• 19 ตุลาคม 2562 - 00:51 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ระบบสวัสดิการคนไร้บ้าน : กองทุนเพื่อคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของคนไร้บ้านในสังคมเมือง

 วันที่ 9 เมษายน 2562 - 04:08 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 1,517 ครั้ง พิมพ์

 

เรื่อง : ปรเมศร์ ฟองจางวาง ภาพ : กิตติพงษ์ มะลิซ้อน



ระบบสวัสดิการ คือ ระบบการดูแลประชาชนที่จัดทำขึ้นโดยรัฐบาล สวัสดิการของรัฐที่เราคุ้นเคยกันก็จะมีอยู่ 3 แบบ อย่างแรก คือ ระบบสวัสดิการแบบเบิกตรงของข้าราชการ คนที่ใช้สวัสดิการนี้ในประเทศคิดเป็น10 – 20% คนที่เข้าถึงได้ก็คือผู้ที่รับราชการและครอบครัวของเขา พ่อ แม่และลูก ต่อมา คือ สวัสดิการแบบประกันสังคม สวัสดิการส่วนนี้จะเป็นแบบที่คนทั่วไปและพนักงานรัฐวิสาหกิจใช้กันซึ่งจะใช้เงินของตนเองจ่ายหรือองค์กรที่ตนเองทำงานอยู่จ่ายให้ก็ตามสะดวก แบบสุดท้ายเป็นแบบที่คนส่วนใหญ่ใช้คือระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือที่เราเรียกกันว่า บัตรทอง 30 บาท 

ระบบสวัสดิการมีหลากหลายแบบเช่นนี้ทุกท่านอาจจะเกิดข้อสงสัยว่า แล้วทำไมคนไร้บ้านจึงต้องมีระบบสวัสดิการอีก ทั้งที่ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าก็น่าจะครอบคลุมประชากรทุก ๆ คนแล้ว เนื้อหาต่อจากนี้เราจึงจะขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับระบบสวัสดิการของคนไร้บ้านกันครับ

 

ทำไมถึงต้องมีระบบสวัสดิการของคนไร้บ้าน?

น้องภาวัฒน์ หรือ น้องชิว จากกลุ่มอาสาสมัครคนไร้บ้านเชียงใหม่ เล่าถึงเงื่อนไขและที่มาของระบบสวัสดิการคนไร้บ้านว่า “ที่คนไร้บ้านไม่สามารถเข้าถึงระบบสวัสดิการของรัฐได้เป็นเพราะคนไร้บ้านหลาย ๆ คนไม่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขของระบบสวัสดิการรัฐ เช่น ไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีเงินออมที่มากเพียงพอ หรือไม่มีอาชีพและที่อยู่อาศัยที่แน่นอน ทั้งที่คนกลุ่มนี้ก็เป็นกลุ่มคนที่เสียภาษีให้กับรัฐ แต่ก็ไม่ได้รับการดูแลหรือคุ้มครองอะไร ไม่มีใครรู้ได้ว่าตนเองจะเจ็บป่วยตอนไหนยิ่งเป็นคนไร้บ้านด้วย ไม่รู้เลยว่าถ้าเขาเจ็บป่วยขึ้นมาจะมีใครมาสนใจเขารึเปล่า บางคนถึงจะมีบัตรประชาชนแต่สิทธิ์บัตรทองก็จ่ายให้เขาแค่ค่ายา คนไร้บ้านต้องจ่ายมากกว่านั้นแต่พวกเขาไม่มีเงินพอ บางคนนอนรอให้หายเองไม่ไปหาหมอเพราะไม่มีเงินค่ารถก็มี นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมต้องเกิดระบบสวัสดิการนี้ขึ้นมา เพราะเพื่อดูแลกลุ่มคนเหล่านี้ไง”  

