• 18 พฤศจิกายน 2560 - 00:20 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ระดมความเห็นทำสื่อในสังคมผู้สูงวัย

 วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 - 18:51 น.  |   เข้าชม: 108 ครั้ง  พิมพ์

 

ประชาธรรมเปิดเวทีร่วมเครือข่าย ระดมความเห็น “การรู้เท่าทันสื่อ” และ “สร้างสิทธิพลเมือง” ในประเด็นผู้สูงวัย

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2560  มูลนิธิสื่อประชาธรรมได้เริ่มต้นกระบวนการพัฒนาการสื่อสารในประเด็น “ผู้สูงวัย” โดยจัดเวทีระดมความเห็น (Focus group) ครั้งที่ 1 ในเขตชุมชนเมืองเชียงใหม่ เชิญเครือข่ายฯและกลุ่มผู้สูงวัยที่เคยทำงานร่วมกับมูลนิธิฯในประเด็นต่างๆ มาร่วมเสวนาแลกเปลี่ยน ได้แก่ เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่(เกิดจากการรวมตัวของชุมชนในเขตเมือง 26 ชุมชน)  มูลนิธิพัฒนาผู้สูงอายุ  ชมรมจักรยานเชียงใหม่ เครือข่ายเกษตรอินทรีย์  และผู้สูงอายุ

โครงการนี้ตั้งโจทย์ว่า จะพัฒนากระบวนการสื่อสารอย่างไรเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุในอนาคต ที่ตรงกับความต้องการของผู้สูงอายุ และสอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาที่แท้จริง เพราะเท่าที่ผ่านมา  การสื่อสารในประเด็นผู้สูงวัยแม้จะเริ่มมีการสื่อสารอยู่บ้างในสื่อโดยทั่วไป  แต่ก็ยังมีน้อย และยังมีลักษณะที่ทำให้ผู้สูงวัย “ด้อยค่า” หรือ “ไร้ศักดิ์ศรี”  เช่น การนำเสนอว่าผู้สูงวัยไม่มีศักยภาพในการทำงาน ต้องรอรับความช่วยเหลือ  หรือบางสื่อยังมีการใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมต่อผู้สูงวัย เป็นต้น    การสื่อสารในประเด็นผู้สูงวัยจึงนับเป็นประเด็นละเอียดอ่อน และต้องการองค์ความรู้ในการสื่อสารอย่างมากเพื่อให้เป็นสื่อที่สร้างสรรค์ และนำไปสู่การรองรับสังคมผู้สูงวัย ทำให้ผู้สูงวัยเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการสื่อสาร ความต้องการของตนเอง จนไปถึงการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะอื่นๆ  ของสังคมได้ และสามารถดำเนินชีวิต และจัดการชีวิตตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี ก้าวไปพร้อมๆ กับคนรุ่นอื่นๆ ในสังคม  และใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีคุณภาพ

ในเวทีระดมความเห็น (Focus group) ครั้งที่ 1 มูลนิธิฯพยายามดึงความเห็นในสองประเด็น หนึ่ง สถานการณ์ “การรู้เท่าทันสื่อ” ของผู้สูงวัย และสอง “การเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของรัฐ”

ประเด็นแรก “การรู้เท่าทันสื่อ” นอกเหนือจากการตอบแบบสอบถามที่ทางทีมงานเตรียมไว้ให้แล้ว ยังมีการถกกันต่อว่า ผู้สูงวัยรับสื่อแบบไหนบ้าง และช่องทางไหนบ้าง  ส่วนใหญ่แล้วเป็นเรื่องอะไรบ้าง  มีการตรวจสอบข้อมูลกันอย่างไร และความเห็นต่อสถานการณ์การสื่อสารในปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง

การระดมความเห็นเป็นไปอย่างสนุกสนาน ส่วนใหญ่จะใช้สื่อ โดยเฉพาะไลน์ และโทรศัพท์ในการส่งข่าวบอกกันเรื่องสุขภาพ มีหมอที่ไหนดี ยาอะไรดี, แจ้งข่าวบอกขึ้นทะเบียนรับสวัสดิการต่างๆ และแจ้งข่าวสาร กิจกรรม อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้สูงวัยยังคงเผชิญกับปัญหาการหลอกลวงขายสินค้าเพื่อสุขภาพที่มากับช่องทางนี้ด้วย ซึ่งบางครั้งไม่มีการตรวจสอบ หรือยืนยันจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ ทำให้มักตกเป็นเหยื่อโดนหลอก (ผลการเก็บข้อมูลโดยละเอียดประชาธรรมจะนำเสนอเป็นรายงานพิเศษบนหน้าเวป เป็นลำดับต่อไป)

ประเด็นที่สอง “การเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของรัฐ” เราพยายามสนทนากันในประเด็นที่ว่า ในปัจจุบันผู้สูงวัยเข้าถึงสวัสดิการรัฐในด้านใดบ้าง ชุมชน,องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น,รัฐสนับสนุนด้านสวัสดิการและการบริการผู้สูงอายุอย่างไร และในตัวผู้สูงอายุคิดว่าสวัสดิการด้านไหนเป็นประโยชน์ค่อนข้างมาก และอะไรที่ยังคิดว่าขาด รวมถึงประเด็นที่ว่าเคยเรียกร้องสวัสดิการอะไร

