• 12 ธันวาคม 2561 - 13:32 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

เปิดแผนพัฒนาคลองแม่ข่าของหน่วยงานรัฐ-ท้องถิ่น-ธุรกิจ หวังฟื้นน้ำเน่าภายในสามปี

 วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 - 21:21 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 3,088 ครั้ง พิมพ์

 

หลังจากชุมชนริมคลองที่รวมกลุ่มกันในนาม “เครือข่ายชุมชนดูแลคลองแม่ข่าและลำน้ำสาขา” เผยให้เห็นถึงแผนพัฒนาคลองแม่ข่า และเปิดตัวอย่างเป็นทางการด้วยการจัดกิจกรรม “สืบชะตาคลองแม่ข่า” รวมถึงร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ จัดงานบุปผาชาติลอยน้ำในช่วงเทศกาลงานไม้ดอกไม้ประดับเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ กระแสคลองแม่ข่ายังคงถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กลุ่ม “เชียงใหม่จัดการตนเอง” เปิดประชุมสภาพลเมือง ณ ห้องประชุม 3 เทศบาลนครเชียงใหม่ โดยนำเรื่อง “คลองแม่ข่า” เป็นวาระหลักพูดคุย

ชำนาญ จันทร์เรือง  กลุ่มจังหวัดจัดการตนเอง  อธิบายว่า  การเปิดประชุมสภาพลเมืองเรื่องคลองแม่ข่า เป็นผลสืบเนื่องมาจากประเด็นการยื่นขอเชียงใหม่เป็นเมืองมรดกโลก และคลองแม่ข่าก็เป็นหนึ่งในประเด็นที่ขอ หากสภาพของคลองแม่ข่ายังดำอยู่ คงเป็นเมืองมรดกโลกไม่ได้

“เรามีคณะทำงานเรื่องคลองแม่ข่าหลายคณะ แต่หลายฝ่ายต่างโทษกันไปมา ฝ่ายที่ถูกกล่าวโทษมากที่สุด คือ ชุมชน และธุรกิจ ทั้งที่สองฝ่ายนี้ คือ กำลังสำคัญในการแก้ปัญหาคลองแม่ข่าที่เราขาดไม่ได้  แต่ละฝ่ายเห็นปัญหาแตกต่างกันไป เปรียบเหมือนเราเห็นช้าง บางคนเห็นงวง บางคนเห็นงา บางคนเห็นท้อง  เราจึงน่าจะลองมาพูดคุยกันดูว่า แต่ละส่วนทำอะไรกันมาบ้าง กำลังทำอะไร และจะทำอะไรต่อไปในอนาคต  เวทีนี้จึงเป็นเวทีแชร์ข้อมูลกัน ไม่ใช่เวทีจับผิด หรือซักฟอก”

ความน่าสนใจในเวทีสภาพลเมือง คือ การเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคลองแม่ข่านำเสนอสิ่งที่ทำมา กำลังทำอยู่ และกำลังจะทำต่อไป โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐ ท้องถิ่น และกลุ่มธุรกิจในเมืองเชียงใหม่

 

กรมชลประทานเชียงใหม่เตรียมดึงน้ำแม่สา พัฒนาหนองเขียว สร้างพื้นที่แก้มลิง ฟื้นน้ำดีให้คลองแม่ข่า

นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล นายช่างชลประทานอาวุโส โครงการชลประทานเชียงใหม่ นำเสนอการทำงานในช่วงที่ผ่านมาว่า เป้าหมายของกรมชลฯ คือ หาน้ำมาช่วยคลองแม่ข่า เพื่อให้หนึ่ง แม่ข่าไร้กลิ่น  สอง น้ำใส  และสุดท้ายคุณภาพน้ำดี โดยโครงการล่าสุดที่กำลังทำ คือ การก่อสร้างระบบส่งน้ำ เป็นระยะทางยาว 8,250.00  เมตร ในพื้นที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อนำน้ำแม่สามาลงคลองแม่ข่า

สาเหตุที่ตั้งใจพัฒนาลำเส้นนี้ เนื่องจากโดยสภาพลำเหมืองจะเป็นตัวรับน้ำจากดอยสุเทพบริเวณนั้น หากเราคุมน้ำได้ก็จะได้น้ำมาลงคลองแม่ข่า

