• 18 ธันวาคม 2560 - 19:46 น.
 ภาษาไทย  English สลับไปอ่านบทความ Prachatham ในภาษาอังกฤษ / ไทยโดยคลิกที่ปุ่มภาษาด้านซ้าย
ค้นหา:

ประมวลภาพต๋ามผางปะตี้ด ส่องฟ้า ฮักษาเมือง - ส่องเบื้องลึก เบื้องหลัง พลังชุมชนเมือง

 วันที่ 9 ธันวาคม 2557 - 23:24 น.  |   เข้าชม: 3,327 ครั้ง 

วันที่ 4 พ.ย. 57 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ จัดงาน ต๋ามผางปะตี๊ด ส่องฟ้า ฮักษาเมือง ปีที่3 โดยมีการต๋ามผางปะตี๊ดจำนวนกว่า 35,000 ดวง บริเวณรอบคูเมืองด้านในจำนวน 4 แจ่ง 5 ประตูเมือง

งานต๋ามผางปะตี้ด ส่องฟ้า ฮักษาเมือง ในครั้งนี้ มีเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่กว่า 26 ชุมชน วัด สถาบันการศึกษา ภาคีเครือข่ายฟื้นบ้าน ย่าน เวียงเชียงใหม่ ภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง การจัดงานในครั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมประเพณีและวัฒนธรรมล้านนา สร้างความร่วมมือ ความสามัคคีของคนในชุมชน และป้องกันรักษาเมืองเชียงใหม่ ลดปัจจัยเสี่ยงจากการจุดโคมไฟ ประทัด ให้แก่ชาวเชียงใหม่และสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว

นางเสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นในการทำกิจกรรมนี้เมื่อสามปีที่แล้ว เริ่มจากการที่รู้สึกว่า การปล่อยโคมลอยมันทำเกิดความเดือดร้อนมาก อย่างที่เห็นกันตอนปล่อยนั้นดูสวยงาม แต่หลังปล่อย กลับทิ้งปัญหาไว้มากทั้งปัญหาขยะ ตกใส่บ้านไฟไหม้ ฯลฯ พวกตนจึงคิดกันว่าทำไมช่วงลอยกระทงจะต้องไปปล่อยโคม หรือเล่นประทัด ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สร้างความเดือดร้อน น่าจะหาอะไรทำที่มันสวยงามและไม่เดือดร้อนคนอื่น อย่างการ “ตามผางประทีป” (จุดประทีป) ซึ่งเราทำกันอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่จุดอยู่ที่บ้าน

“ตอนแรกจะจุดแค่บริเวณชุมชนช้างม่อย แต่ชุมชนอื่นที่ร่วมต่อสู้เรื่องร้านผับบาร์เปิดเกินเวลามาด้วยกัน อย่างที่ผ้าขาวและทรายมูลเมือง ก็เห็นว่าทำทั้งที่ ทำไมไม่มาจุดร่วมกันสามชุมชน ทำไปทำมาในปีนั้นก็เลยจุดกันรอบคูเมืองเลย ช่วยกันโดยมีเงินสนับสนุนจากเครือข่ายงดเหล้าประมาณสองหมื่นบาท ซึ่งไม่พอ เราจึงออกเงินเพิ่มกันเอง ซึ่งก็หมดไปหลายบาท”

นางเสาวคนธ์  กล่าวอีกว่า หลังจากที่เริ่มจุดไปในปีแรก ปีที่สองก็ทำต่อ โดยได้งบประมาณจากเครือข่ายงดเหล้าประมาณสองหมื่นเช่นเดิม แต่คราวนี้เริ่มมีสื่อมวลชนให้ความสนใจ และได้ประสานกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ เข้าไปคุยถึงสิ่งที่อยากทำ เขาก็เลยให้เด็กอาชีวมาช่วยจุด กิจกรรมก็เลยใหญ่ขึ้นกว่าปีแรก

“ในช่วงที่เราต่อสู้ทั้งเรื่องการปล่อยโคมและผับบาร์ ต้องไปประชุมร่วมกับหน่วยงานต่างๆกับทางจังหวัด เราโจมตีททท.ทุกครั้งในเรื่องของการรณรงค์ให้คนมาปล่อยโคมที่เชียงใหม่ เราเสนอเขาว่าทำไมไม่ทำเรื่องที่มันไม่สร้างความเดือดร้อน เราก็เสนอความคิดให้เขาไป เขาก็เริ่มเห็น ในปีที่สองเขาเข้ามาร่วมกิจกรรม และเริ่มสนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มเรา อย่างเช่น งาน”ไหว้สาผญามังราย” ในช่วงสงกรานต์ผ่านมา เขาก็เข้ามาช่วยเหลือในเรื่องงบประมาณ และในกิจกรรม ”ตามผางประทีป” ในปีนี้เขาก็มาทำงานร่วมกับเราเลย โดยให้งบประมาณสนับสนุนถึงหกหมื่นบาท”