ในวงคุยพบประเด็นที่น่าสนใจหลายอย่างเป็นต้นว่า ชุมชนมีกิจกรรมที่พยายามจะพัฒนาผู้สูงอายุ แต่เป็นการส่งเสริมที่มาจากภาครัฐเป็นหลัก ในส่วนของท้องถิ่นมีการจัดสวัสดิการเช่น ตรวจสุขภาพให้ผู้สูงวัยประจำปี แต่งบนี้มาจากส่วนอื่นไม่ใช่งบของท้องถิ่น และนโยบายนี้ขึ้นอยู่กับนายกเทศมนตรีของแต่ละท้องถิ่นจะจัดให้มีหรือไม่ ส่วนของรัฐมีเบี้ยยังชีพรายเดือน เป็นต้น แต่นโยบายเหล่านี้ยังมีช่องว่าง และไม่ได้ส่งเสริมปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุ เช่น พื้นที่สาธารณะ อาทิ ห้องน้ำ ฟุตบาท ควรรองรับผู้สูงวัย มีราวเกาะจับ หรือห้างสรรพสินค้าควรมีที่นั่งพักรองรับผู้สูงวัยให้มากขึ้น  หรือมีการอบรมความรู้แก่ช่างหรือลูกหลานเรื่องของการสร้างสภาพแวดล้อมในบ้านให้เอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ ด้านนโยบายเช่น โครงการสงเคราะห์เงิน 300- 500 บาท บางครั้งต้องไปรับเงินไกล ลำบากการเดินทาง บางคนไม่ไปเอา เพราะเหนื่อยกับการเดินทาง จึงควรมีการจัดระบบเงินสงเคราะห์ (หรือสวัสดิการผู้สูงอายุ) ให้รวมอยู่เป็นก้อนเดียวกัน แล้วให้ไปรับทีเดียว หรือจัดระบบการให้เงินที่สะดวกกว่านี้ และที่สำคัญเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุควรได้ขั้นต่ำอยู่ที่ เส้นระดับความยากจน ที่ 1500 บาท เป็นต้น (ผลการเก็บข้อมูลโดยละเอียด ประชาธรรมจะนำเสนอเป็นรายงานพิเศษบนหน้าเวป เป็นลำดับต่อไป)

หลังจากสนทนากันในสองประเด็นดังกล่าว เราได้ขมวดประเด็นจากที่พูดกันมาว่า อยากเห็นสื่อที่นำเสนอประเด็นผู้สูงวัยในเชิงสร้างสรรค์อย่างไรกันบ้าง และในประเด็นบ้างเพื่อสร้างเสริม “สิทธิ” และ “การรู้เท่าทันสื่อ” ในกลุ่มผู้สูงวัย และสังคมผู้สูงวัยในอนาคต ในวงสนทนาได้สังเคราะห์ออกมาว่า อยากเห็นประเด็นการสื่อสารในด้านกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ผู้สูงวัย, สื่อช่วยตรวจสอบคุณภาพและประสิทธิภาพสินค้าสุขภาพที่ถูกส่งต่อมา, ให้ความรู้กฎหมายการใช้สื่อเพื่อให้ผู้สูงอายุตระหนักถึงการส่งข้อมูลอันเป็นเท็จ, การใส่ซับเพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการฟัง, สื่อนำเสนอเนื้อหาเปลี่ยนอคติทางวัย เช่น  ผู้สูงอายุเป็นภาระทางสังคม ต้องการการดูแล ผู้สูงอายุควรจะอยู่กับบ้านไม่ต้องไปไหน มนุษย์ป้า เป็นต้น นอกจากนี้ ยังอยากให้สื่อนำเสนอ ในเรื่องของช่องว่างด้านสวัสดิการ และความจำเป็นที่จะให้สวัสดิการเป็น “ตาข่ายปลอดภัย” เมื่อเราก้าวสู่ช่วงสูงวัย รวมถึงให้ความเข้าใจว่าทุกคนควรมีส่วนร่วมต่อเรื่องผู้สูงวัยเพราะสังคมผู้สูงวัยไม่ใช่เรื่องของผู้สูงวัยอย่างเดียว ทุกคนควรตระหนักในเรื่องของการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย เป็นต้น

เมื่อได้ข้อมูลชุดนนี้มาแล้ว ประชาธรรมจะนำไปวิเคราะห์รวมกับข้อมูลโฟกัสกรุ๊ปที่ได้จากอีกสามพื้นที่ เพื่อนำมาดำเนินโครงการในระยะต่อไป ซึ่งจะเป็นกิจกรรมอะไรนั้นติดตามได้ที่ คอลัมน์ “งานมูลนิธิสื่อประชาธรรม”ในเว็บไซต์ WWW.Prachatham.COM

โครงการพัฒนากระบวนการสื่อสารเพื่อสิทธิพลเมืองของผู้สูงวัยในสังคมผู้สูงอายุ มูลนิธิสื่อประชาธรรมได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์  

โครงการร่วมมืออื่นๆ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,845 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.