“แผนงานนี้เป็นแผนที่ได้รับงบประมาณจากทางจังหวัดปี 2560 เสนองบประมาณผ่านมาทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้งบมาทั้งหมด 43 ล้านบาท โดยนำน้ำแม่สาในอ.แม่ริม มาลงต้นน้ำแม่ข่า จะนำมาลงบริเวณหมู่บ้านสุขิโต บริเวณวงแหวนรอบสอง ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จไปหกจุด”

ภาพแผนที่ประกอบการนำเสนอ

นายเกื้อกูล อธิบายว่า จุดเริ่มต้นที่รูปดาว (ดูภาพแผนที่ประกอบ) บริเวณกม.00 เป็นช่วงปลายลำน้ำแม่สาที่จะลงสู่น้ำแม่ปิง เส้นสีฟ้า สีน้ำเงินเป็นสิ่งที่ทำไปแล้ว สีแดงยังไม่ทำ บริเวณปลายสุดที่กม.8+250 คือ ถนนหน้าศาลากลาง ถ้าทำเสร็จทั้งหมด คาดว่าจะผันน้ำจากลำน้ำแม่สา บริเวณต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม ลงสู่แม่ข่าได้ ซึ่งทางเทศบาลนครเชียงใหม่ได้ขุดคลองปรับสภาพลำน้ำเพื่อรองรับไว้แล้ว ถ้าได้น้ำมาตนเชื่อว่าจะช่วยคลองแม่ข่าได้

“ในส่วนของสภาพคลองเดิม บริเวณไหนที่แคบ เราก็ทำให้มันโล่ง  ตรงไหนไม่มีอาคารควบคุมก็จัดทำอาคารควบคุม บางส่วนเราก็ทำในเชิงอนุรักษ์ คือไม่ได้ทำเป็นคอนกรีตทั้งหมด”

ภาพประกอบการนำเสนอ

นายเกื้อกูล นำเสนออีกว่า จากการทำงานพบปัญหาเกือบทุกที่ คือ การบุกรุกลำเหมืองเดิม ซึ่งบางพื้นที่ไม่เหลือพื้นที่ให้น้ำไหลผ่าน ต้องทำท่อ และขุดร่อง

“พวกเราต้องใช้แนวเขต 4 เมตร แต่บางครั้งก็ทำไม่ได้ ต้องไปเจรจาขอคืนพื้นที่ เราค่อนข้างโชคดีที่อบต.ดอนแก้วช่วยเหลือ พูดคุยเจรจาจึงขอคืนพื้นที่ได้บางส่วน บางแห่งยอมให้เราใส่ท่อประมาณหนึ่งเมตรและถมกลับ ซึ่งก็ยังดี เพราะเป้าหมายหลักเราคือ นำน้ำมาให้คลองแม่ข่า”

“อีกปัญหาหนึ่ง คือ ท้องถิ่น หรือชาวบ้านสมัยก่อน ต้องการสร้างสะพานข้ามคลองก็นำท่อเล็กไปวางและถมท่อไว้ สุดท้าย น้ำก็ไหลไม่สะดวก เศษวัชพืชกีดขวางทางน้ำ  ตอนนี้เราได้แก้ปัญหานี้แล้ว คือขยายให้มันใหญ่ขึ้น ทำไปได้หลายจุดแล้ว เหลืออีกไม่กี่จุด เหลือขุดลอกตรงปากคลอง และนำน้ำข้ามถนนตรงบ้านสุขิโตคิดว่าไม่เกินเดือนพฤษภาคม งานนี้จะสำเร็จ นั่นหมายความว่า เราจะมีน้ำอีกสายหนึ่งมาช่วยคลองแม่ข่า”

นายช่างชลประทานอาวุโส เล่าถึงโครงการในอนาคตของกรมชลฯว่า ในปีพ.ศ. 2562 กรมชลประทานเสนอของบประมาณจากทางจังหวัด เพื่อจัดทำแหล่งน้ำอีกแหล่งหนึ่ง คือ “หนองเขียว”  ซึ่งอยู่บริเวณท้ายอ้างแม่หยวก”  มีความจุประมาณ4-5 แสนลูกบาศก์เมตร ใหญ่กว่าหนองแม่หยวกประมาณ 3 เท่า

