• 23 พฤศจิกายน 2560 - 17:57 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ปชช.-นักวิชาการ-นักศึกษา-นักกิจกรรม-เอ็นจีโอ แห่ให้กำลังใจกลุ่มโดนหมายเรียกกรณีทำกิจกรรมงานไทยศึกษา

 วันที่ 21 สิงหาคม 2560 - 03:29 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 2,553 ครั้ง พิมพ์

 

ประชาชนจากหลายพื้นที่ นักวิชาการ นักกิจกรรม นักศึกษา และองค์กรพัฒนาเอกชน ที่รู้จักและเคยร่วมทำกิจกรรมกับกลุ่มที่โดน หมายเรียก กรณีทำกิจกรรมงานไทยศึกษา 100 กว่าคน แห่ให้กำลังใจ หลังโดนหมายเรียกจากสถานีตำรวจภูธรช้างเผือก ลงวันที่ 11 สิงหาคม 2560 ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 เรื่องการมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าคสช. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

สืบเนื่องจาก พันเอกสืบสกุล บัวระวงศ์ รองผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดเชียงใหม่ และรองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ได้มอบอำนาจให้ร้อยโทเอกภณ แก้วศิริ มาเป็นผู้แจ้งความร้องทุกข์ โดยมีร้อยตำรวจเอกณัฐวัฒน์ เขื่อนแก้ว รองสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรช้างเผือกให้แจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวโดยนัดหมายมาให้ปากคำ ซึ่งทั้งห้าคนได้นัดหมายมาให้ปากคำในวันนี้ ( 21 สิงหาคม 2560) ในเวลา 13.00 น.แก่บุคคลประกอบไปด้วย

1.    ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ ผู้ถูกกล่าวหาลำดับที่ 1

2.    ภัควดี วีระภาสพงษ์ นักแปลและนักเขียนอิสระ ผู้ถูกกล่าวหาลำดับที่ 2 

3.     นลธวัช มะชัย นักศึกษาปริญญาตรีคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ถูกกล่าวหาลำดับที่ 3 

4.     ชัยพงษ์ สำเนียง นักศึกษาปริญญาเอกคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ถูกกล่าวหาลำดับที่ 4

5.     นายธีรมล บัวงาม นักศึกษาปริญญาโท คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และบรรณาธิการสำนักข่าวประชาธรรม ผู้ถูกกล่าวหาลำดับที่ 5 

ในระหว่างรอการให้ปากคำมีประชาชนจากหลายพื้นที่ นักวิชาการ นักกิจกรรม นักศึกษา และองค์กรพัฒนาเอกชน ทยอยมาให้กำลัง และสังเกตุการณ์เรื่อยๆ เช่น กลุ่มแม่ญิ๋งชนเผ่า( 50 คน) เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมือง เครือข่ายปฏิรูปที่ดิน คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน ภาคเหนือตอนบน(กป.อพช.ภาคเหนือบน) เครือข่ายแรงงานภาคเหนือ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีผู้สังเกตการณ์ เช่น ผู้สังเกตการณ์จากแอมเนสตี้  กงสุลกงสุลอเมริกา เชียงใหม่ ฯลฯ

ศ.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ อาจารย์ภาคประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกัน แต่ต่างกรรม ต่างวาระ กล่าวว่า หน่วยงานความมั่นคงตื่นตระหนกเกินไปกับแผ่นกระดาษไม่กี่แผ่น มันแค่กระดาษสามใบที่เขียนด้วยลายมือ ซึ่งเกิดจากคนในงานเห็นทหารเดินไปเดินมาในงานเสวนาวิชาการ เขาก็ไม่พอใจเพราะมันเป็นเวทีวิชาการ ทหารทำเรื่องไม่เป็นเรื่องให้เป็นเรื่อง

“ถ้าระบอบทหารจะพังด้วยกระดาษ สิ่งที่ต้องคิดคือระบบ ไม่ใช่กระดาษ หรือผู้ที่มาติดกระดาษ”

