• 15 ธันวาคม 2560 - 00:15 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

หรือว่าข้ากับเจ้าไม่เท่ากัน?

 วันที่ 2 ธันวาคม 2560 - 17:04 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 220 ครั้ง พิมพ์

 

ภาพประกอบจากเพจ: กลุ่มคนไร้บ้านเชียงใหม่



บนโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายแต่แฝงความโดดเดี่ยวและเปลี่ยวเหงาไว้อย่างลึกเร้นจนเราอาจหลงลืมมันไป บางครั้งเรารู้สึกแปลกแยกกับสังคมที่เราเหยียบยืนโดยไม่ทราบสาเหตุ คิดอยากจะหนีไปเสียให้พ้นๆ จากสิ่งที่กำลังเผชิญตรงหน้า หลายคนเลือกสร้างพื้นที่ขึ้นมาเพื่อปิดกั้นตัวเองจากสังคมและผู้คนรอบข้าง พฤติกรรมเหล่านี้ ใครเลยจะกล้านิยาม ?

การกีดกันตัวเองออกจากสังคม ช่างเป็นความโดดเดี่ยวที่น่าพิศวงโดยแท้ ซึ่งมันอาจเกิดขึ้นได้โดยความตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ ทว่าการไม่ได้ตั้งใจที่จะโดดเดี่ยวนี่แหละ คือความโดดเดี่ยวอย่างแสนสาหัส 

ยังก่อน นี่ยังไม่ใช่ที่สุดของความโดดเดี่ยว เพราะอย่างน้อยพื้นที่ของความโดดเดี่ยวที่กล่าวมานั้น  ยังสามารถรู้ได้ว่า เราสร้างมันขึ้นมาเองและจะสามารถทำลายมันได้เอง แต่บนโลกใบนี้ ยังมีพื้นที่ของความโดดเดี่ยวที่สังคมก่ออิฐถือปูนขึ้นมาเพื่อกักขังและลดทอนศักดิ์ศรีของเพื่อนมนุษย์อยู่ โดยที่พวกเราอาจไม่รู้ตัว  และยากอย่างยิ่งที่จะทำลายมันลงได้

ที่แห่งนั้นเรียกรวม ๆ ว่า ‘พื้นที่ของคนชายขอบ’ อาทิ คนจน คนไร้สัญชาติ คนพิการ เมื่อผู้คนส่วนมากในสังคมไม่ได้มองถึงแก่นแกนข้างใน ย่อมไม่เห็นว่า แม้พวกเขาจะสวมบทบาทใดก็ตาม ทุกคนมีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน  เมื่อเป็นเช่นนี้  จึงเกิดการสร้างบาเรียขึ้นมาเพื่อกีดกันและเบียดขับเพื่อนมนุษย์ให้ไปอยู่ที่อื่น คนที่ถูกเบียดขับนั้น ก็จะรู้สึกว่า พื้นที่ของตัวเองช่างมีอย่างจำกัดเหลือเกิน และไม่สามารถออกไปนอกบาเรียอากาศได้เลย

ผมมีโอกาสได้คุยกับน้องคนนึง...น้องเบล แววตาของเขาอ่อนโยนและมีความฝัน...เขาคือคนไร้บ้าน

พ่อของเขาทำงานขับรถบรรทุก แม่เป็นแม่บ้าน ส่วนเขามีหน้าที่เรียนหนังสือ เนื่องจากพ่อต้องทำงานที่ต่างจังหวัดบ่อย ๆ จึงไม่ค่อยได้กลับบ้านมาหาลูกเมีย-สุดท้ายพ่อจึงมีผู้หญิงคนใหม่ เป็นเหตุให้แม่ต้องหย่าร้างกับพ่อ  แม่ทนความเจ็บปวดไม่ไหว จึงเลือกหนีออกจากบ้านมาและกลายเป็นคนไร้บ้านในที่สุด เบลกลายเป็นเด็กเสเพล กินเหล้า สูบบุหรี่ และเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เขาไปพักที่บ้านสงเคราะห์แห่งหนึ่งในเมืองหลวงของประเทศไทย แต่สถานที่แห่งนั้นไม่ต่างอะไรกับสถานพินิจฯ  กฎระเบียบที่เข้มงวดทำให้เขามีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก 

ด้วยวิธีคิดการมองคนไม่เท่ากัน คนไร้บ้านจึงถูกมองว่าเป็นภาระและได้รับการดูแลอย่างเสียไม่ได้  จุดจบของเบลมาถึงเร็วกว่าที่คาด เมื่อเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทกับคู่อริที่โรงเรียน มีการชักปืนออกมายิงกัน แต่เขาหนีรอดออกมาได้

ชีวิตของเบลราวแขวนอยู่บนปลายจมูกของมัจจุราช ซึ่งไม่อาจคาดเดาได้ว่า กระสุนปืนมันจะสาดเปรี้ยงขึ้นอีกเมื่อใด สถานการณ์บังคับถึงขีดสุด เขาจึงตัดสินใจหนีออกมา หนีจากโรงเรียน และหนีจากบ้านสงเคราะห์หลังนั้น  เขาเรียนไม่จบ ม.3...