“หากเราปรับปรุงเสร็จจะมีน้ำจำนวนนี้มาช่วยคลองแม่ข่า  คลองแม่ข่าต้องการน้ำในช่วงหน้าแล้งประมาณ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร เราจะนำมาจากแม่จอกประมาณ 3 แสนลูกบาศก์เมตร  หนองเขียว 4 แสนลูกบาศก์เมตร  และลำน้ำแม่สาอีกจำนวนหนึ่ง  หากได้น้ำจำนวนนี้มาจะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำคลองแม่ข่าในระดับหนึ่ง แต่จะให้ใสเลยคงยังเป็นไปไม่ได้ แต่จะทำให้คลองแม่ข่ามีน้ำใช้ประมาณสองเดือนในช่วงหน้าแล้ง”

ภาพพื้นที่หนองเขียว ที่มา : Google Map

ในส่วนของแผนงานสุดท้ายที่กรมชลฯวางไว้ คือ ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป ได้เสนอทางจังหวัดทำพื้นที่แก้มลิงในเขตของกองทัพ เพื่อนำน้ำคลองชลประทานแม่แตงไปเก็บไว้ในช่วงฤดูฝน พอในช่วงฤดูแล้งก็นำน้ำมาลงคลองแม่ข่า ซึ่งต้องใช้พื้นที่ของกองทัพ และเราได้เริ่มประสานแล้ว คาดว่าใช้เวลาเพียงหนึ่งปีน่าจะเสร็จ

“อีกไม่นานแม่ข่าใสแน่นอน”

 

เทศบาลนครเชียงใหม่ : สร้างแลนด์มาร์คแม่ข่า -ฟื้นระบบรวบรวมน้ำเสียริมฝั่งคลอง

ตัวแทนสำนักการช่างเทศบาลนครเชียงใหม่ นำเสนอแผนงานของเทศบาลว่า คลองแม่ข่าเป็นภารกิจสำคัญลำดับต้นๆ  ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เทศบาลฯ ปรับปรุงพื้นที่สองฝั่งริมคลองแม่ข่า สองจุด คือ บริเวณถนนอัษฎาธร และสะพานศรีดอนไชย เพื่อให้เป็นแลนด์มากของคลองแม่ข่า

 

ส่วนช่างสุขาภิบาลตกแต่งหลุกวิดน้ำ ที่ตั้งในคลองแม่ข่าเพื่อเพิ่มอ๊อกซิเจนในน้ำ บริเวณคลองแม่ข่าถนนอัษฎาธร ที่มา: ส่วนช่างสุขาภิบาล สำนักการช่างเทศบาลนครเชียงใหม่

“งานอีกส่วนหนึ่ง เราพยายามหาน้ำดีมาช่วยคลองแม่ข่า โดยได้ประสานกับทางกรมชลประทาน เพื่อนำน้ำเข้าสู่เมือง ส่วนทางเทศบาลได้จัดเตรียมขุดลอกคลองเพื่อรองรับน้ำที่จะเข้ามา  นอกจากนี้ ยังประสานไปยังกองทัพเพื่อขอน้ำ ซึ่งได้มาประมาณสองแสนคิว”

ภาพการขุดลอกคลองแม่ข่าช่วงบ้านเอื้ออาทรป่าตันถึงหมู่บ้านเทียมพรและทำการเชื่อมลงสู่แม่ข่าที่บ้านเทียมพรเมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา  6 ที่มา: ส่วนช่างสุขาภิบาล สำนักการช่างเทศบาลนครเชียงใหม่

สำนักช่างเทศบาลนครเชียงใหม่นำเสนออีกว่า เทศบาลได้ทำการขุดลอกท่อรวบรวมน้ำเสีย ซึ่งเต็มไปด้วยขยะ โคลน เศษวัชพืช อุดตันจนไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ โดยใช้งบประมาณ 13 ล้านบาท  ปัจจุบันท่อรวบรวมน้ำเสียในเขตเมืองสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยน้ำเสียที่มาจากตลาด และสองริมฝั่งคลองในเขตเมือง ลงในท่อนี้และนำไปบำบัดที่โรงบำบัดน้ำเสียที่อ.ป่าแดด

