• 12 ธันวาคม 2561 - 13:33 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

กลุ่มผู้หญิงเชียงใหม่เดินรณรงค์-จัดงานฉลองวันสตรีสากล ชู “ผู้หญิง 4.0”

 วันที่ 8 มีนาคม 2561 - 08:15 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 771 ครั้ง พิมพ์

 

เนื่องจากวันที่ 8 มีนาคม ของทุกปีถูกกำหนดให้เป็นวันสตรีสากล ในปีนี้แม้เชียงใหม่จะมีภาวะฝุ่นควัน แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด กลุ่มผู้หญิง และองค์กรภาคประชาสังคมในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวนกว่า 200 คน ประกอบไปด้วย ผู้หญิงพิการ ผู้หญิงแรงงานข้ามชาติ ผู้หญิงบริการ ผู้หญิงข้ามเพศ ผู้หญิงชาติพันธุ์ ผู้หญิงต่างชาติ ผู้หญิงแม้เลี้ยงเดี่ยว ผู้ชายที่อยากให้กำลังใจและสนับสนุนสิทธิผู้หญิง และอีกหลายสถานะ ร่วมกันเดินรณรงค์จากพุทธสถาน ถึงบริเวณลานท่าแพ โดยนำเสนอ “ผู้หญิง 4.0”  ต้องมีสิทธิ และความท่าเทียม ทั้งในด้านความคิด การตัดสินใจ การทำงาน  และเข้าสวัสดิการต่างๆ

“พวกเรา ผู้หญิงทุกชาติพันธุ์ ทุกช่วงวัย ศาสนา อาชีพ ชนชั้น สถานะ ชาติกำเนิด ได้มารวมตัวกันวันนี้ เพื่อเฉลิมฉลองวันสตรีสากล 8 มีนาคม 2561 ร่วมกับผู้คนทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก และเพื่อแสดงพลังให้สิทธิและความเสมอภาคของผู้หญิงในสังคมไทยเกิดขึ้นอย่างแท้จริง”

“ประเทศไทย 4.0 จะเป็นสังคมที่ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง หรือการสร้างคนไทย 4.0 นั้น จะต้องสร้างผู้หญิง 4.0 ที่หมายรวมถึงผู้หญิงที่เป็นแม่ ผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเอชไอวี ผู้หญิงพิการ ผู้หญิงกะเทย ผู้หญิงพนักงานบริการ ผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง ผู้หญิงแรงงานทำงานบ้าน ผู้หญิงที่ต่อสู้เรื่องที่ดิน ผู้หญิงแรงงานนอกระบบ ผู้หญิงยากจน ผู้หญิงแรงงานข้ามชาติ  ผู้หญิงไม่มีสถานะบุคคล  ผู้หญิงท้องไม่พร้อม  ท้องในวัยรุ่น  และผู้หญิงทุกช่วงวัย ทุกศาสนา  โดยไม่ปิดกั้นผู้หญิงที่มีความแตกต่างหลากหลาย ทั้งทางด้านเพศสภาพ กายภาพ สุขภาพ และสถานภาพบุคคล” พวกเธอประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนผ่านใบแถลงการณ์ และนี่คือที่มาของธีมงานในวันนี้

ภายหลังจากเดินรณรงค์ มีการจัดกิจกรรมบริเวณลานท่าแพ โดยในงานประกอบด้วย การแสดงบนเวที หนังสั้น และบูธนิทรรศการ จากภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมในจังหวัดเชียงใหม่ที่ทำงานส่งเสริมสิทธิผู้หญิง

นางคำ บัวมูล แรงงานหญิงข้ามชาติ ผู้เข้าร่วมเดินขบวนเป็นครั้งแรก เล่าว่า ตนรู้สึกดีใจมาก ไม่คิดว่าการร่วมงานในวันนี้จะสนุก และมีความสุขมากขนาดนี้

“รู้สึกสนุก ไม่เคยมาร่วมเลย มาร่วมเป็นครั้งแรก เพื่อนชวนมา มีความสุข บอกไม่ถูก มันมีกิจกรรมที่ชูคุณค่าผู้หญิง”