บี (นามสมมุติ) นักศึกษาปี 4 คณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ตนมาให้กำลังใจผู้ถูกดำเนินคดีทั้งห้าคน เพราะเห็นว่าการกระทำเช่นนี้คือการบั่นทอนเสรีภาพทางวิชาการ ในงานเวทีวิชาการไทยศึกษาเป็นการถกเถียงทางวิชาการ ไม่ได้บอกว่าอะไรดีเลว แต่เป็นการถกเถียง เป็นสิ่งที่มนุษย์พึงมี ประเทศเราจะพัฒนาได้อย่างไร ถ้าเราไม่มีสิทธิคุยกัน

“ทุกวันนี้ มหาวิทยาลัยถูกปิดกั้นเสรีภาพอยู่แล้ว เวลาจะจัดงานเสวนาอะไรก็มีคนเฝ้าติดตามตลอด มันไม่ได้เป็นความรุนแรง มันไม่ได้เป็นการล้มระบบรัฐ เป็นการคุยกันแบบผู้มีปัญญา มันไม่ควรจะผิดอะไร อันที่จริง มีการแจ้งประสานไปที่หน่วยงานต่างๆ เพราะมันเป็นงานใหญ่ แต่กลับไปแจ้งข้อกล่าวหาว่าไม่ได้ประสานไว้ก่อน ทำไมต้องไปแจ้งข้อกล่าวหาแบบนั้น งานนี้มีคนเข้าร่วมมากกว่าพันคน แต่กลับจับแค่ห้าคน”

“อันที่จริงทางมหาวิทยาลัยควรออกมาทำอะไรมากกว่านั่งเงียบอย่างที่เป็นอยู่ เป็นงานของมหาวิทยาลัยฯ ผมรู้สึกเหมือนอกหักเล็กๆ ที่มหาวิทยาลัยไม่ทำอะไรเลย อย่างน้อยควรแสดงจุดยืน แสดงความรับผิดชอบ ว่าสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผิด การที่คุณนิ่งเฉย มันแสดงออกถึงการยอบรับว่าสิ่งที่ถูกกล่าวหาเป็นสิ่งที่ถูกต้อง”

“บรรยากาศแบบนี้มันอึมครึม และจะยิ่งอึมครึมทั่วประเทศถ้าห้าคนนี้มีความผิด เพราะเราไม่มีสิทธิ และเสรีภาพในการพูดเลย ธรรมศาสตร์ จุฬาฯก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย ประเทศจะพัฒนาได้อย่างไรถ้าไม่มีการถกเถียงทางวิชาการ”

อังคณา นีละไพจิตร  คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

“การกล่าวหาแก่คนทั้ง 5 โดยอ้างว่ามีการชูป้าย  จะเป็นการยุยง และทำให้เกิดความไม่สงบ สำหรับตนเองมองว่าสิทธิของนักวิชาการต้องได้รับความเคารพ งานไทยศึกษาจัดอย่างเปิดเผย ไม่มีลักษณะการชุมนุม คนที่มาก็มีการลงทะเบียน ไม่ใช่ใครเอาป้ายมาแปะก็ได้  ตอนนี้เราก็มีรัฐธรรมนูญแล้ว แต่เราก็ยังใช้คำสั่งนี้อยู่ในการจำกัดเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพทางวิชาการ  ยิ่งทำให้เกิดความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าแสดงความคิดเห็น ตอนนี้มีการปฏิรูปการเปิดรับฟังความคิดเห็นเป็นสิ่งที่รัฐบาลควรรับฟัง”

 

ดิเรก กองเงิน  เครือข่ายปฏิรูปที่ดิน 

“วันนี้มาให้กำลังใจทั้ง 5 ท่านที่ถูกตั้งข้อกล่าวหา  สำหรับตนเองเห็นว่าบรรยากาศเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างมาก  เพราะจริงๆ แล้วนักวิชาการ  นักศึกษา  นักกิจกรรมที่โดนคดีนี้  ในแง่สาธารณะแล้วบุคคลเหล่านี้ถือว่าเป็นเสมือนกระจก  ที่รัฐบาลต้องรับฟังเสียงด้วย  เพราะการทำงานไม่ว่ากลุ่มองค์กรไหน  ก็ไม่มีทางได้ 100 เปอร์เซ็นต์  การฟังเสียงประชาชนทุกกลุ่มจึงเป็นสิ่งจำเป็น” 