“ผมยังไม่อยากตายพี่” เขาสารภาพ

 “แล้วน้องทำยังไงต่อ” ผมหลุดคำถามออกไปเช่นนั้น

“ผมเข้ามาอยู่กับ หจก.คนไร้บ้านครับ ผันตัวเองมาเป็นช่างอาสา เรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ ของช่างไม้  และเรียน กศน.ไปด้วย วันจันทร์ถึงวันเสาร์ก็ทำงาน ส่วนวันอาทิตย์ไปเรียน ผมหาเงินจ่ายค่าบ้านเอง และส่งเสียตัวเองเรียนไปด้วย”

แสงแดดยามเย็นอ่อนแรงลงเต็มที   ผมนั่งคุยกับเบลที่ศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้าน จ.เชียงใหม่ ซึ่งกำลังสร้างจากน้ำพักน้ำแรงของทีมช่างอาสาที่มาจากทั่วสารทิศ เขาเป็นหนึ่งในทีมช่างไม้ ในขณะที่มีชีวิตใหม่ห่างไกลจากยาเสพติดแล้ว เขาตัดขาดจากเพื่อนฝูงที่เคยคบค้ากันเมื่อในอดีต หันมาทำงานด้านสังคมผ่านทักษะช่างที่เขามี

พอผมถามเขาว่า เสร็จจากที่เชียงใหม่เขาจะไปทำอะไรต่อ

“ผมจะนำทักษะที่ได้จากการเรียนรู้ที่นี่ไปปรับใช้กับบ้านของตัวเอง และจะชักชวนเพื่อน ๆ ที่สนใจงานช่างรวมกันเป็นกลุ่มขึ้น ผมเป็นคนเกเรมาก่อนพี่ ผมยังสามารถเปลี่ยนได้ ผมเชื่อว่าเพื่อนคนอื่นก็ต้องทำได้” เขาตอบด้วยแววตาฉาบความฝันของวัยหนุ่ม

ผมตบบ่าเขาเบา ๆ บอกเขาเสียงหนักแน่นว่า

“พี่เชื่อว่าน้องทำได้”

แววตาของเขาเล่าความฝันอันทรงพลังของวัยหนุ่ม...คำพูดใด ๆ ก็ตาม...เกินจำเป็นเสียแล้ว

ผมจมดิ่งอยู่ในภวังค์ของการขบคิดเพียงเงียบๆ คนเดียว กระดกเบียร์เย็นเฉียบที่คลึงอยู่ในมือเพื่อดับความว้าวุ่นภายในใจ มันน่าคิดอยู่ว่า ในมุมเล็กๆ ที่ไม่มีใครกล่าวถึง ได้ถูกระบายไปด้วยความงดงามแห่งความเศร้าของบทละครที่ไม่ถูกนำไปเขียน เพราะมันไม่ใช่บทละคร เบล... เด็กหนุ่มผู้ร้าวรานจากสภาพสังคมที่แหลกลาญ เกือบถูกมรสุมชีวิตกร่อนกลืนจนแทบบุบสลาย เมื่อเขารอดจากจุดที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตมาได้ กลับไม่คิดเคียดแค้นชิงชังสังคม แต่กลับเข้าใจมัน ผันตัวเองมาทำงานด้านจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือคนอื่นให้หลุดพ้นจากจุดที่เขาเคยยืน

ความจริงทุกคนมีคุณค่าภายในตัวเอง การค้นลึกเข้าไปในจิตใจของเพื่อนมนุษย์ จนสามารถกะเทาะรูปลักษณ์หรือบทบาทที่เราเห็นภายนอก จึงเป็นหน้าที่ของมวลมนุษยชาติที่ต้องค้นให้พบความจริง ความดี และความงาม จนกว่าจะถึงปลายทางที่มีลมหายใจเป็นนิรันดร์

อนึ่ง วันที่ 7-17 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา ศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้าน จ.เชียงใหม่ ร่วมกับเครือข่าย ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการขึ้น โดยใช้ชื่อโครงการว่า ‘ช่างอาสาเพื่อชุมชน’ เพื่อจัดกระบวนการเรียนรู้เกี่ยวกับช่างไม้  ช่างปูน ช่างเหล็ก และช่างเชื่อม.

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,915 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.