พัฒนาการของระบบสวัสดิการคนไร้บ้าน

การจัดตั้งระบบสวัสดิการของคนไร้บ้านขึ้นมานั้นต้องเป็นการทำที่มีแบบแผน ซึ่งกลุ่มอาสาสมัครและกลุ่มคนไร้บ้านเชียงใหม่ก็ได้ลองผิดลองถูกกันมาเรื่อย ๆ เริ่มต้นจากกลุ่มคนไร้บ้านที่อยู่ภายในศูนย์ฟื้นฟูฯก่อนโดยให้คนไร้บ้านมีการออมเงินและใช้เงินนี้เป็นกองทุนช่วยเหลือสวัสดิการ จนเริ่มระบบสวัสดิการแบบแรกคือระบบสวัสดิการแบบก้าวหน้า หรือแบบขั้นบันได ซึ่งคนที่ออมมากก็จะได้สิทธิมากกว่า 

หลังจากใช้มาได้ระยะหนึ่งมีคนไร้บ้านคนใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาในศูนย์มากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคนที่ยังไม่มีรายได้หรือรายได้ไม่สม่ำเสมอ บางคนก็ติดสุราทำให้ไม่มีเงินออม สิทธิต่าง ๆ ที่พวกเขาได้ เช่น การเบิกค่ารักษาพยาบาล ค่ายา ค่าเดินทาง จึงน้อยกว่าคนที่อยู่มานานและมีเงินออมมากกว่า กลุ่มอาสาสมัครเห็นว่ามีความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นจึงได้เปลี่ยนรูปแบบระบบสวัสดิการใหม่ ให้ทุกคนมีสิทธิที่เท่าเทียมกันไม่ว่าจะอยู่มานานหรือเพิ่งเข้ามาใหม่ นั่นคือ “ระบบสวัสดิการแบบกองทุน”

โดยระบบนี้จะให้สมาชิกทุกคนจ่ายเงินออมเข้ากองทุน ซึ่งจะให้สมาชิกออมเงินวันละ 1 บาท เพื่อจะนำเงินนั้นมาเข้ากองทุนแบบรายเดือน เดือนละประมาณ 30 บาท และได้เพิ่มเป็นวันละ 2 บาทในภายหลัง เงินในกองทุนนี้จะนำไปจัดการในเรื่องสวัสดิการต่าง ๆ เช่น ค่ายา ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล ค่าไฟและค่าน้ำของศูนย์เป็นต้น ค่าไฟและค่าน้ำนี้จะมีเงินสมทบจากค่าใช้สถานที่ห้องประชุมของศูนย์ฟื้นฟูฯโดยคนภายนอก และสวัสดิการเหล่านี้ก็จะย้อนกลับมาดูแลตัวสมาชิกเองด้วย จากการได้เงินช่วยเหลือจากกองทุนในการจ่ายค่ายา ค่ารถ ค่าน้ำและค่าไฟ

ผู้เขียนได้สอบถามลุงริน หนึ่งในคณะกรรมการของกองทุนนี้ถึงเรื่องของระบบสวัสดิการของคนไร้บ้านนี้ว่า มีเป้าหมายอย่างไรในตอนแรกที่จัดตั้งระบบสวัสดิการนี้ขึ้นมา?

ลุงริน : “สวัสดิการคนไร้บ้านนี้เป็นระบบที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนและดูแลคนไร้บ้านอย่างเรา ตั้งแต่ เกิด แก่ เจ็บ ตายเพราะหากเขาป่วยเงินนี้ก็จะช่วยเรื่องค่ารักษาได้ หรือถ้าหากเขาเสีย กองทุนนี้ก็อาจจะช่วยเขาได้ในเรื่องค่าฌาปนกิจหรือจัดงานศพให้เขาได้อย่างน้อยซักคืนหนึ่งก็ยังดี แต่ระบบสวัสดิการนี้ก็ไม่ได้ดูแลแค่คนในศูนย์นะ พี่น้องคนไร้บ้านที่อยู่ข้างนอกถ้าเขามาเข้าร่วมเงินส่วนนี้ก็จะดูแลเขาด้วย”

 

ผู้เขียนได้พูดคุยกับพี่นก หนึ่งในคณะกรรมการกองทุนฯ ถึงระบบสวัสดิการคนไร้บ้านสำคัญกับคนไร้บ้านอย่างไร? พี่นกอยู่ในส่วนของคนดูแลร้านค้าสวัสดิการ ซึ่งเป็นร้านค้าที่จะนำรายได้ที่ได้จากการขายสินค้ามาเข้ากองทุนเพื่อดูแลสมาชิก