ภาพการขุดลอกท่อ  ที่มา: ส่วนช่างสุขาภิบาล สำนักการช่าง เทศบาลนครเชียงใหม่

นอกจากฟื้นฟูระบบรวบรวมน้ำเสียแล้ว เทศบาลยังขุดลอกคลองแม่ข่าและลำน้ำสาขาทั้งเส้น ได้แก่ ลำเหมืองกาง ลำคูไหว ร่องกระแจะ ใช้งบประมาณจำนวน 3 ล้านบาท

“ถ้าขุดลอกเสร็จ ก็จะทำให้คลองแม่ข่ามีสภาพที่ดีขึ้น เราอาจจะต้องขอความร่วมมือจากชุมชนสองฝั่งคลองในการเฝ้าระวัง เพราะลำพังแค่เทศบาลไม่มีกำลังเพียงพอไปนั่งเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา”

ในส่วนของการแก้ไขปัญหาการบุกรุก ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 33 ได้ให้ความช่วยเหลือ มารื้อถอนบางส่วน และพื้นที่ต่อไปที่จะดำเนินการคือ บริเวณคลองเงิน (หลังตลาดเจเจมาร์เก็ต)

ในอนาคต เทศบาลฯ มีแผนจะทำท่อรวบรวมน้ำเสียตั้งแต่ต้นจนปลายให้ครบ 11 กม.  โดยให้ “น้ำเสียอยู่ข้างล่าง น้ำใสอยู่ข้างบน”

“ตอนนี้เราทำแผนไว้แล้ว แต่ก็ต้องยอมรับในข้อจำกัดของงบประมาณ เพราะต้องใช้งบถึง 1,000 ล้านบาท ซึ่งในแต่ละปี เทศบาลฯ ลงทุนได้เพียง 50-100 ล้านบาทเท่านั้น จึงทำให้แผนนี้ใช้ระยะเวลาที่ค่อนข้างยาว  ถ้าส่วนกลางเข้ามาสนับสนุนงบก็จะทำให้เราดำเนินการได้เร็วขึ้น”

“ถ้าเราแยกน้ำเสีย และน้ำใสได้ ก็จะทำให้คลองแม่ข่ากลับคืนมา”

“การทำงานเรื่องคลองแม่ข่าจะว่ายากก็ไม่ยาก หากลงมือทำก็ทำได้ สิ่งที่ยากคือ ทำอย่างไรให้มีความยั่งยืน จะทำให้ยั่งยืนได้ต้องมีการดูแลรักษา ซึ่งค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาให้ยั่งยืนค่อนข้างสูง”

 

ภาพแผนท่อที่เทศบาลจะดำเนินการ“น้ำเสียอยุ่ข้างล่าง น้ำใสอยู่ข้างบน” 

 

กลุ่มธุรกิจเชียงใหม่เล็งใช้โมเดล “Big Impact” ช่วยแม่ข่า สร้างโครงการตัวอย่างดึงความร่วมมือทุกภาคส่วน โดยให้ชุมชนเป็นศูนย์กลาง หลังประสบความสำเร็จที่แม่แจ่ม

นายไพรัช โตวิวัฒน์ กรรมการอำนวยการบริษัทเชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคมเชียงใหม่ จำกัด เล่าถึงการรวมกันของกลุ่มธุรกิจเชียงใหม่ว่า เชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคม หรือชื่อย่อภาษาอังกฤษ “CSE”  เกิดจากการรวมตัวของบริษัทเอกชนจำนวน 15 บริษัท และมีองค์กรเอกชน ได้แก่ หอการค้า สภาอุตสาหกรรม ชมรมการท่องเที่ยว เพื่อช่วยแก้ปัญหาที่กลุ่มเห็นว่าน่าจะสำเร็จได้

“ในปีนี้เรามุ่งหวังทำอยู่ 3 เรื่อง หนึ่ง ฝุ่นควัน สอง คลองแม่ข่า ซึ่งเราเพิ่งได้เข้าร่วมในปีนี้ ร่วมมาได้สองเดือนแล้ว สำหรับโครงการแรกที่ร่วมไป คืองาน “บุปผาชาติลอยน้ำ” และคาดหวังต่อไปว่า ภายในหนึ่งปีจะมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง และสาม รถชมเมือง”

