ศาลปกครองนัดไต่สวนชาวน้ำแวน พะเยา หลังจี้กสทช.รื้อเสาโทรศัพท์เอกชน

Tue, 04/08/2014 - 10:57 -- ประชาธรรม

วันนี้(8 เม.ย. 57) เครือข่ายผู้บริโภค จ.พะเยา ลำปาง เชียงใหม่ และเชียงรายร่วมแถลงกรณีการต่อสู้เรื่องเสาส่งสัญญาณของชาวบ้านน้ำแวน อ.เชียงคำ จ.พะเยากับผลกระทบด้านสุขภาพ ทั้งนี้ศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ มีคำสั่งนัดไต่สวนคำร้องกรณีตัวแทนประชาชนบ้านน้ำแวน 4 คน ขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งให้ กสทช. ดำเนินการย้ายเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ออกจากชุมชน

 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2557 ตัวแทนชาวบ้านน้ำแวน อ.เชียงคำ จ.พะเยา นำโดย นางอนงค์ โสภิตภิญโญ นายต่วนกฤษ จันทนะ นายธีรพล คำแก้ว และนายวิภาค บุญอินทร์ ได้ร่วมกันยื่นเรื่องต่อศาลปกครอง จ.เชียงใหม่ เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการปล่อยคลื่นสัญญาณของสถานีวิทยุคมนาคมจนกว่าศาลจะมีคำสั่งพิพากษาเสร็จเด็ดขาด และขอให้ศาลมีคำสั่งให้สำนักงาน กสทช.สั่งให้บริษัท เอไอเอส รื้อถอนเสาออกจากพื้นที่ และย้ายไปตั้งในพื้นที่ที่ประชาชนกำหนด

 

นางอนงค์ โสภิตภิญโญ แกนนำการย้ายเสาส่งสัญญาณบ้านน้ำแวน อ.เชียงคำ จ.พะเยา กล่าวว่า เมื่อปี2548 บริษัทเอไอเอส (บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)) ได้เข้ามาติดตั้งเสาส่งสัญญาณที่บ้านน้ำแวน หมู่ 2 ต.น้ำแวน อ.เชียงคำ จ.พะเยา ซึ่งอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลชุมชน ศูนย์รับเลี้ยงเด็กเล็ก โรงเรียนประจำชุมชน และห่างจากบ้านตนไม่ถึง 100 เมตร โดยที่ชาวบ้านไม่ทราบข้อมูลเรื่องการตั้งเสามาก่อน  ภายหลังชาวบ้านเริ่มมีอาการผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ เช่น อาการหลงลืม ปวดศีรษะ อาเจียน หน้ามืด เป็นลม กล้ามเนื้อชักกระตุก ตาพร่ามัว เป็นต้น ชาวบ้านจึงหาข้อมูลเพิ่มเติม จนนำมาสู่การเชื่อมโยงเรื่องคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเสาส่งสัญญาณกับความเจ็บป่วยของคนในชุมชน อย่างไรก็ตามเราได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจ.พะเยาและ กสทช. เพื่อให้ช่วยประสานงานไปยังบริษัทเอไอเอส ให้เร่งดำเนินการย้ายเสาส่งสัญญาณออกจากกลางชุมชน แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เกิดขึ้น

 

ดร.สุเมธ วงศ์พานิชเลิศ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า กสทช. ควรเร่งดำเนินการย้ายเสาออกจากชุมชน เพราะผลกระทบด้านสุขภาพของชาวบ้านน้ำแวนเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ เนื่องจากผลสำรวจด้านสุขภาพของประชาชนบ้านน้ำแวนจำนวน 34 ราย มีอาการเกี่ยวกับสุขภาวะต่างๆ บางคนอาจเป็นหลายอาการพร้อมกัน โดยอาการเป็นมากที่สุดคือ ปวดศีรษะ 25 ราย นอนไม่หลับ 22 ราย หลงลืม 21 ราย วิงเวียน มึนงง 20 ราย วูบ เป็นลม 7 ราย อาการฉุนเฉียว หงุดหงิด หรือซึมเศร้า 7 ราย ปวดเมื่อยตามร่างกาย 10 ราย ตาพร่ามัว 12 ราย และหัวใจสั่น 6 ราย อ่อนแรง 5 ราย และแขนขามือเท้าชา 6 ราย

 

นักวิชาการอิสระรายเดิมกล่าวอีกว่า ผู้ได้รับผลกระทบที่มีอายุน้อยสุดคือ 16 ปี และสูงสุด 80 ปี ทั้งนี้ผู้ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่มีบ้านเรือนอยู่ภายในรัศมีของเสาไม่เกิน 100 เมตร โดยอยู่ห่างเสาในระยะใกล้สุด 15 เมตร และไกลสุด 300 เมตร และเป็นกลุ่มที่มีอาการเกิดขึ้นภายหลังจากการติดตั้งเสาเมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา

 