 

ชัชวาล บุญปัน   

“ในความเห็นตนเองต่อเรื่องนี้คิดว่าสังคมต้องให้กำลังใจต่อนักวิชาการ  นักศึกษา สื่อมวลชนที่ถูกดำเนินคดี  ความจริงแล้วในแง่ของนักวิชาการนั้นมีบทบาทที่ชัดเจนอยู่แล้วคือการพูดความจริง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาด  เพราะทำลายศักยภาพของสังคมไทยโดยรวม   ทำลายพื้นที่การแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลายไป  ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อการบริหารงานราชการแผ่นดิน”

 

ชัชวาลย์   ทองดีเลิศ

“บทบาทของนักวิชาการ นักศึกษา นักกิจกรรมทางสังคม และสื่อมวลชนมีหน้าที่ในการติดตาม และวิเคราะห์สังคมในสถานการณ์วิกฤติ ดังนั้นจึงควรมีพื้นที่ของเสรีภาพในการพูดคุยแลกเปลี่ยน กรณีนี้ถือเป็นการลิดรอน เสรีภาพทางวิชาการ  เวทีไทยศึกษาเป็นเวทีที่มีนักวิชาการมาจากทั่วโลก  ฉะนั้นควรเปิดพื้นที่ให้นักวิชาการได้แสดงความเห็นที่เป็นประโยชน์กับสังคม  การตั้งข้อกล่าวหาแก่คนทั้ง 5 คนจะยิ่งทำให้ประเทศถอยหลัง  และอยู่ในบรรยากาศของความหวาดกลัว”

เวลาประมาณ 15.30 น. หลังกระบวนการสืบสวน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ทั้ง 5 คน รับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันชุมนุมมั่วสุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ที่ สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ และปฏิเสธข้อกล่าวหา และขอยื่นคำให้การเพิ่มเติมภายหลัง

เหตุที่นำมาสู่การตั้งข้อกล่าวหา คือ เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2560 ผู้ต้องหาได้ร่วมกันติดแผ่นป้ายมีข้อความ “เวทีวิชาการ ไม่ใช่ค่ายทหาร” ที่ฝาผนังห้องประชุม ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และถ่ายภาพกับแผ่นป้าย ซึ่ง พ.ต.ท.อินทร แจ้งข้อหาว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการแสดงความเห็นเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านทางการเมือง ประชาชนทั่วไปผ่านมาพบเห็นโดยง่าย และอาจนำไปเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต เพื่อให้กลุ่มบุคคลที่ต่อต้านรัฐบาลรับรู้รับทราบ เป็นการต่อต้าน ยุยง ปลุกปั่น หรือปลุกระดมทางการเมือง อาจก่อให้เกิดกระแสต่อต้านรัฐบาลในเชิงลบ

ผู้กล่าวหาระบุว่า กรณีที่ผู้ต้องหาร่วมกันชูป้าย “เวทีวิชาการ ไม่ใช่ค่ายทหาร” แล้วยกมือขวาชูสามนิ้ว (นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง) และถ่ายภาพประกอบ ถือเป็นการฝ่าฝืนหรือละเมิดคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ข้อ 12 ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม “แจ้งข้อหาชุมนุมทางการเมืองคดี “เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร” เหตุอาจก่อกระแสต่อต้าน รบ.ในเชิงลบ” )

ดูวีดีโอบรรยากาศการให้สัมภาษณ์ของชยันต์ วรรธนะภูติ และ ภัควดี วีระภาสพงษ์ 2 ใน 5 ผู้ถูกกล่าวหา

 

ภาพบรรยากาศ

 

 

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,865 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.