• 18 ธันวาคม 2560 - 12:13 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

สกน.เครือข่ายที่ดินภาคเหนือรุกยื่นข้อเสนอต่อคสช.แก้ไขความยากจน 6 ข้อ

 วันที่ 3 ธันวาคม 2557 - 13:10 น.  |   ภาษา: ภาษาไทย   |   เข้าชม: 1,733 ครั้ง พิมพ์

 

วันนี้ 27 มิ.ย.2557 ที่มณฑลทหารบก 33 ค่ายกาวิละ เชียงใหม่ ตัวแทนสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือร่วมกับเครือข่ายปฏิรูปแห่งประเทศไทย (ภาคเหนือ) กว่า 20 คน เข้าพบผบ.มทบ.33 เพื่อขอให้เร่งรัดการดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจนและเกษตรกรรายย่อย


สำหรับข้อเสนอทั้ง 6 ประการมีดังนี้ หนึ่ง เร่งรัดให้สำนักงานโฉนดชุมชน สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ดำเนินการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและข้อพิพาทในเรื่องที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยระหว่างชุมชนกับหน่วยงานของรัฐ ให้เป็นไปตามตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ.2553 ต่อไปโดยเร็ว ซึ่งปัจจุบันปรากฎว่ามีชุมชนที่ยื่นคำขอและรอการแก้ไปปัญหามากกว่า 420 ชุมชน

สอง ผลักดันการดำเนินการโครงการนำร่องธนาคารที่ดินในพื้นที่นำร่อง 5 พื้นที่ ได้แก่บ้านใหม่ป่าฝาง ต.น้ำดิบ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน, บ้านแม่อาว ต.นครเจดีย์ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน, บ้านแพะใต้ ต.หนองล่อง อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน, บ้านท่ากอม่วง ต.หนองปลาสวาย อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน และบ้านป่ง ต.แม่แฝก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2556 โดยเร่งรัดสั่งการให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงบประมาณ นำเสนอโครงการดังกล่าวต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการตั้งงบประมาณชดเชย คืนให้แก่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ทั้งนี้เพื่อให้สามารถดำเนินการโครงการนำร่องธนาคารที่ดินในพื้นที่ 5 ชุมชน ให้เป็นไปตามนัยตามมติคณะรัฐมนตรี ดังกล่าวต่อไป

 

​สาม ให้การสนับสนุนโครงการ ชุมชนใหม่คนไร้บ้านและโครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยชั่วคราว ระหว่างรอการปลูกสร้างที่พักอาศัยถาวรเพื่อรองรับการช่วยเหลือชุมชนที่ประสบ ปัญหาไฟไหม้ไล่ที่ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 และมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 8 มีนาคม 2554 โดยสั่งการให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ร่วมกับสถาบันพัฒนา องค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) นำเสนอรายละเอียดแผนงานและงบประมาณโครงการดังกล่าวต่อคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) เพื่อให้สามารถดำเนินการโครงการให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวต่อไป

 

สี่ แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) โดยเร่งด่วน เพื่อให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พ.ศ.2554 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2554 ทั้งนี้เพื่อให้สถาบันดังกล่าวสามารถเดินหน้าดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินทำ กินให้เป็นไปตามเป้าหมาย วัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของสถาบันต่อไป

ห้า ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผลักดันประเด็นปัญหาดังต่อไปนี้ให้เป็นนโยบายที่สำคัญและเร่งด่วน ประกอบด้วย
ปัญหาการกระจุกตัวของที่ดินซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะโดยปัจจุบันปรากฏ ข้อมูลว่าที่ดินซึ่งมีเอกสารสิทธิ์มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ตกอยู่ในมือของคนเพียง 3 ล้านคนหรือประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ของประชากร นอกจากนี้ยังมีการปล่อยที่ดินให้รกร้างไม่ทำประโยชน์ ซึ่งนอกจากจะก่อให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจแล้วยังเป็นที่มาของปัญหาความ เหลื่อมล้ำในการเข้าถึงที่ดินของผู้ยากไร้และเกษตรกรรายย่อยอีกด้วย ปัญหาของประชาชนผู้ยากไร้ ผู้มีรายได้น้อย และเกษตรกรรายย่อย ผู้ไร้ที่ดินทำกิน ซึ่งอยู่อาศัยและทำกินในที่ดินของรัฐมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ปัจจุบันมีประชากรอย่างน้อย 1 ล้านครอบครัวหรือประมาณ 10 ล้านคน ซึ่งชุมชนและเกษตรกรรายย่อยเหล่านี้ เป็นผู้อยู่ในข่ายที่จะได้รับการคุ้มครองตามนัยคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) ฉบับที่ 66/2557 ลงวันที่ 17 มิถุนายน ข้อ 2.1

 

ทั้งนี้​ คสช.ให้ประกาศนโยบายและผลักให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม และยั่งยืน อาทิ ใช้มาตรการทางภาษีเพื่อจัดเก็บภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้ากับผู้ถือครอง ที่ดินที่มีขนาดเนื้อที่รวมกันเกิน 50 ไร่ ขึ้นไป นำรายได้จากภาษีดังกล่าวมาจัดตั้งธนาคารที่ดินเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้ ยากไร้ ผู้มีรายได้น้อย และไม่มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ได้มีโอกาสเข้าถึงที่ดินอย่างเป็นธรรม ผลักดันให้มีการรับรองสิทธิให้แก่ชุมชนและผู้ยากไร้ที่อยู่อาศัยในที่ดินของ รัฐในสิทธิชุมชน ยกระดับระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยกองทุนยุติธรรมให้เป็นกองทุนที่มีความ อิสระ ขยายขอบข่ายการช่วยเหลือแก่ผู้ยากไร้ให้สามารถเข้าถึงกระบวนการต่อสู้คดีใน กระบวนการยุติธรรมได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

 

หก ขอเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้คืนความผาสุขให้แก่ประชาชนด้วยการคืนสิทธิในการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของ ประชาชนรวมทั้งหมวดว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิชุมชนในการดูแลรักษา จัดการและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลยและยั่งยืน โดยให้บรรจุเนื้อหาดังกล่าวไว้ในธรรมนูญการปกครองชั่วคราวซึ่งอยู่ในแผนที่ คสช.กำลังจะมีการประกาศใช้ในอีกไม่ช้า

 

ด้านนายสุแก้ว ฟุงฟู คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ข้อเสนอข้างต้นเป็นสิ่งที่เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเสนอมาแล้วกับทุกรัฐบาล แต่เขาก็แค่รับข้อเสนอไม่ได้ดำเนินการอย่างชัดเจน ดังนั้นเครือข่ายก็หวังว่ารัฐบาลของคสช.จะหยิบยกปัญหาและข้อเสนอของเครือ ข่ายที่ดินมาพิจารณาอย่างจริงจัง.

 

แถลงการณ์
สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ

 

เรื่อง ขอให้เร่งรัดการดำเนินการแก้ไขปัญหาของคนจนและเกษตรกรรายย่อย

 

ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีประกาศ ฉบับที่ 1/2557 เรื่องการควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคมเป็นต้นมานั้น มีผลทำให้การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลรักษาการ ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สิ้นสุดลงซึ่งส่งผลให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาของคนจนและเกษตรกรรายย่อย ตามมติคณะรัฐมนตรี คำสั่ง และกลไกต่างๆ ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ต้องยุติลง และต่อมาได้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 10/2557 เรื่องให้อำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีเป็นอำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ

 

ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาของคนจนและเกษตรกรรายย่อย ที่สั่งสมและคั่งค้างมาจากการดำเนินงานของรัฐบาลชุดที่ผ่านมาโดยเฉพาะในส่วน ที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วน รวมทั้งการดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรี คำสั่ง และกลไกโครงสร้างที่มีอยู่เดิมให้สามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลดีต่อชีวิตคนจนและเกษตรกรรายย่อยในภาพรวม อันจะนำไปสู่การสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมในสังคม

 

​ในนามสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ซึ่งเป็นองค์กรเครือข่ายของเกษตรกรรรายย่อยที่มีปัญหาเดือดร้อนเรื่องที่ อยู่อาศัย ที่ทำกิน และปัญหาการเข้าถึงการจัดการทรัพยากรของชุมชน ซึ่งได้ร่วมผลักดันการแก้ไขปัญหาในฐานะสมาชิกของขบวนการประชาชนเพื่อสังคม ที่เป็นธรรม (ขปส.) มาอย่างต่อเนื่องหลายรัฐบาล

 

สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ จึงขอเรียกร้องต่อคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะผู้ใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

 

​1. สั่งการเร่งรัดให้สำนักงานโฉนดชุมชน สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ดำเนินการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและข้อพิพาทในเรื่องที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยระหว่างชุมชนกับหน่วยงานของรัฐ ให้เป็นไปตามตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ.2553 ต่อไปโดยเร็ว ซึ่งปัจจุบันปรากฎว่ามีชุมชนที่ยื่นคำขอและรอการแก้ไปปัญหามากกว่า 420 ชุมชน

