• 20 พฤศจิกายน 2560 - 02:39 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

สรุปประเด็นเสวนาภาษีบาป ผลกระทบ สสส.ไทยพีบีเอส

 วันที่ 10 สิงหาคม 2558 - 11:15 น.  |   เข้าชม: 1,190 ครั้ง  พิมพ์

 

"กมธ.ยกร่าง รธน."ย้ำมีความจำเป็นควบคุม earmarked tax เหตุมีมากเกินไปจะกระทบวินัยการเงินการคลังของประเทศ แต่คงมีการทบทวน สสส." ชี้ควรกำหนดเป็น พ.ร.บ.เพื่อให้เกิดความยึดหยุ่น เหตุมีกองทุนเพื่อสุขภาพติดบัญชีด้วย "ทีดีอาร์ไอ" ระบุต้องเป็นงานอิสระอย่างแท้จริง ตั้งได้ยากผ่านรัฐสภาต้อง 3 ใน 5 เพื่อเป็นหลักประกันความต้องการของสังคมส่วนใหญ่ ชี้ไม่ควรตัด สสส.และไทยพีบีเอส คุมเฉพาะที่จะเกิดใหม่เท่านั้น เหตุที่ผ่านมาไม่มีข้อบกพร่อง

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย จัดเสวนาราชดำเนินเสวนา หัวข้อ "ภาษีบาป ผลกระทบ สสส.ไทยพีบีเอส?" โดยนายจักร์กฤษ เพิ่มพูล กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

นางสาววิไล ตันตินันท์ธนา ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ ภาษีสรรพสามิต กล่าวว่า การเก็บภาษีสุราและบุหรี่เป็นภาษีทางอ้อม เพราะผลักภาระไปที่ผู้บริโภคทั้งหมด มีการเรียกว่าภาษีบาป เพราะมีผลเสียต่อสุขภาพและศีลธรรมอันดีของสังคม รัฐต้องมีต้นทุนทางสังคมในการจัดเก็บ เพื่อนำไปบรรเทาสังคมด้านอื่นๆ ผู้ประกอบการโรงงานยาสูบในไทยมีเพียงโรงเดียว ส่วนการนำเข้าก็เก็บภาษีตามราคานำเข้าและปริมาณสำหรับบุหรี่ 87 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันก็มีการจ่ายภาษีตรงนี้ไปที่ไทยบีพีเอส สสส.และกองทุนเพื่อการพัฒนากีฬาแห่งชาติในอนาคต

นายจรัส สุวรรณมาลา คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เดิม กมธ.ยกร่างตั้งใจจัดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นเรื่องการจัดเก็บค่าภาษีและธรรมเนียมเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะหรือ earmarked tax แต่ก็ทำได้น้อย เพราะมีแต่การจัดทำเฉพาะเวทีของรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงขอขอบคุณสมาคมนักข่าวฯที่ได้จัดเวทีเสวนานี้ขึ้นมา รัฐธรรมนูญ 2550 ได้ระบุไว้ให้รัฐบาลออกกฎหมายเกี่ยวกับภาษีต่างๆ แต่รัฐบาลก็ไม่ยอมออก เพราะทำให้รัฐบาลดำเนินนโยบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายด้านประชานิยมยากขึ้น ออกมาแล้วก็เป็นกระพวนผูกคอแมว จึงทำตัวเป็นแมวขโมยมาตลอด

นายจรัส กล่าวว่า เราจึงหวังให้ทุกรัฐบาลมีวินัยทางการเงินการคลัง เพราะไม่อยากให้เป็นประเทศที่ล้มละลายเหมือนประเทศอเมริกาใต้ และความจริงประเทศที่เราเห็นว่ามีความมั่งคั่งทั้งญี่ปุ่นและยุโรปหรือสหรัฐก็ประสบปัญหาการล้มลายทางการเงินการคลังไปหมดแล้ว เราอยากให้รัฐบาลมีประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงิน มีกติกาที่มีธรรมาภิบาลในการเงินและการคลัง รัฐบาลจะไปลดหย่อยภาษีในกลางปี เช่น การลดหย่อนภาษีเรื่องรถคันแรก หรือนำไปจ่ายหนี้ให้รัฐบาล เช่น เรื่องจำนำข้าวไม่ได้อีกต่อไป

กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญกล่าวว่า ตามหลักการภาษีที่ทางการคลังถือคือภาษีทั่วไปที่มีการเก็บคนทั่วไป เข้าไปสู่ระบบรายได้แผ่นดิน ใครต้องการใช้ ก็ทำผ่านกระบวนการงบประมาณ และอีกภาษีคือระบบเฉพาะมีวัตถุประสงค์ชัดเจนว่าทำไปอะไร มีหน้าตาหลายแบบให้รัฐบาลจัดเก็บเพิ่มขึ้นไปจากฐานเดิม จัดเก็บจากคนกลุ่มหนึ่งมาให้คนทั้งระบบและผู้เสียภาษีต้องได้ประโยชน์โดยตรง เช่น การเก็บภาษีสรรพสามิตให้ท้องถิ่น เป็นต้น

กมธ.ยกร่างฯกล่าวว่า ลักษณะของ สสส.เป็นลักษณะของการจัดเก็บภาษีบาปได้ดีมาก เพราะเก็บมาแล้วก็นำไปรณรงค์เพื่อป้องกันสุขภาพ แต่ของไทยพีบีเอสยังไม่มีความชัดเจน เพราะที่จริงต้องนำรายได้ที่ได้จากการผลิตรายการนำมาเป็นรายได้ เพราะเป็นรายได้ที่เกี่ยวที่เกิดจากไทยพีบีเอสโดยตรง ยิ่งไปที่กองทุนเพื่อการพัฒนากีฬาแห่งชาติ ก็ยิ่งห่างไกลไปใหญ่ เพราะหลักการเราจะไม่เก็บภาษีเฉพาะไปให้กลุ่มอื่นๆ การเก็บภาษีนี้ต้องเชื่อมโยงไปที่ผู้เสียภาษี เพราะมีแรงจูงใจกับผู้เสียภาษี ถ้าจะเพิ่มช่องทางการเสียภาษี การเสียภาษีในลักษณะนี้คนจะยอมรับมากกว่า เพราะคนเห็นว่าเก็บไปเพื่ออะไร

"รัฐต้องหาช่องทางในการจัดเก็บเพื่อการนั้นเป็นการเฉพาะ ที่รัฐจำเป็นต้องให้ความเป็นอิสระกับองค์กรนั้นๆ รัฐต้องการันตีจำนวนเงินที่แน่นอนให้ และขณะนี้องค์กรลักษณะนี้ไม่ได้มีแค่ไทยพีบีเอสเพียงแห่งเดียว แต่มีร้อยแห่งในประเทศไทย" นายจรัส กล่าว

นายจรัส ยังกล่าวว่า การเพิ่มภาษีเพื่อนำไปใช้ได้เลย ทำให้องค์กรเหล่านี้ไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้เงินไปใช้ไม่ต้องผ่านวิธีการงบประมาณ ในสหรัฐกลายเป็นช่องทางของงบฯส.ส.เพื่อทำนโยบายประชานิยม เป็นการสร้างกระเป๋าย่อยๆ ให้ตัวเอง ไม่มีใครไปยุ่งได้ และยังสามารถปกป้องตัวเองได้อีกด้วย และในอนาคตจะมีการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากรัฐบาลต้องการเก็บเพิ่มภาษี เพื่อนำไปใช้กิจการอื่นๆ ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะเพดานของภาษีลักษณะนี้ชนเพดานไปแล้ว จึงเห็นว่าควรหยุดภาษี emermart tex ในลักษณะนี้ได้แล้ว ในสหรัฐฯเมื่อไม่สามารถหยุดได้ ก็ใช้วิธีการหยุดที่จำนวนที่ให้ไว้ ไม่มีวันได้เพิ่มอีกต่อไป และรัฐบาลบารัค โอบามา เคยหาเสียงว่าจะยกเลิกแต่ก็ไม่สามารถยกเลิกได้

"ถ้าเราไม่หยุดก็หยุดอะไรไม่ได้ แต่เมื่อหยุดก็ไปกระทบกับสององค์กรนี้คือ สสส.และไทยพีบีเอส ที่เราไม่ได้เป็นผู้ร้าย ถ้าไม่ได้เงินจากระบบนี้ ก็ต้องให้เงินผ่านกระบวนการงบประมาณ แต่มีคนเป็นห่วงว่าจะมีการล้วงลูก" นายจรัสกล่าว

