• 18 ธันวาคม 2560 - 12:16 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ตัวตนของคนไร้บ้านเมืองเชียงใหม่? การสำรวจและคำถามเพื่อความเข้าใจปัจจุบัน-อนาคต

 วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 - 20:52 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 840 ครั้ง พิมพ์

 

ชลธิชา พงษ์สุวรรณ นักศึกษาฝึกงานประชาธรรม



สังคมปัจจุบันเรายังสามารถพบเห็นคนไร้บ้านได้ตามเมืองใหญ่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะเมืองที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เช่น กรุงเทพ ขอนแก่น รวมถึงเมืองเชียงใหม่ด้วย ที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคเหนือและมีความเจริญกว่าจังหวัดอื่น ๆ โดยรอบ  เป็นเมืองที่มีประชากรมากมาย มีความหลากหลายทางสังคม ทำให้สามารถพบเห็นคนไร้บ้านอาศัยอยู่แต่ก็ยังมีจำนวนไม่มากเมื่อเปรียบเทียบกับคนไร้บ้านในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร

โดยส่วนใหญ่คนไร้บ้านตามจังหวัด จะประสบปัญหาคล้ายคลึงกัน ซึ่งหลัก ๆ จะเกิดจากปัญหาทางครอบครัว ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจให้เดินทางออกมาใช้ชีวิตแบบไร้บ้าน ดังสุภาษิตที่ว่า 'คับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก' อีกทั้งยังมีปัญหาส่วนตัวอีกหลายอย่างมารุมเร้า เช่น ปัญหาทางเศรษฐกิจ ปัญหาชีวิตที่ไร้ทางออก

คนไร้บ้านที่อาศัยภายในตัวเมืองเชียงใหม่นั้น มีจำนวนไม่มาก ประมาณ 166 คน (ข้อมูลเมื่อปี 2553 ของเครือข่ายคนไร้บ้านเชียงใหม่) กระจายตัวพักอาศัยตามพื้นที่ในเขตเมือง เช่น ตลาดวโรรส ประตูท่าแพ ซอยสถานบันเทิงต่าง ๆ ซึ่งคนไร้บ้านเหล่านี้มีหลากหลายกลุ่ม ทั้งอยู่เป็นครอบครัว อยู่คนเดียว และอยู่รวมตัวกันเป็นกลุ่ม โดยคนไร้บ้านในตัวเมืองเชียงใหม่จะมีลักษณะในการใช้ชีวิตใน 2 ลักษณะที่แตกต่างกัน เช่น คนไร้บ้านที่อาศัยภายในศูนย์พักพิง และคนไร้บ้านที่อาศัยบริเวณพื้นที่สาธารณะ

กลุ่มคนไร้บ้านที่อาศัยภายในศูนย์พักพิง จะเป็นการใช้ชีวิตในลักษณะภายในบ้านหลังเดียวกัน เปรียบเสมือนครอบครัวใหญ่ ซึ่งทุกคนภายในศูนย์ล้วนมีความรัก ความผูกพันให้ซึ่งกันและกัน แม้จะมีการทะเลาะกันบ้าง “ทะเลาะกันตลอด เป็นประจำ แต่ทะเลาะกันแล้ว ทะเลาะจบ คือ จบ วันต่อไปก็คุยกันปกติ” ป้าอ้วนกล่าว

ภาพภายในศูนย์พักพิงคนไร้บ้านเชียงใหม่

 

เมื่อคนไร้บ้านเข้ามาอาศัยอยู่ร่วมกันภายในศูนย์ฯ จึงจำเป็นต้องมีการตั้งกฎเกณฑ์ เพื่อให้ทุกคนได้ปฏิบัติตาม โดยจะมีการกำหนดหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน คือ การเก็บขยะกองกลาง เพื่อนำไปสมทบกองทุนสวัสดิการ กองทุนที่อยู่อาศัย และนำไปใช้จ่ายในส่วนกลาง อีกทั้งยังมีการแบ่งเวรประจำวันในการทำความสะอาดศูนย์ฯ ด้านอาชีพโดยส่วนใหญ่วัยกลางคนที่มีแรงมีกำลังอยู่จะเก็บของเก่าขาย รับจ้างทั่วไป เป็นยาม ส่วนผู้สูงอายุที่ไม่สามารถออกไปทำงานได้ ก็จะอยู่ที่ศูนย์ฯ