ด้านนายปฏิยุทธ์ กาศเมฆ ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จ.พะเยา กล่าวว่า ประเด็นหลักของการร้องศาลปกครองในครั้งนี้นอกจากความปลอดภัยในด้านสุขภาพของประชาชนในระยะยาวแล้ว ยังเป็นการสร้างมาตรฐานของการแก้ปัญหาเรื่องเสาส่งสัญญาณว่า กสทช. ต้องแก้ไขประกาศการลดขนาดความเข้มสนามแม่เหล็กของสถานีฐานแต่ละแห่งจากความเข้มไม่เกิน 9 วัตต์ต่อตารางเมตร ให้ลดลงเหลือความเข้มไม่เกิน0.001 วัตต์ต่อตารางกิโลเมตร รวมทั้งกสทช.ควรศึกษารายละเอียดให้รอบด้าน ทั้งเรื่องสิทธิชุมชน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนที่อยู่ใกล้กับเสาส่งสัญญาณก่อนจะพิจารณาให้ใบอนุญาต

 

นายโสภณ หนูรัตน์ ทนายความจากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ให้ข้อมูลว่า กสทช.ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลเรื่องเสาส่งสัญญาณ ดำเนินการล่าช้าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดในมาตรา 12 แห่งประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่องกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและพิจารณาเรื่องร้องเรียนของผู้ใช้บริการ ที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ทั้งนี้ชาวบ้านน้ำแวนได้ยื่นหนังสือร้องเรียนไปยัง กสทช. ให้ดำเนินการย้ายเสาออกจากชุมชนไปเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2555 แต่ทาง กสทช.แจ้งผลกลับมา วันที่ 25 พ.ค. 2555 ซึ่งใช้ระยะเวลานานกว่า 3 เดือน โดยระบุว่า เสาส่งสัญญาณมีใบอนุญาตถูกต้อง และคลื่นแม่เหล็กที่แผ่ออกมาต่ำกว่าค่ามาตรฐาน ปลอดภัยต่อสุขภาพมนุษย์ ซึ่งชาวบ้านเห็นว่าไม่ได้มีการแก้ไขปัญหาตรงตามข้อร้องเรียน

 

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2556 กสทช.ได้ลงพื้นที่บ้านน้ำแวนและยอมรับว่าบริษัทเอไอเอสได้กระทำผิดกฎหมายฐานตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจริง แต่ กสทช.ไม่มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต กลับลงโทษด้วยการปรับเงินเพียง 9,000 บาท และให้ถือว่าใบอนุญาตที่ออกไปนั้นถูกต้อง ซึ่งเป็นคำสั่งที่ไม่คุ้มครองประโยชน์ของคนในชุมชนแต่อย่างใด”นายโสภณทนายความจากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคกล่าว

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองเชียงใหม่ได้นัดไต่สวนคำร้องเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาว่าจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการปล่อยคลื่นสัญญาณของสถานีวิทยุคมนาคม ในวันที่ 8 เมษายน 2557 เวลา 13.00 น. ทั้งนี้ชาวบ้านน้ำแวน ขอให้สำนักงาน กสทช.สั่งให้บริษัท เอไอเอส รื้อถอนเสาออกจากพื้นที่และย้ายไปตั้งในพื้นที่ที่ประชาชนกำหนดให้

 

ทั้งนี้นายปฏิยุทธ์ กาศเมฆ ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จ.พะเยา ให้ข้อมูลภายหลังจากศาลนัดไต่สวนว่า “ด้านผู้พิพากษา ผู้ประกอบการและ กสทช. จะดำเนินการลงพื้นที่บ้านน้ำแวน เพื่อตรวจสอบความเจ็บป่วยของประชาชน และดูสถานที่ที่ประชาชนได้เสนอให้ย้ายเสาส่งสัญญาณ ในวันที่ 22 พ.ค. 57

ทางด้านศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคร่วมกับเครือข่ายผู้บริโภค เรียกร้องให้ กสทช.ทบทวนกฎหมายในการออกใบอนุญาตกับผู้ประกอบการ จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เสนอให้ผู้ประกอบการที่จะมีการจัดตั้งเสาใกล้พื้นที่ชุมชนหรือกลางชุมชนจะต้องทำประชาพิจารณ์ก่อน

ส่วนประเด็นที่เรียกร้องให้ศาลระงับชั่วคราว ศาลยังไม่ตัดสินเนื่องจากต้องลงพื้นที่ภายในวันที่ 22 พ.ค. นี้ เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง ทว่าบริษัทตกลงย้ายเสา ศาลจะไม่ออกคำสั่งในเรื่องการคุ้มครองชั่วคราว หากบริษัทไม่ดำเนินการหลังจากลงพื้นที่ดูข้อเท็จจริง หรือไม่มีการดำเนินการแก้ปัญหาใดๆ ศาลก็จะมีคำสั่งหลังจากนั้น”ปฏิยุทธ์กล่าว.

 

 

 

** กสทช. (คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการวิทยุ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ)

 

 

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร