• 18 พฤศจิกายน 2560 - 00:20 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

คนงานสูงวัยกับบ้านเลี้ยงเด็กในแคมป์คนงานข้ามชาติ สวัสดิการที่ลอยคอ-รอคอย

 วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 - 04:32 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 524 ครั้ง พิมพ์

 

แคมป์คนงานก่อสร้างข้ามชาติแห่งหนึ่งในเชียงใหม่มีบ้านรับฝากเด็ก ซึ่งผู้เลี้ยงคือ คนแก่ผู้มีประสบการณ์ บ้านรับเลี้ยงเด็กแห่งนี้ไม่ได้มีคนจัดตั้งขึ้น แต่เริ่มต้นจากความพยายามจัดการปัญหาเรื่องเด็กอ่อนที่แรงงานไม่สามารถนำไปเลี้ยงในที่งานได้ และมีข้อจำกัดในการนำไปฝากเลี้ยงกับรัฐและเอกชนในที่อื่นๆ เป็นต้นว่า เวลาเปิดปิดไม่สอดคล้องกับเวลาทำงานของแรงงานฯ ค่าใช้จ่ายสูง และบางแห่งไม่รับลูกแรงงานข้ามชาติ

จากการลงพื้นที่จ.เชียงใหม่ของเครือข่ายแรงงานภาคเหนือเมื่อช่วงสามเดือนที่ผ่านมา เพื่อหาข้อมูลพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย “คุณภาพชีวิตของแรงงาน(สุขภาพ ที่อยู่อาศัย การศึกษา รายได้ วัฒนธรรม) และการเข้าถึงหลักประกันทางสังคม และการจ้างงานที่เป็นธรรม” ได้สังเคราะห์ข้อมูล สรุปปัญหาการเลี้ยงลูก และฝากเลี้ยงเด็กดังนี้

1.ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

2.ความไม่ไว้ใจในการเอาใจดูแลและเลี้ยงดูเด็กของศูนย์รับเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียน ไม่ดูแลเรื่องความสะอาดของเด็ก / พี่เลี้ยงและเด็กสัดส่วนไม่เหมาะสมกัน

3.การรับส่งลูก เวลาไม่สอดคล้องกับพ่อแม่ มีรถจักรยานยนต์คันเดียว บางครั้งต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่ แม่ไปรับไม่ได้ก่อนเวลาเลิกงาน

4. ศูนย์รับเลี้ยงบางแห่งไม่รับลูกของแรงงานข้ามชาติ

5. คนเลี้ยง และพื้นที่ไม่พอ บางแห่งใช้คนหนึ่งคนเลี้ยงเด็ก 4 -8 คนต่อวัน บางแห่งแม้ว่าจะมีพื้นที่พอสมควรแต่ ไม่มีพัดลม ปล่อยให้เด็กเล่น มอมแมม ไม่อาบน้ำให้เด็ก ไม่สอนหนังสือให้ทำให้เด็กขาดการพัฒนาในด้านต่างๆ

และเมื่อสำรวจถึงความพึงพอใจ แรงงานข้ามชาติพอใจที่จะฝากเด็กเล็กไว้กับญาติ หรือบ้านเลี้ยงเด็กในแคมป์เพราะ ถูกกว่าที่อื่น  ง่ายต่อการจัดการไม่ต้องไปรับไปส่ง และเหมาะสมกับเวลาเลิกงาน

ป้ามั่น  ที่ปรึกษาแคมป์คนงานแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การที่คนงานฝากเด็กไว้ที่แคมป์ เพราะมันจำเป็น สะดวก และง่ายที่สุด จะเอาไปเลี้ยงเองบางแห่งก็ไม่อนุญาต หรือถ้าอนุญาตเด็กที่นำเข้าไปเลี้ยงก็มักจะเกิดอุบัติเหตุ เช่นตะปูตำ เหล็กทิ่ม แผลถลอก ฯลฯ

“บ้านรับเลี้ยงเด็กในแคมป์นี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ มีคนแก่คนหนึ่งเขาย้ายมาอยู่กับญาติ เขาทำงานไม่ได้แล้ว ลูกหลานก็ฝากเลี้ยงเด็ก พอคนงานคนอื่นเห็นว่าสะดวก ไม่ต้องไปรับส่งจึงเอามาฝาก กลายเป็นที่รู้กันว่า ในแคมป์แห่งนี้มีบ้านรับเลี้ยงเด็ก เสียวันละ 50 บาท”

กรณีแคมป์คนงานย่านชานเมืองแห่งนี้ ถูกดูแลโดยป้าจึ่ง หญิงสูงวัยอายุเกิน 60 ปี  แกย้ายมาอยู่กับลูกหลาน แต่ว่าแกไม่สามารถทำงานก่อสร้างได้ เขาเลยขอให้ป้าช่วยเลี้ยงเด็ก พอเลี้ยงไปเลี้ยงมา คนงานคนอื่นๆเห็นก็นำมาฝาก จนปัจจุบันทำมาได้เกือบสี่ปีแล้ว

การเลี้ยงเด็กในแคมป์ฯจึงตกอยู่กับผู้สูงวัย ในแง่หนึ่งเป็นการแบ่งเบาภาระ และปัญหาของคนงานข้ามชาติที่เหมาะสมกับ “เวลา” และ “สถานที่” ทำงานของพวกเขา อีกทั้งยังทำให้คนงานสูงอายุจัดการเวลาของตนเองได้ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็สะท้อนให้เห็นว่า มาตรฐานสวัสดิการขั้นพื้นฐานของแรงงานข้ามชาติตามหลักสิทธิมนุษยชนยังคงต่ำอยู่  เสมือนสวัสดิการที่ถูกลอยคออยู่กลางแม่น้ำ 

การเลี้ยงเด็กในแคมป์คนงานข้ามชาติเป็นอย่างไร และมีแนวทางอย่างไรที่แรงงานข้ามชาติจะเข้าถึงสวัสดิการที่รอคอยได้ ติดตามชมทางประชาธรรมทีวี ในตอน “คนงานสูงวัยกับบ้านเลี้ยงเด็กในแคมป์คนงานข้ามชาติ สวัสดิการที่ลอยคอ-รอคอย” ซึ่งเป็นความร่วมมือการทำงานระหว่างมูลนิธิสื่อประชาธรรม กับเครือข่ายแรงงานภาคเหนือ กลุ่มแรงงานข้ามชาติสามัคคี (WSA) สหพันธ์คนงานข้ามชาติ (MWF) มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์ (MAP)

 

 

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,845 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.