 

ภาพคนไร้บ้านที่อาศัยบริเวณพื้นที่สาธารณะ

ในส่วนของคนไร้บ้านที่อาศัยบริเวณพื้นที่สาธารณะ ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เศรษฐกิจ เช่น ร้านค้า ตลาด ริมถนน ริมแม่น้ำ และอีกส่วนหนึ่งจะเข้าไปอาศัยบริเวณเจดีย์เก่า ซึ่งจะใช้ชีวิตตัวคนเดียว บางคนก็ไม่ได้ประกอบอาชีพ ไม่ได้ทำมาหากิน อาหารที่ได้ก็จะรับจากคนที่มาบริจาคให้ในแต่ละวัน ส่วนบางคนที่รับจ้างทำงาน เงินที่ได้มาส่วนใหญ่ก็จะมาซื้อเหล้ากิน ซึ่งพี่หนุ่ย นักสำรวจเรื่องคนไร้บ้านได้เล่าว่า “ทำงานได้เงินมา เขาก็เอาไปซื้อเหล้ากิน”

การที่คนไร้บ้านที่อาศัยบริเวณพื้นที่สาธารณะไม่เลือกเข้ามาอยู่ภายในศูนย์ฯ เหตุผลหนึ่ง คือ การเข้ามาอยู่ศูนย์ฯต้องมีกฎเกณฑ์ปฏิบัติร่วมกัน จึงให้บางคนไม่อยากมาอยู่

พี่หนุ่ย นักสำรวจเรื่องคนไร้บ้านเล่าว่า “เขาเลือกแบบนี้ เพราะไปอยู่ศูนย์ต้องรับผิดชอบมาก”

พี่ชัย เครือข่ายคนไร้บ้านเล่าถึงชีวิตคนไร้บ้านคนหนึ่งว่า “เขาหนีออกจากศูนย์ ไม่อยากอยู่แล้วแกก็สติไม่ดี”

ที่กล่าวมาจะเห็นว่า ความเหมือนที่แตกต่างของคนไร้บ้านในตัวเมืองเชียงใหม่ มีความเหมือนตรงที่ว่าคนไร้บ้านส่วนใหญ่เป็นบุคคล หรือกลุ่มคนประสบปัญหาในชีวิตเหมือนกัน แต่สิ่งที่แตกต่างกัน คือ ความเป็นอยู่ การดำเนินชีวิต การประกอบอาชีพ แต่สุดท้ายก็อยู่ที่ตัวคนไร้บ้านเองว่าต้องการจะเลือกเป็นคนไร้บ้านที่อาศัยภายในศูนย์พักพิง หรือคนไร้บ้านที่อาศัยบริเวณพื้นที่สาธารณะ.

อนึ่ง ระหว่างวันที่ 16-17 ก.พ.60 ที่ผ่านมาอาสาสมัครนักศึกษาคณะสังคมศาสตร์ และคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำนวน 20 คน กลุ่มคนไร้บ้านเชียงใหม่ พร้อมด้วยตัวแทนจากสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สสส. มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งเชียงใหม่ ได้ลงทำการสำรวจจำนวนคนไร้บ้านเชียงใหม่อีกครั้ง และทำการเก็บข้อมูลสัมภาษณ์เชิงลึกโครงการการสำรวจข้อมูลทางประชากรเชิงลึกของคนไร้บ้านจังหวัดเชียงใหม่ และการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายอย่างเป็นระบบ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากแผนงานสนับสนุนองค์ความรู้เพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำหรับผลการศึกษาเราคงได้เห็นกันเร็ว ๆ นี้

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,923 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.