พี่นก : “พี่คิดว่าสำคัญมากนะ เพราะคนไร้บ้านบางคนเขาไม่มีงาน ไม่มีเงิน รายได้เขามีน้อย บางคนมาจากต่างจังหวัด มันก็ยากที่จะมีญาติหรือคนรู้จักพาไปโรงพยาบาล ระบบสวัสดิการเราช่วยเหลือหมด ค่ายา ค่าเดินทาง แม้กระทั่งย้ายสิทธิของเขาจากที่บ้านเข้ามาในพื้นที่เพื่อที่จะรับการรักษาหรือสวัสดิการที่เขาควรจะได้รับได้อย่างเต็มที่”

ผู้เขียน : พี่คิดว่าเป้าหมายของระบบสวัสดิการนี้ในอนาคตจะเป็นอย่างไร?

พี่นก : เป้าหมายของพี่ก็คืออยากเห็นกองทุนมีความมั่นคงกว่านี้ ตอนนี้กองทุนเราก็ยังไม่ได้แข็งแรง เพราะจำนวนพี่น้องคนไร้บ้านของเราก็มีเยอะ หลาย ๆ คนก็ป่วยเรื้อรังต้องไปพบหมออย่างต่อเนื่อง ในอนาคตพี่ก็เลยอยากเห็นกองทุนที่แข็งแรงกว่านี้ ยังไม่เป็นกองทุนที่เติบโตก็ได้แต่ขอให้เป็นกองทุนที่มีความมั่นคงพอที่จะดูแลพี่น้องคนไร้บ้านของพวกเราได้”

ผู้เขียน : แล้วมันจะมีวิธีไหนไหมครับที่จะทำให้ระบบสวัสดิการนี้แข็งแรงขึ้นได้?

พี่นก : ก็หนึ่งคือ เราต้องจัดการคนภายในของเรากันก่อนค่ะ ดูแลสมาชิกให้มีการฟื้นฟูและพัฒนาตัวเอง สองคือ ตอนนี้ทางกลุ่มคนไร้บ้านเองและกลุ่มอาสาสมัครกำลังจัดทำโครงการ Buddy ขึ้นมา เพื่อให้ระบบสวัสดิการของเราได้รับความสนับสนุนจากหน่วยงานและบุคคลภายนอก เพื่อเป็นการเติมเต็มความฝันและโอกาสให้แก่กัน เพราะทางหน่วยงานหรือบุคคลที่เข้ามาก็จะได้ทำความรู้จักคนไร้บ้านมากขึ้น เข้าใจคนไร้บ้านมากขึ้น และสามารถเติมเต็มโอกาสของคนไร้บ้านเพื่อให้ได้แสดงศักยภาพของตนเองออกมามากขึ้นค่ะ”

จากการเข้าไปทำความรู้จักกับระบบสวัสดิการของคนไร้บ้าน ทำให้ผู้เขียนได้ทราบถึงอะไรหลาย ๆ อย่างที่ผู้เขียนไม่เคยได้รับรู้ การจัดตั้งระบบสวัสดิการแสดงให้เห็นการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เข้ากับสังคมปัจจุบัน ไม่เพียงแค่นั้นทัศนคติและวิธีคิดของพวกเขาก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน ในวันนี้พวกเขาเปลี่ยนจากการอยู่คนเดียวมาเป็นการอยู่ร่วมกัน เปลี่ยนจากชีวิตแบบวันต่อวันเป็นการทำให้ชีวิตมั่นคง เปลี่ยนจากคนที่เคยขอเป็นการสร้างด้วยตนเองและกลายเป็นคนที่ได้ให้ ให้โอกาสและความช่วยเหลือกับพี่น้องคนไร้บ้านหรือคนอื่น ๆ ในสังคมที่ได้รับโอกาสน้อยกว่าพวกเขา สิ่งที่เขาทำทำไปเพื่อให้คุณภาพชีวิตของตนเองและพี่น้องคนไร้บ้านดีขึ้น เพื่อที่ในวันหนึ่งสังคมจะยอมรับว่าคนไร้บ้านนั้นเป็นประชากรที่มีศักยภาพและมีคุณภาพของเมืองแห่งนี้ได้.

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 18,119 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.