• 20 สิงหาคม 2562 - 00:29 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

“สืบชะตาคลองแม่ข่า” และแล้วแผนดูแลคลองที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนรอบใหม่ก็ปรากฎ

 วันที่ 11 ธันวาคม 2560 - 23:58 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 2,482 ครั้ง พิมพ์

 

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา พื้นที่ริมคลองแม่ข่าย่านไนท์บาร์ซา บริเวณสะพานศรีดอนไชย มีพิธีกรรมสืบชะตาเล็กๆอันหนึ่งเกิดขึ้น พิธีกรรมนี้ไม่ได้มีความพิเศษ หรือแปลกประหลาดกว่าพิธีกรรมที่คนเชียงใหม่เคยพบเห็นมา แต่มันมีความหมายเบื้องหลังที่ซุกซ่อนอยู่อย่างลึกซึ้ง “พิธีสืบชะตาคลองแม่ข่าและลำน้ำสาขา”

คำว่า “สืบ”  ความหมาย คือ ต่อให้ยาวขึ้น “ชะตา”  หมายถึง ชีวิต แปลตรงตัว  ต่อชีวิตให้กับคลองแม่ข่า นอกเหนือจากพิธีกรรมตามคติความเชื่อแล้ว สิ่งที่นำเสนอคู่กับพิธีกรรมนี้ คือคำถามที่ว่าแล้วเราจะต่อชีวิตให้คลองแม่ข่าอย่างไร แน่นอนว่าไม่ใช่การดลบันดาลจากความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีกรรม แต่เป็นสิ่งที่ชุมชนกว่า 22 ชุมชนนำเสนอ ซึ่งได้บอกเล่าและนำเสนอต่อสาธารณะชนในแผนที่มีชื่อว่า “แผนการจัดการคลองแม่ข่าและลำน้ำสาขา”

แม้ชื่อจะไม่ได้ดูหวือหวาแปลกใหม่ แต่ข้างในแผนน่าสนใจไม่น้อย เพราะมีมิติการขับเคลื่อนที่พยายามจะทำให้การดูแลคลองเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยให้ชุมชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่ศูนย์กลางในการเรียกร้องให้รัฐลงมาช่วยเหลือ แต่เป็นในลักษณะที่ชุมชนเป็นตัวกลางประสานงานเพื่อลงพื้นที่ ดำเนินการ และรับผิดชอบดูแลร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อก้าวข้ามลักษณะการเป็น “เจ้าของงาน” “เจ้าของพื้นที่” รวมถึงอำนาจของหน่วยงานที่ทับซ้อนกันด้วย นอกจากนี้ ยังจะช่วยให้การจัดการคลองแม่ข่าไม่สะเปะสะปะหรือไร้ทิศทาง พวกเขาเชื่อว่า คนที่รู้จักคลองดีที่สุดก็คือคนที่เห็นมันทุกวัน

ผังการขับเคลื่อนโดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลาง (ทีี่มา: เครือข่ายชุมชนดูแลแม่ข่าและลำน้ำสาขา)

การดำเนินการทุกอย่างต้องใช้งบประมาณ ในอดีต สิ่งที่ชุมชนพยายามทำ คือ ไปเรียกร้อง สะท้อนปัญหาต่อหน่วยงานรัฐ และของบมาพัฒนา ในอีกทางหนึ่งก็มีองค์กรพัฒนาเอกชนมาช่วยหนุนงบในบางส่วน ซึ่งปีไหนมีงบก็ทำ ปีไหนไม่มีก็ทำไม่ได้ เพราะงบประมาณของท้องถิ่นมีค่อนข้างจำกัด และงบขององค์กรพัฒนาเอกชนก็ขึ้นอยู่กับผู้ให้ทุนอีกทีหนึ่ง  จึงทำให้ชุมชนมองว่า ขาดความต่อเนื่อง และทำให้แผนการดูแลคลองไม่เป็นจริง สุดท้ายตกลงกันว่า จะตั้งกองทุนที่เป็นของชุมชนเพื่อดูแลคลองแม่ข่า กองทุนนี้เริ่มจากการเปิดระดมทุนรับบริจาคจากเครือข่ายภาคประชาชนที่ทำงานในประเด็นเมือง ประชาชนคนทั่วไป และหน่วยงานท้องถิ่นสบทบทุนอีกบางส่วน แม้จะไม่มาก(อยู่ในหลักหมื่น) แต่เพียงพอที่จะทำให้ชุมชนปลายน้ำสามารถจัดการกับปัญหาประจำวัน เช่น การออกเรือเก็บขยะที่ลอยมากับน้ำ พายเรือสำรวจตรวจตรา เก็บวัชพืช ปรับภูมิทัศน์ริมคลองภายในชุมชน ซึ่งเป็นปัญหาที่จัดการไม่ยาก แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง

 “ถ้าเก็บทุกวัน ไม่ต้องรอเก็บทีเดียว ก็จะแก้ปัญหาขยะไปได้”

“ในส่วนของกองทุนดูแลคลองแม่ข่า เราตั้งมาหลายเดือนแล้ว มีการระดมทุน มีเท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้น แต่เราใช้พัฒนาทั้งเส้น ใช้เก็บขยะ ดูแลความสะอาด ชุมชนไหนต้องการเราก็เข้าไปช่วย” อนันต์ ชัยคำกอง หรือลุงนันต์ ประธานเครือข่ายชุมดูแลคลองแม่ข่า และลำน้ำสาขา เล่าสั้นๆแต่ได้ใจความ

ไม่น่าเชื่อว่า แค่การจัดการปัญหาแบบประจำวันด้วยกองทุน จะทำให้เห็นผลเชิงกายภาพขึ้นทันที หากใครมีโอกาสลองลงดูพื้นที่คลองแม่ข่าตั้งแต่ระแกง หัวฝาย กำแพงงาม ฟ้าใหม่ แม้น้ำจะดำและเน่าอยู่ แต่ไม่มีเศษวัชพืชและขยะกีดขวางทางน้ำเลย ในอนาคต หากกองทุนนี้เติบโต เราอาจจะได้เห็นอะไรใหม่ๆในมิติการจัดการคลองก็เป็นได้

ภาพภูมิทัศน์ริมคลองแม่ข่าภายหลังการจัดการของชุมชนในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา (ที่มา: เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่)

คราวนี้ลองมาดูแผนการจัดการลำคลองว่ามีด้านใดบ้าง ซึ่งจากการระดมความเห็นชุมชนริมคลอง 22 ชุมชน มีการทำแผนออกมาห้าด้าน ได้แก่  การจัดการน้ำ จัดการสิ่งแวดล้อม จัดการวัฒนธรรม-โบราณสถาน การจัดการที่อยู่อาศัย และเศรษฐกิจชุมชน

แผนการจัดการคลองแม่ข่า (ทีี่มา: เครือข่ายชุมชนดูแลแม่ข่าและลำน้ำสาขา)

ลุงอนันต์  เล่าว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมาชุมชนได้เริ่มทำในส่วนที่ทำได้ไปบ้างแล้ว ได้แก่ เก็บขยะและวัชพืช รื้อถอนสิ่งกีดขวาง เปิดทางน้ำไหล

“เป้าหมายการทำกิจกรรมทั้งหมด หรือทำแผนออกมาก็เพื่อจะทำให้การดูแล และจัดการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน”

“ในอดีตมีความพยายามในการดูแลคลองแม่ข่าของแต่ละชุมชนอยู่แล้ว แต่อาจจะแยกกันทำ ชุมชนพยายามทำเรื่องสิ่งแวดล้อม ที่อยู่อาศัยมาก่อน แต่แผนที่คิดมา เราพยายามจะร้อยแผนดูแลคลองแต่ละชุมชนเข้าไว้ด้วยกัน เอามาไว้เป็นก้อนเดียวกัน ให้เห็นปัญหาอย่างเดียวกัน ไม่ต้องมีหลายแผน เป็นแผนของทุกคนไปเลย”

“แผนที่เราคิดมาทำอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ต้องทำทั้งหมด ถ้าชุมชนต้องทำส่วนไหน ชุมชนก็จะลงมือทำเลย ไม่รอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐ หน่วยงานหรือองค์กรไหนที่พร้อมเข้ามาทำ ก็เชิญมาได้เลย ทางชุมชนพร้อมเปิดโอกาสและร่วมมือ แต่ต้องเข้ามาคุยกับทางชุมชนก่อน บางครั้งหน่วยงานเข้ามาทำเลย ขัดกับแผนชุมชน ถ้าคนในชุมชนไม่รู้ก็มักแอบต่อต้าน”

“การขับเคลื่อนในแต่ละจุด ในแต่ละพื้นที่ ชุมชนจะเป็นตัวกลางในการพัฒนาคลองแม่ข่า ให้ความร่วมมือทุกด้าน กับทุกองค์กรที่จะเข้ามา  เพื่อให้ผลเกิดอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม หลายๆโครงการ หรือหลายหน่วยงานพยายามเข้ามาฟื้นฟูคลองแม่ข่า แต่ชุมชนชนไม่รู้เรื่อง ก็ไม่ประสบผล และทำยาก  พูดง่ายๆ ชุมชนอาสาที่ตัวกลางในการขับเคลื่อนและฟื้นฟูคลองแม่ข่า”

ประธานคนแรกของเครือข่ายชุมดูแลคลองแม่ข่า และลำน้ำสาขา ยังบอกอีกว่า งานสืบชะตาคลองแม่ข่า เป็นงานทางการของชุมชนวันแรก นับเป็นจุดเริ่มต้นของการประกาศแผนให้สาธารณะชนและองค์กรต่างๆ รับรู้

“ต่อจากนี้เราจะนำแผนไปคุยกับหน่วยงานต่างๆ และเสนอแผนของชุมชน”

อนันต์ ชัยคำกอง หรือลุงนันต์ ประธานเครือข่ายชุมดูแลคลองแม่ข่า และลำน้ำสาขา

ตัวแทนกลุ่มคนใจบ้าน ซึ่งเป็นคนช่วยชุมชนเขียนแผนจัดการคลอง เผยถึงเบื้องหลังการระดมไอเดียว่า ในการระดมความเห็น ประเด็นที่ตั้ง คือ คลองแม่ข่าคืออะไรสำหรับพวกเรา ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต

“เราตั้งโจทย์ก่อนว่า สิ่งที่เราจะจัดการดูแลคลองแม่ข่า เราทำไปเพื่ออะไร ไม่ใช่เพื่อการแก้ปัญหา เพราะการแก้ปัญหาอย่างเดียวอาจจะน้อยเกินไปสำหรับคลองแม่ข่าในปัจจุบัน เราจึงคิดว่าควรวางแผนสร้างอนาคตให้กับคลองแม่ข่าแทน สิ่งที่เราคุยร่วมกัน คือ การสร้างภาพฝันถึงอนาคตของคลองแม่ข่าที่เราจะทิ้งไว้ให้ลูกหลาน”

ในการพูดคุย เราได้สรุปประเด็นต่างๆ ออกมา จากทุกส่วน ทั้งส่วนของชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น นักวิชาการ นักท่องเที่ยว เราพบว่า มันมีส่วนที่จะต้องทำงานร่วมกัน เราจะละเลยอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้ เพราะว่ามันเป็นส่วนสำคัญทั้งหมด จึงได้สกัดสิ่งที่หลายฝ่ายเสนอให้จัดการออกมาทั้งหมดห้าด้าน คือ หนึ่ง การจัดการน้ำ น้ำที่ไหลไปไหลมา เราต้องจัดการให้ดีขึ้นมีประสิทธิภาพสูงขึ้น และความสะอาด

สอง  การจัดการสิ่งแวดล้อม ถ้าดูจากภาพถ่ายทางอากาศ คลองแม่ข่าเป็นพื้นที่สำคัญมาก ไหลผ่านกลางเมืองเชียงใหม่ มีพื้นที่สิ่งแวดล้อมบริเวณที่น้ำไหลผ่าน เราจะทำอย่างไรให้คุณภาพของสิ่งแวดล้อมของพื้นที่นี้ดีขึ้นแล้วก็เกิดประโยชน์กับบ้านเมือง และพื้นที่รอบๆได้สูงสุด แม่ข่าเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้จัดการสิ่งแวดล้อมเมือง เราไม่ต้องไปสร้างใหม่ แค่ฟื้นฟูให้ดีขึ้นเท่านั้นเอง

ประเด็นถัดมา คือ การจัดการโบราณสถานและพื้นที่วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์พื้นที่บริเวณคลองแม่ข่ามีมาอย่างยาวนาน และยังเหลือให้เห็นอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นโอกาสในการฟื้นฟู ดูแล และอยู่ร่วมกับโบราณสถาน และเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ได้ มีวัด มีชุมชน เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต

เรื่องสำคัญอีกเรื่องคือที่อยู่อาศัย  ถ้าคลองแม่ข่าไม่มีคนอยู่อาศัยเลย มันเหมือนไม่มีชีวิตชีวา มันจะเป็นแม่ข่าที่แห้งแล้ง อาจจะดูสวยแต่ภาพ แต่ไม่เห็นคนเลย มันก็ไม่ใช่แนวทางที่ชุมชนต้องการ

ตัวแทนกลุ่มสถาปนิกเพื่อชุมชน กล่าวถึงประเด็นสุดท้ายว่า เป็นการจัดการเศรษฐกิจชุมชน เศรษฐกิจชุมชนจะเป็นสิ่งขับเคลื่อนสำคัญ แม่ข่าเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงมาก ถ้านักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเชียงใหม่ ส่วนหนึ่งมาเดินเที่ยวแม่ข่า เที่ยวในแบบที่เราต้องการ  เที่ยวเพื่อมาดูวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเมืองเชียงใหม่ แล้วคนที่อยู่แถวนั้นก็จะได้ประโยชน์

ปล่อยเรือพิธีสืบชะตาคลองแม่ข่า

เราไม่รู้ว่าคลองแม่ข่าจะดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่เราเห็นภายในระยะเวลาหกเดือนถือว่า มาไกลมาก กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียวฉันใด คลองแม่ข่าก็ไม่สามารถฟื้นฟูได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็วฉันนั้น  แต่แรงผลักสำคัญคือ ชุมชนได้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว คลองแม่ข่าคงจะไม่เลวร้ายไปกว่านี้ แต่จะดีขึ้นมากแค่ไหนคงต้องติดตามกันต่อไป

 

 


                           อานนท์ ตันติวิวัฒน์

 

อ่านเรื่องเกี่ยวข้องคลองแม่ข่า

ความท้าทายปัญหาคลองแม่ข่า จากคลองระบายน้ำเสียสู่กุญแจสำคัญเมืองมรดกโลกของเชียงใหม่

ชุมชนกับมิติใหม่ในการจัดการปัญหาคลองแม่ข่า?

สวัสดีแม่ข่า

ผุดไอเดียฟื้นฟูคลองแม่ข่ารอบใหม่ประสานชลประทาน “สูบน้ำปิง ปิดประตูระบายน้ำ” เจือจางน้ำเสีย

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 17,950 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.