“อันหนึ่งที่ชอบมาก คือ การรณรงค์เรื่องค่าจ้าง และสวัสดิการของแรงงานผู้หญิง เพราะตรงใจที่สุด”

กัชกร ทวีศรี สมาคมวัฒนธรรมความพิการจังหวัดเชียงใหม่  และ มูลนิธิโกลบอลแคมปัสเซส  เล่าภายหลังจากเป็นตัวแทนนำหญิงผู้พิการมาร่วมเดินขบวนว่า พวกตนมาร่วมเดินขบวนในวันสากลทุกปี ปีนี้เป็นปีที่ 4 แล้ว

“เดิมทีเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามีกิจกรรมแบบนี้ เพราะเวลามีการจัดกิจกรรมแบบนี้ผู้หญิงพิการจะหลุดออกไปเลย พอมาร่วมเครือข่ายที่ทำงานภาคประชาสังคมจำเราได้ ว่าเคยมีกลุ่มผู้หญิงพิการเคยเข้าร่วมด้วย เราก็จะติดต่อประสานงานกันมาโดยตลอด”

“ตอนมาร่วมขบวนผู้หญิง เราคิดว่าอย่างไรเราก็ต้องอยู่ข้างหลังขบวน เพราะไปเดินงานไหนเขาเอาผู้พิการไว้ด้านหลังหมด แต่พอมาร่วมเดินขบวนงานนี้ตั้งแต่ปีแรก ปรากฏว่าเขาให้เราเดินข้างหน้าเลย ทำให้เราเป็นที่จดจำว่าเราก็เป็นผู้หญิงอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความพิการอยู่”

กัชกร  มองว่า สิทธิของหญิงพิการตอนนี้ ยังไม่ถึง ผู้หญิง 4.0 แต่เป็น 1.0 มากกว่า เพราะยังมีปัญหาและอุปสรรคอีกมากที่ขวางกั้นไม่ให้เข้าถึงสิทธิ

“การที่ผู้หญิงพิการจะเดินออกจากบ้านได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าเราไม่มีอุปกรณ์เราเดินออกบ้านไม่ได้เลย นึกออกไหม ถ้าพี่ไม่มีรถเข็นพี่ก็เดินออกมาร่วมขบวนไม่ได้ จะไปไหนก็ไม่ได้ พอมีรถเข็นเดินออกบ้านมา ก็ไม่มีระบบขนส่งที่เอื้อต่อเราอีก ในฐานะที่เราเป็นผู้หญิง ซึ่งเสมือนกับว่าเหตุร้ายเกิดขึ้นกับเราได้ง่ายๆ เช่น เสี่ยงต่อการละเมิด  แล้วพิการอีก  ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้  มันทำให้บางครั้งครอบครัวก็ไม่ปล่อยเราออกมา พอไม่ปล่อยออกมา คนก็จะไม่เห็นว่าเราเป็นตัวเป็นตน ต่างจากผู้ชายที่ญาติปล่อยออกจากบ้านมาง่าย เพราะว่า เขาเป็น “ผู้ชาย””

“เราเข้าใจนะว่า “ผู้หญิง 4.0” ที่เครือข่ายรณรงค์คืออะไร แต่ ณ ตอนนี้ ขอแค่ เรามาปรากฏกายให้สาธารณะเห็นว่ายังมีผู้หญิงพิการอยู่ ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว มันมีธีมอันหนึ่งใน “ผู้หญิง 4.0” คือ “No One Left Behind” (ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง) อันนี้คือสิ่งที่คิดว่าเข้ากับเราที่สุด  ซึ่งในเชียงใหม่เรามีกลุ่มคนพิการประมาณ 42,500 คน แต่คิดดูว่ามีผู้หญิงพิการออกมากี่คน เราปรารถนาให้ผู้หญิงพิการออกมาเยอะๆ เป็นขบวน แต่เราก็เข้าใจเงื่อนไขทั้งสภาพร่างกาย และเงื่อนไขอื่น”