ไพรัช เล่าว่า การทำงานสังคมของกลุ่ม CSE  มีกรอบคิดสามเรื่อง คือ หนึ่ง ทำแล้วเกิดผลในวงกว้าง (BIG IMPACT) สอง ทำโครงการตัวอย่าง สาม ดึงความร่วมมือ

“เราทำโครงการตัวอย่างที่แม่แจ่ม เสร็จไปหนึ่งเรื่อง คือ โครงการปลูกป่าแก้จนกับเกษตรกรเป็นระยะเวลาสองปี  ซึ่งประสบความสำเร็จ จนธกส.เห็น และนำไปออกนโยบายว่า หากเกษตรกรเข้าร่วมโครงการจะพักชำระหนี้ให้เจ็ดปี ตอนนี้เราทำได้ครบวงจร ทุนมาจากธกส. ความรู้มาจากมหาวิทยาลัยในเชียงใหม่ ได้แก่ มช. แม่โจ้ พายัพ ส่วนตลาด เรามีผู้ประกอบการในเชียงใหม่ที่รองรับได้แก่ ริมปิง โอกระจู๋ ฯลฯ  โครงการนี้ได้ผลประโยชน์ทุกฝ่าย เกษตรกรมีรายได้ รัฐบาลได้ป่าคืน ธุรกิจมีผลผลิตไปขาย สามารถแก้ไขปัญหาในเชิงนโยบาย คือ ถ้าเราทำอะไรไปแล้วสำเร็จ แม้จะเป็นพื้นที่เล็กๆ แต่จะมีการแก้ไขเชิงนโยบายตามมา”

“เช่นเดียวกับคลองแม่ข่า เราคิดว่าถ้าเราได้ร่วม หนึ่ง ทำแล้วจะทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้างอย่างไร เราคุยกันว่า ถ้าชุมชนเริ่มทำ เอกชนจะเริ่มสนับสนุน งานแรก “งานบุพพาชาติ” งานที่สอง สงกรานต์ งานที่สาม ลอยกระทง ตอนนี้วางแผนกันว่า จะเลือกพื้นที่หนึ่งพื้นที่ เหมือนที่เคยทำที่แม่แจ่ม แรกๆอาจจะมีเงินทุนน้อย จะเริ่มจากพื้นที่เล็กๆ เช่น ขอพื้นที่ริมคลองจำนวนสัก 200 เมตร และทำให้เป็นโครงการตัวอย่าง โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปีสำหรับเริ่มดำเนินโครงการตัวอย่าง”

จากการลงพื้นที่สำรวจคลองแม่ข่า และสำรวจข้อมูลตามที่ต่างๆ ของกลุ่ม CSE พบว่า คลองแม่ข่าต่างคน ต่างทำ และต่างเวลา ต่างยุคสมัย ดังนั้นการแก้ปัญหาอยู่ที่การร่วมมือ จากเดิมคลองแม่ข่าจะถูกมองว่าเป็นปัญหาระหว่างรัฐกับชุมชน แต่ปัจจุบันนี้ เริ่มมีหลายภาคส่วนเข้ามา และ CSE ก็จะมาช่วยผลักดันคลองแม่ข่าตามแนวทางที่ได้กล่าวมา

 

 

อ่านเรื่องเกี่ยวข้องคลองแม่ข่า

“สืบชะตาคลองแม่ข่า” และแล้วแผนดูแลคลองที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนรอบใหม่ก็ปรากฎ

ความท้าทายปัญหาคลองแม่ข่า จากคลองระบายน้ำเสียสู่กุญแจสำคัญเมืองมรดกโลกของเชียงใหม่

ชุมชนกับมิติใหม่ในการจัดการปัญหาคลองแม่ข่า?

สวัสดีแม่ข่า

ผุดไอเดียฟื้นฟูคลองแม่ข่ารอบใหม่ประสานชลประทาน “สูบน้ำปิง ปิดประตูระบายน้ำ” เจือจางน้ำเสีย

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 17,166 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.