สำหรับความร่วมจากหน่วยงานในท้องถิ่นนั้น ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ กล่าวว่า เทศบาลนครเชียงใหม่เราทำงานร่วมกันมาโดยตลอด ทั้งการร้องเรียนเรื่องผับบาร์ ท่องเที่ยวชุมชน  งานไหว้สาผญามังราย และในกิจกรรมตามผางประทีปนี้ ก็ทำงานร่วมกันผ่านหอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนในเรื่องของการอำนวยความสะดวกต่างๆ มาโดยตลอด และที่สำคัญเขาเห็นว่างานเราเริ่มใหญ่มีคนมาร่วมมาก ลำพังงบประมาณที่ได้จากเครือข่ายงดเหล้าและททท.ไม่น่าจะพอ จึงประสานทางอบจ.ให้เราได้เข้าไปเสนอความคิด ต่อนายกบุญเลิศ และได้รับการสนับสนุนกิจกรรมเรามาอีกหนึ่งแสนบาท

นอกจากองค์กรรัฐที่สนับสนุนแล้ว เรายังได้รับความร่วมมือจากสถาบันการศึกษาต่างๆ เช่นมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ก็ส่งนักศึกษามาช่วยหลายร้อย ในส่วนของทางจังหวัด ท่านผู้ว่าฯก็มาร่วมงานด้วยตัวเอง

“ไม่คิดว่า กิจกรรมที่เราทำมันจะใหญ่ขึ้นมาขนาดนี้ แต่ทั้งนี้มันเกิดขึ้นด้วยความร่วมมือจากหลายๆ ฝ่าย มีอีกหลายกลุ่มที่เข้ามาช่วยแล้วยังไม่ได้เอ่ยถึง เช่น กลุ่มฟื้นบ้านย่านเวียง เขียวสวยหอม แม้งานที่เราทำจะมีตะกุกตะกักไปบ้าง ก็อาจต้องขออภัยมานะที่นี้ เพราะเราไม่ใช่ออแกไนซ์มืออาชีพ”

“สิ่งหนึ่งที่คาดหวัง ไม่ได้อยู่ที่ว่างานนี้จะใหญ่ขึ้นเท่าไหร่ อย่างที่บอกไปตอนแรกว่า นอกจากจะหวังให้กลุ่มเราได้ทำกิจกรรมอะไรร่วมกันเพื่อให้กลุ่มมันอยู่อย่างต่อเนื่องแล้ว เราหวังว่ าคนมาร่วมกิจกรรมจะเห็นว่ายังมีทางเลือกอื่นในเทศกาลลอยกระทงที่มันไม่ทำความเดือดร้อนให้คนอื่น ซึ่งถ้าการที่งานมันใหญ่ขึ้นแล้วคนตระหนักมากขึ้นด้วยเราถือว่าประสบผล เพราะเราคิดว่าการทำอะไรแบบนี้มันน่าจะดีกว่าการไปถือป้ายรณรงค์”

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ผางประทีปเป็นภาชนะดินเผาวงกลมเล็กๆ คล้ายอ่าง รูปลักษณะแตกต่างกันตามฝีมือช่างแต่ละยุคสมัย ใช้ส่าหรับใส่ขี้ผึ้งหรือน้ำมัน มีไส้เทียงวางไว้ตรงกลาง สามารถจุดไฟได้คล้ายตะเกียง โดยมีขั้นตอนการทำด้วยการนำขี้ผึ้งไปต้มให้เหลวเป็นน้ำตาเทียนแล้วตักใส่กานำไปหยอดใส่ภาชนะดินเหนียวเผาที่ส่วนใหญ่นิยมทำเป็นถ้วยวงกลมก้นตื้นขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3-4 เซนติเมตร ซึ่งมีไส้เทียนที่ทำจากฝ้ายชุบขี้ผึ้งและน้ำมะพร้าววางไว้ตรงกลาง จากนั้นวางผึ่งไว้ในที่ร่มจนแห้ง ปัจจุบันราคาขายส่งประทีปขนาดเล็ก คือ  100 อันราคา 80 บาท ก็ราคาเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 20 บาท

ชมภาพบรรยากาศของงานต๋ามผางปะตี้ด ส่องฟ้า ฮักษาเมือง

นักท่องเที่ยวร่วมหล่อเทียนผางปะตี๊ด

นักท่องเที่ยวไทย-เทศร่วมงานต๋ามผางปะตี๊ด ส่องฟ้า ฮักษาเมืองปี3

นางรำผางปะตี๊ดกว่า 80 คนบริเวณหน้าอนุเสาวรีย์สามกษัติรย์

นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จุดผางปะตี๊ดเปิดงาน

ผางปะต๊๊ดสว่างรอบคูเมืองด้านใน

แชร์สิ่งนี้กับเพื่อนของคุณ:

คุณอาจสนใจ

ปรับขนาดตัวอักษร:

ผู้เข้าชมมากที่สุด
จากพระเจ้าอโศกถึงชาวเมืองน่าน ว่าด้วยความใจกว้าง
 เข้าชม: 15,926 ครั้ง  |   วันที่ : 5 มีนาคม 2558 - 10:26 น.