“การที่ผู้หญิงพิการจะเข้าถึงสิทธิได้อย่างเท่าเทียม มันเป็นไปได้หมด มันติดอยู่ที่ทัศนคติของคน เพราะเวลาที่พูดถึงคนพิการ คนก็จะนึกถึงว่าเป็นบุคคลที่ทำอะไรไม่ได้ พอเคลื่อนไหวไม่ได้ ศักยภาพอื่นๆ หายไปหมด ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ใช่ เพราะฉะนั้น ความเข้าใจของคนเป็นเรื่องสำคัญ พอเข้าใจแล้วแก้ไขได้หมด  และสิ่งนั้นจะทำให้คนพิการออกมายืนข้างเหมือนคนอื่น”

ในช่วงท้ายมีการปิดงานด้วยการร่วมกันเต้น One Billion rising ซึ่งเป็นเพลงรณรงค์ให้ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง โดยมีนักท่องเที่ยวชาวจีน และชาวต่างชาติ ร่วมเต้นด้วย

วีดีโอเต้น One Billion rising (รอสักครู่)

 

.......................................................................................................

แถลงการณ์

โดยเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมในจังหวัดเชียงใหม่

 

เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคม 2561

เชียงใหม่

 

พวกเรา ผู้หญิงทุกชาติพันธุ์ ทุกช่วงวัย ศาสนา อาชีพ ชนชั้น สถานะ ชาติกำเนิด ได้มารวมตัวกันวันนี้ เพื่อเฉลิมฉลองวันสตรีสากล 8 มีนาคม 2561 ร่วมกับผู้คนทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก และเพื่อแสดงพลังให้สิทธิและความเสมอภาคของผู้หญิงในสังคมไทยเกิดขึ้นอย่างแท้จริง

ในวันนี้ ขบวนการสิทธิผู้หญิงรวมถึงขบวนการอื่นๆ ทั่วโลก ได้นัดกันหยุดทำงาน (Women’s Strike) ไม่ว่าจะเป็นงานในบ้าน หรืองานนอกบ้าน เพื่อแสดงให้เห็นว่า  ผู้หญิงมีความสำคัญต่อระบบสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง หากขาดผู้หญิงไป ระบบต่างๆ คงจะหยุดชะงัก เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนสังคมให้สังคมก้าวไปข้างหน้า

ในปัจจุบัน ภายใต้นโยบายประเทศไทย 4.0  ผู้หญิงมีหน้าที่และความรับผิดชอบงานนอกบ้านไม่ต่างกับผู้ชาย อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงกลับได้รับค่าแรงที่ไม่เท่าเทียม นั่นยังไม่นับรวมค่าแรงที่ไม่เป็นธรรม และไม่มีสวัสดิการทางสังคมที่เพียงพอ ห่างไกลจากการดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี นอกจากนี้ ยังต้องแบกรับการทำงานในบ้าน และดูแลคนในครอบครัว กลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ผู้หญิงได้รับโอกาสทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่ไม่เท่าเทียมกันกับผู้ชาย

ถึงแม้ว่าขบวนการสตรีสากลได้เรียกร้องวันทำงาน 8 ชั่วโมง พักผ่อน 8 ชั่วโมง และสันทนาการ 8 ชั่วโมงสำหรับผู้หญิงและผู้ใช้แรงงาน แต่ในความเป็นจริง ผู้หญิงหลากหลายคนต้องทำงานมากกว่า 15 ชั่วโมง เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวด้วยค่าจ้างที่แทบจะไม่เพียงพอในภาวะที่ค่าครองชีพสูงขึ้นทุกวี่วัน

นโยบายประเทศไทย 4.0 หวังที่จะยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและความไม่ยั่งยืน การพัฒนาเศรษฐกิจปัจจุบันนั้นเป็นสิ่งที่น่ายินดี อย่างไรก็ตาม รัฐจำเป็นต้องไปให้ไกลกว่าการมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจที่เอื้อต่อทุนขนาดใหญ่  รัฐต้องให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความยากจน การกระจายทรัพยากรที่ไม่เท่าทียม และไม่ทอดทิ้งประชากรในประเทศส่วนใหญ่ที่ยังอยู่ในระบบประเทศไทย 1.0 และ 2.0 ซึ่งประกอบด้วยผู้หญิงคนจนเมือง ผู้ใช้แรงงาน เกษตรกร ผู้หญิงพิการ และคนชายขอบกลุ่มอื่นๆ

