนุมัติเบิกจ่ายไม่สามารถเกิดขึ้นจริง กระทั่งนำไปสู่การอ่านคำพิพากษา ทำให้ชาวบ้านบ้านแพะใต้ 7 ราย ต้องถูกจำคุก ซึ่งหากธนาคารที่ดินยังดำเนินการล่าช้าอีก ก็อาจจะมีรายอื่นๆ ที่คล้ายกันเช่นนี้ถูกจำคุกอีก เพราะปัญหาพิพาทเรื่องที่ดินทำกินเป็นปัญหาสะสมรกเรื้อมายาวนานและมีมากมายในประเทศนี้ระหว่างคนจนกับนายทุน

นายดิเรก กองเงิน กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน มีถึง 3 ฉบับ ซึ่งมีการแปรเจตนารมณ์บิดเบี้ยวไปจากเดิมหลายอย่าง โดยเฉพาะการแปรสภาพซื้อขายคล้าย ธกส. มีการคิดดอกเบี้ยสูงพอกัน และบุคคลใดบุคลลหนึ่งสามารถซื้อขายได้ ทั้งที่เจตนารมณ์เดิมต้องเป็นการรวมกลุ่มเพื่อให้ที่ดินทำกินเป็นของเกษตรกรจริงๆ  ทาง สกน. จึงเรียกร้อง ขอให้รัฐบาลรับรอง พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน ฉบับของชาวบ้านดังเดิม มิเช่นนั้น ธนาคารที่ดินที่ทางเครือข่ายได้ต่อสู้ ผลักดันตลอดมาจะไม่มีประโยชน์อันใดเลยต่อเกษตรกร.

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,923 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.