เวทีปรองดองอุดรธานี ลักลั่นสนับสนุนเหมืองโปแตช กลุ่มอนุรักษ์ฯ โวยถูกมัดมือชก

 

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.57 เวลา 14:00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ว่าทางจังหวัดอุดรธานี โดยศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปจังหวัดอุดรธานี (ศปป.จังหวัด อ.ด.) ได้มีหนังสือราชการเวียน ลงวันที่ 25 มิ.ย.57 ถึงนายอำเภอเมืองและนายอำเภอประจักษ์ศิลปาคม เพื่อให้เชิญกำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่โครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี จำนวน 5 ตำบล ได้แก่ ต.หนองขอนกว้าง ต.โนนสูง ต.หนองไผ่ อ.เมือง ต.นาม่วง และต.ห้วยสามพาด อ.ประจักษ์ศิลปาคม พร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้านหมู่บ้านละ 10 คน เข้าร่วมเวทีเสวนาการสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป กรณีโครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี ซึ่งจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 28 มิ.ย.57 ณ ห้องประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เวลา 08:00 -12:30 น.

 

ทั้งนี้ ตามกำหนดการจะมีบริษัทเอเซีย แปซิฟิค โปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด (เอพีพีซี) นำเสนอรายละเอียดข้อมูลโครงการฯ เป็นเวลา 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นอีก 1 ชั่วโมง จะเป็นการเสวนา “แนวทางการเดินหน้าประเทศไทย กรณีโครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี” ซึ่งมีผู้ร่วมเสวนาได้แก่ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) , ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี, ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี, บริษัทเอเชีย แปซิฟิค โปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด และตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี

 

ด้านนางมณี บุญรอด กรรมการกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี กล่าวว่า เวทีเสวนาดังกล่าวไม่มีความเป็นกลาง และไม่เป็นธรรม เพราะดูจากกำหนดการแล้วจะเห็นว่าบริษัทเอพีพีซี เป็นผู้ให้ข้อมูลแต่ฝ่ายเดียวถึง 1 ชั่วโมง รวมทั้งในช่วงของการเสวนา ผู้เข้าร่วมเสวนา ที่มีกพร. ประธานสภาอุตสาหกรรมฯ, ประธานหอการค้าฯ และบริษัทเอพีพีซี ทั้งหมดนั้นต่างเป็นผู้สนับสนุนและผู้ดำเนินโครงการฯ

 

“ถึงแม้ในเวทีจะเปิดโอกาสให้กลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้ร่วมเสวนาด้วย แต่ก็เป็นการมัดมือชก เพราะในเวทีได้มีธงและการเตรียมการเอาไว้แล้วว่าจะผลักดันให้โครงการเหมือง แร่โปแตช เดินหน้า” นางมณีกล่าว

 

นางมณี กล่าวต่อว่า ปัญหาความขัดแย้งกรณีโครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานีนั้น มีรากเหง้ามาจาก บริษัทฯ ร่วมกับภาคธุรกิจ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง มุ่งหน้าจะผลักดันโครงการฯ อยู่ตลอดเวลา โดยไม่ยอมรับฟังเสียงคัดค้านของกลุ่มอนุรักษ์ฯ ที่ได้คัดค้านตามขั้นตอนของกฎหมายแร่

 

“ปัญหาเหมืองโปแตชอุดรฯ จะปรองดองได้ ถ้ายุติกระบวนการขออนุญาตประทานบัตร แล้วให้คณะกรรมการศึกษา ติดตามกระบวนการขออนุญาตประทานบัตรโครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี ตามคำสั่งกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ดำเนินการให้ได้ข้อสรุปเสียก่อน” นางมณี เสนอแนะแนวทางปรองดอง

 

ด้านนายสุวิทย์ กุหลาบวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนพัฒนาชนบท (กป.อพช.อีสาน) กล่าวว่า การจัดเวทีปรองดองเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายที่สั่งสมมายาวนานนั้น เป็นเรื่องที่ดี แต่การเจาะจงมาจัดเวทีกรณีเหมืองแร่โปแตช โดยผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับบริษัทฯ และนักธุรกิจอุดรฯ จึงเป็นการฉวยโอกาสเอาเวทีปรองดองในจังหวะนี้เพื่อผลักดันโครงการเหมืองแร่ โปแตช ซึ่งตนไม่เห็นด้วย

 

“สิ่งที่ต้องปฏิรูปเป็นอันดับแรกก็คือระบบราชการที่ล้มเหลว คอยแต่รับใช้นายทุน ไม่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน ทั้งนี้ ผู้ว่าอุดรฯ ต้องแยกให้ออกระหว่างปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองกับปัญหาความเดือดร้อนของ ชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาปกป้องทรัพยากร เพราะถ้าแก้ปัญหาไม่ตรงจุดก็ไม่สามารถหาทางออกของปัญหาความขัดแย้งในจังหวัด ได้” นายสุวิทย์กล่าว