เราเชื่อว่าการจะบรรลุเป้าหมาย ประเทศไทย 4.0 ได้นั้น รัฐต้องสร้างความเท่าเทียม การเข้าถึงโอกาสการพัฒนาในทุกๆด้านของผู้หญิง ภายใต้นโยบายนี้ ผู้หญิงต้องมีสิทธิและเสรีภาพอย่างแท้จริง รัฐต้องดำเนินการพัฒนาในสิ่งที่ผู้หญิงต้องการ ต้องเชื่อมั่น และส่งเสริมศักยภาพของผู้หญิงทุกคน รัฐจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการลงทุนกับนโยบายขั้นพื้นฐาน ในการจัดสวัสดิการการศึกษา การรักษาพยาบาล และโครงสร้างพื้นฐานแก่ประชาชน  

ประเทศไทย 4.0 จะเป็นสังคมที่ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง หรือการสร้างคนไทย 4.0 นั้น จะต้องสร้างผู้หญิง 4.0 ที่หมายรวมถึงผู้หญิงที่เป็นแม่ ผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเอชไอวี ผู้หญิงพิการ ผู้หญิงกะเทย ผู้หญิงพนักงานบริการ ผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง ผู้หญิงแรงงานทำงานบ้าน ผู้หญิงที่ต่อสู้เรื่องที่ดิน ผู้หญิงแรงงานนอกระบบ ผู้หญิงยากจน ผู้หญิงแรงงานข้ามชาติ  ผู้หญิงไม่มีสถานะบุคคล  ผู้หญิงท้องไม่พร้อม  ท้องในวัยรุ่น  และผู้หญิงทุกช่วงวัย ทุกศาสนา  โดยไม่ปิดกั้นผู้หญิงที่มีความแตกต่างหลากหลาย ทั้งทางด้านเพศสภาพ กายภาพ สุขภาพ และสถานภาพบุคคล 

ในท้ายที่สุด ประเทศไทย 4.0 ที่เราต้องการคือ

ประเทศไทย 4.0 ที่ยุติความรุนแรงที่เกิดจากผู้ชายในทุกๆที่ ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน ที่ทำงาน หรือท้องถนนและที่สาธารณะ

ประเทศไทย 4.0 ที่หยุดการตีตรา เลือกปฏิบัติ และการเหมารวมที่เกิดจากความแตกต่าง ทั้งเพศสภาพ กายภาพ สุขภาพ และสถานภาพบุคคล

ประเทศไทย 4.0  ที่ผู้หญิงต้องสามารถตัดสินในเรื่องของผู้หญิงด้วยตัวเอง ต้องเคารพสิทธิทางเพศ และอนามัยเจริญพันธุ์ และการเข้าถึงการบริการสุขภาพที่ดีขึ้นของผู้หญิง

ประเทศไทย 4.0 ที่ผู้หญิงสามารถเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติและออกแบบการจัดการทรัพยากรดังกล่าว มีส่วนร่วมและสิทธิในการตัดสินใจต่อนโยบายการพัฒนาของรัฐที่จะกระทบต่อชุมชนของตนเอง

ประเทศไทย 4.0 ที่แรงงานหญิงได้รับค่าจ้างอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม ได้รับสวัสดิการและการคุ้มครองสิทธิแรงงาน โดยไม่จำกัดตามประเภทงานที่ทำ เช่น คนทำงานในบ้าน แรงงานข้ามชาติ แรงงานพนักงานบริการ

ประเทศไทย 4.0 ที่เคารพและยอมรับในอัตลักษณ์ความหลากหลายของผู้หญิง ต้องยุติการทำให้ผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง   แรงงานข้ามชาติ  ไม่มีสถานบุคคล กลายเป็นคนชายขอบ  

และ ประเทศไทย 4.0 ที่มีผู้หญิงเป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนประชาธิปไตย ที่ยุติธรรมและเป็นจริง เป็นผู้นำการตัดสินใจ และมีสัดส่วนในพื้นที่ทางการเมืองอย่างน้อยร้อยละ 50

 

.............................................

 

ประมวลภาพกิจกรรม “ผู้หญิง 4.0”

 

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 17,166 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.