นายจรัสกล่าวว่า ความจริงองค์กรอิสระทั้งหลายในไทยต่างห่างที่ไม่มีความอิสระ เพราะควรได้เงินสนับสนุนในลักษณะเดียวกันกับ สสส.และไทยบีพีเอส ในอนาคตเราก็ควรมีภาษีเฉพาะด้าน เช่น สิ่งแวดล้อม การศึกษา สาธารณสุข ตนไม่ได้มีปัญหากับไทยบีพีเอสและ สสส. แต่มีปัญหากับแนวโน้มในการใช้ภาษีลักษณะนี้ในอนาคต ซึ่งขอให้ติดตามความคืบหน้าและความคืบหน้าภายในวันที่ 11 สิงหาคมนี้

ด้านนายสมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ ประธานกรรมการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวว่า เดิมคนร่างกฎหมายไทยบีพีเอสจะเก็บภาษีจากเครื่องรับโทรทัศน์จอแบน แต่ก็ไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน และแนวโน้มก็มีการดูโทรทัศน์ผ่านช่องทางอื่นๆ เช่น ไอแพด สมาร์ทโฟน และขณะนั้นปี 2550 ยังไม่มี กสทช.เกิดขึ้น กรณีการใช้ภาษี 2,000 ล้านบาทจากการจัดเก็บภาษีลักษณะนี้ก็มีด้านดีและไม่ดี ข้อดีคือเกิดความรับผิดชอบโดยตรง เพราะคนรู้ว่าได้เงินไปเท่าไหร่ แต่ข้อเสียก็คือไม่มีความยืดหยุ่น นำไปใช้อย่างอื่นได้ แม้จะมีงบรวมกันสององค์เพียง 6 พันล้านบาทเท่านั้น หรือ 0.24 ของงบประมาณแผ่นดิน แต่ถ้ามีเป็นจำนวนมากก็ไม่เป็นผลดี

นายสมเกียรติ กล่าวว่า เป็นเรื่องดี ที่ กมธ.ได้มองเห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เห็นว่าควรใช้เงินแบบนี้กับหน่วยงานที่เป็นอิสระในการใช้เงิน เพราะเป็นสิ่งที่จะรับประกันความเป็นอิสระของหน่วยงานนั้นๆ หากไทยพีบีเอสต้องไปขอเงินจากสภาฯแล้วสภาฯไม่ให้ความเป็นอิสระของไทยพีบีเอสก็จะสิ้นสุดลงในทันที

นายสมเกียรติ กล่าวว่า กลุ่มภาษีเหล้าและสุราเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลสูงในการล็อบบี้ทั่วโลก ถ้าสสส.ต้องไปของบฯจากรัฐบาลหรือสภา หากมีกลุ่มเหล้าและบุหรี่ไปล็อบบี้รัฐบาลและสภาฯจะเกิดอะไรขึ้น นอกจากนี้ ยังเห็นว่าการเกิดขึ้นของกองทุนเศรษฐกิจดิจิทัลมีการบริหารในระบบราชการ แต่กลับให้เป็นองค์กรอิสระ ทั้งๆ ที่ไปอยู่ในกระทรวงเศรษฐกิจดิจิทัล เช่นเดียวกันกับกองทุนเพื่อการกีฬาแห่งชาติที่มีการบริหารในระบบราชการ

ประธานทีดีอาร์ไอ กล่าวเสนอทางออกด้วยการเพิ่มข้อจำกัดในการใช้จ่ายเงินว่า ต้องเป็นองค์กรอิสระโดยแท้จริง กรณีจำเป็นต้องมีหน่วยงานหรือองค์กรอิสระ ห้ามมิให้เป็นหน่วยงานของราชการ การจัดตั้งหน่วยงานให้ใช้เกินกว่ากึ่งหนึ่งหรือสามในห้าของรัฐสภา เพื่อสร้างประกันว่าการเกิดการองค์กรลักษณะนี้ต้องทำได้ยาก จะเกิดได้ก็ต้องจากความการของสังคมว่าต้องการให้เกิดขึ้นจริงๆ จำกัดเพดานในการใช้เงินและเพดานรายได้ตามเงินเฟ้อ และสุดท้ายระบบการตรวจสอบและประเมินผลที่สูงพอ อย่างน้อยไม่น้อยต่ำไปกว่าไทยพีบีเอส และสสส.เพื่อรักษาวินัยทางการเงินการคลังและไม่ตัดโอกาสของประเทศในการใช้เงิน ขณะนี้เห็นว่าหน่วยงานเดิมขอให้คงไว้ เพราะที่ผ่านมาไม่เห็นความบกพร่อง ควรจะมีการจำกัดเฉพาะหน่วยงานที่เกิดขึ้นใหม่เท่านั้น และขณะนี้ยังไม่มีการตึกผลึก

ด้านทันตแพทย์กฤษดา เรืองอารีย์รัตช์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กล่าวว่า ขณะนี้ภาษีสุราและบุหรี่เก็บเต็มเพดานไปแล้วเกือบ 87 เปอร์เซ็นต์ ไม่สามารถจัดเก็บได้อีก หลายประเทศได้ประกาศลดจำนวนคนสูบบุหรี่ลงให้ได้ต่ำกว่าร้อยละ 10 ขณะที่ไทยมีร้อยละ 19 ในปี 2540 มีคนสูบร้อยละ 24 ซึ่งมีอัตราลดลงมาโดยตลอด แต่เก็บภาษีให้รัฐได้มากขึ้น เพราะภาษีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั่วโลกถูกแรงต้านอย่างมาก จากการประกาศขึ้นภาษีบุหรี่ เพราะมีแรงต้านจากกลุ่มผู้ผลิต แม้จะได้เงินเพิ่มแต่ก็ไม่มีใครเชื่อ แต่ประเทศไทยเราเข้าสู่โมเดลนี้ได้ คนไทยจะสูบการบุหรี่ลดลงได้เรื่อยๆ แต่โรงงานยาสูบยังคงสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศได้มากขึ้นจาก 5 พันล้านบาทเป็นหนึ่งหมื่นถึงสองหมื่นล้านบาท

ทันตแพทย์กฤษดากล่าวด้วยว่า โรงงานยาสูบยังอยู่ได้ไม่ขาดทุนหรือเจ๊งไป หากใช้โมเดลการจัดเก็บภาษีเพิ่มแบบนี้ การเขียนรัฐธรรมนูญไว้แบบนี้เป็นอันตรายเกินไป เพราะไม่ใช่มีเพียงสองงหน่วยงานนี้เท่านั้น เพราะยังมีหน่วยงานอื่นๆ เช่น กองทุนสุขภาพ กองทุนสิ่งแวดล้อม และกองทุนน้ำ เป็นองค์กรที่มีลักษณะเดียวกันกับไทยพีเอสและ สสส. จึงควรทำเป็น พ.ร.บ.เฉพาะมากว่าการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

ขณะที่นายสมชัย สุวรรณบรรณ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่ง ประเทศไทย(ไทยบีพีบีเอส) กล่าวว่า ไทยพีบีเอสได้ให้สัดส่วนในการรายงานข่าวสาธารณะมากว่าช่องอื่นๆ แต่ไม่ได้บอกว่าทำได้ดีกว่าช่องอื่นๆ แต่ก็มีบางอย่างที่ไทยพีบีเอสไม่สามารถดำเนินการบางอย่างได้เช่นเดียวกัน ในรัฐบาลเพื่อไทยเราก็ตั้งคำถามที่ประเด็นสาธารณะได้เช่น เรื่องข้าวในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ หากรัฐเข้ามาควบคุมได้ ต่อไปไทยพีบีเอสก็ไม่อาจเปิดโอกาสให้คนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลไปออกรายได้ แต่ที่สามารถทำได้ ก็เพราะมีหลักประก้นเรื่องความเป็นอิสระ เราจะเป็นต้องมีสื่อสาธารณะเพื่อเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน

นายสมชัย กล่าวอีกว่า หากไม่ได้เงินอุดหนุนแบบเดิม ก็มีข้อเสนอว่าหากคนไทยเสียภาษีให้ไทยพีบีเอสปี 50 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งเป็นเงินรับประทานได้ข้าวหนึ่งมื้อ เติมน้ำมันได้ไม่ถึงสองลิตร เราก็จะมีเงินเพื่อทำรายการได้ทั้งวันตลอดปี เพราะนอกจากรายการปกติที่โทรทัศน์ทั่วไปไม่ได้ทำ เพราะไม่มีเรตติ้ง แต่เราก็ต้องทำรายเพื่อคนส่วนน้อย เช่น พิการสายตา เพราะกฎหมายได้กำหนดไว้ให้ทำรายการเพื่อคนส่วนน้อยด้วย เราเป็นสื่อที่ไม่ได้ทำงานภายใต้การทำงานแบบตลาด ฉะนั้นจะมาวัดเราแบบโทรทัศน์ช่องอื่นๆ ไม่ได้ เราสามารถทำให้คนหายได้มาพบกันปีละสิบกว่าร้าย ถามกลับว่าคิดเป็นเงินได้หรือไม่ นำไปเปรียบเทียบกับเงินสองพันล้านบาทต่อปีไม่ได้.

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,854 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.