2. ผลักดันการดำเนินการโครงการนำร่องธนาคารที่ดินในพื้นที่นำร่อง 5 พื้นที่ ได้แก่บ้านใหม่ป่าฝาง ต.น้ำดิบ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน, บ้านแม่อาว ต.นครเจดีย์ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน, บ้านแพะใต้ ต.หนองล่อง อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน, บ้านท่ากอม่วง ต.หนองปลาสวาย อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน และบ้านป่ง ต.แม่แฝก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2556 โดยเร่งรัดสั่งการให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงบประมาณ นำเสนอโครงการดังกล่าวต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการตั้งงบประมาณชดเชย คืนให้แก่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ทั้งนี้เพื่อให้สามารถดำเนินการโครงการนำร่องธนาคารที่ดินในพื้นที่ 5 ชุมชน ให้เป็นไปตามนัยตามมติคณะรัฐมนตรี ดังกล่าวต่อไป

 

​3. ให้การสนับสนุนโครงการ ชุมชนใหม่คนไร้บ้านและโครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยชั่วคราว ระหว่างรอการปลูกสร้างที่พักอาศัยถาวรเพื่อรองรับการช่วยเหลือชุมชนที่ประสบ ปัญหาไฟไหม้ไล่ที่ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 และมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 8 มีนาคม 2554 โดยสั่งการให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ร่วมกับสถาบันพัฒนา องค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) นำเสนอรายละเอียดแผนงานและงบประมาณโครงการดังกล่าวต่อคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) เพื่อให้สามารถดำเนินการโครงการให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวต่อไป

 

​4. แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) โดยเร่งด่วน เพื่อให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พ.ศ.2554 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2554 ทั้งนี้เพื่อให้สถาบันดังกล่าวสามารถเดินหน้าดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินทำ กินให้เป็นไปตามเป้าหมาย วัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของสถาบันต่อไป

5. ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผลักดันประเด็นปัญหาดังต่อไปนี้ให้เป็นนโยบายที่สำคัญและเร่งด่วน ประกอบด้วย
5.1 ปัญหาการกระจุกตัวของที่ดินซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะโดยปัจจุบันปรากฏ ข้อมูลว่าที่ดินซึ่งมีเอกสารสิทธิ์มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ตกอยู่ในมือของคนเพียง 3 ล้านคนหรือประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ของประชากร นอกจากนี้ยังมีการปล่อยที่ดินให้รกร้างไม่ทำประโยชน์ ซึ่ง นอกจากจะก่อให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจแล้วยังเป็นที่มาของปัญหาความ เหลื่อมล้ำในการเข้าถึงที่ดินของผู้ยากไร้และเกษตรกรรายย่อยอีกด้วย
5.2 ปัญหาของประชาชนผู้ยากไร้ ผู้มีรายได้น้อย และเกษตรกรรายย่อย ผู้ไร้ที่ดินทำกิน ซึ่งอยู่อาศัยและทำกินในที่ดินของรัฐมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ปัจจุบันมีประชากรอย่างน้อย 1 ล้านครอบครัวหรือประมาณ 10 ล้านคน ซึ่งชุมชนและเกษตรกรรายย่อยเหล่านี้ เป็นผู้อยู่ในข่ายที่จะได้รับการคุ้มครองตามนัยคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) ฉบับที่ 66/2557 ลงวันที่ 17 มิถุนายน ข้อ 2.1

​โดยเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศนโยบายและผลักให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนโดย

(1) ใช้มาตรการทางภาษีเพื่อจัดเก็บภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้ากับผู้ถือครองที่ดินที่มีขนาดเนื้อที่รวมกันเกิน 50 ไร่ ขึ้นไป
(2) นำรายได้จากภาษีดังกล่าวมาจัดตั้งธนาคารที่ดินเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้ ยากไร้ ผู้มีรายได้น้อย และไม่มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ได้มีโอกาสเข้าถึงที่ดินอย่างเป็นธรรม
(3) ผลักดันให้มีการรับรองสิทธิให้แก่ชุมชนและผู้ยากไร้ที่อยู่อาศัยในที่ดินของรัฐในสิทธิชุมชน
(4) ยกระดับระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยกองทุนยุติธรรมให้เป็นกองทุนที่มีความ อิสระ ขยายขอบข่ายการช่วยเหลือแก่ผู้ยากไร้ให้สามารถเข้าถึงกระบวนการต่อสู้คดีใน กระบวนการยุติธรรมได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

 

6. ขอเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้คืนความผาสุขให้แก่ประชาชนด้วยการคืนสิทธิในการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของ ประชาชนรวมทั้งหมวดว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิชุมชนในการดูแลรักษา จัดการและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลยและยั่งยืน โดยให้บรรจุเนื้อหาดังกล่าวไว้ในธรรมนูญการปกครองชั่วคราวซึ่งอยู่ในแผนที่ คสช.กำลังจะมีการประกาศใช้ในอีกไม่ช้า

ในนามของสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะได้นำประเด็นข้อเสนอของเราทั้งหมดนี้ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ต่อไป​​​​​​​

 

ด้วยจิตคารวะ
สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ
27 มิถุนายน 2557

 

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,923 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.