นักกิจกรรมมช. ปิดปากถือป้าย ถามหา บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบางกลอย

Mon, 04/21/2014 - 20:49 -- ประชาธรรม

วันนี้ (21 เมษายน 2557) เวลา 12:45 - 13:00 น. กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดกิจกรรมแอคชั่น “บิลลี่อยู่ที่ไหน?”ที่องค์นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่(อ.มช.) เพื่อกระตุ้นให้เกิดความอยากรู้ของประชาชนทั่วไปต่อกรณีการหายตัวไปของนายบิลลี่ หรือนายพอละจี รักจงเจริญ แกนนำกะเหรี่ยง ชาวบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

ในกิจกรรมจะมีการปิดปาก และถือป้าย เพื่อเป็นแสดงเชิงสัญลักษณ์ว่าไม่สามารถพูดได้ว่าบิลลี่หายไปไหน และต้องการคำตอบจากผู้สามารถให้คำตอบได้ อาจจะเป็นหัวหน้าอุทยานฯหรือคนอื่นที่เกี่ยวข้อง

ภาพประกอบ

 

นางสาวกนกวรรณ มีพรหม ตัวแทนกลุ่มนักศึกษาผู้จัดกิจกรรม กล่าวว่าถึงเหตุผลของการจัดกิจกรรมครั้งนี้ว่า ตนและเพื่อนๆ นักกิจกรรมคิดว่าการที่คนที่ทำงานเพื่อสังคมคนหนึ่งหายตัวไป ควรจะมีความเคลื่อนไหวออกมาทางสื่อมากกว่านี้ เท่าที่ตนของค้นหาด้วยตัวเองดูพบว่าข้อมูลส่วนใหญ่แพร่กระจายในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คมากกว่า 

"ที่ผ่านมามีนักสิทธิมนุษยชน หรือคนที่ทำงานด้านสังคมหายตัวไป 28 คนแล้ว เราไม่อยากให้บิลลี่เป็นคนที่ 29 คน ในการทำงานสายสิ่งแวดล้อมตนรู้สึกว่าเราสูญเสียความเป็นส่วนตัว สูญเสียอะไรบางอย่างในชีวิตไป แล้วต้องเจอกับการถูกทำให้หายไปอย่างไม่เป็นธรรมแบบนี้เป็นเรื่องไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง อยากให้กระบวนการสืบสวนไม่ว่าจะตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกมาสืบหาความจริงและให้คำตอบ ไม่ใช่แค่ให้คำตอบแก่สังคม แต่ยังมีครอบครัวของบิลลี่ที่รอคำตอบอยู่ นั่นเป็นความยุติธรรมที่เขาควรได้รับ ไม่ใช่แค่ว่ามีข่าวขึ้นมาแล้วก็ปล่อยให้เรื่องเงียบไป"
 
เมื่อสอบถามความคิดเห็นของนักศึกษาคนอื่นๆ ที่เห็นการจัดกิจกรรมครั้งนี้ พูดไปในทางเดียวกันว่า ยังไม่ทราบว่าบิลลี่คือใคร และเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่พอเห็นกิจกรรมแล้วก็อยากหาคำตอบ อยากได้ข้อมูลว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร 

 

นอกจากนั้นวานนี้ (20 เมษายน 2557) มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ออกแถลงการณ์เรียงร้องให้มีการชี้แจงเกี่ยวกับการหายตัวไปของนายบิลลี่ โดยมีเนื้อหาดังนี้

 

แถลงการณ์
ด่วน ขอให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจ้งเรื่องการหายตัวไปของนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน
แกนนำชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
 

สืบเนื่องจากกรณีมีรายงานข่าวว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 18 เม.ย. 57 นายบิลลี่ หรือ นายพอละจี         รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน แกนนำชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ. แก่งกระจาน จ. เพชรบุรี ได้หายตัวไปขณะเดินทางจากหมู่บ้านลงมายังตัวอำเภอแก่งกระจาน ต่อมานายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกมายอมรับว่าได้ควบคุมตัวนายบิลลี่ไปเพื่อสอบสวน โดยอ้างความผิดซึ่งหน้าว่าค้นตัวนายบิลลี่เจอรังผึ้งและน้ำผึ้ง 6 ขวด แต่ได้ปล่อยตัวนายบิลลี่ไปแล้ว โดยไม่มีหลักฐานพยานถึงข้อกล่าวหาและการปล่อยตัวแต่อย่างใด และขณะนี้ยังไม่มีใครทราบว่านายบิลลี่อยู่ที่ใด ไม่มีใครพบเห็นนายบิลลี่ และไม่ได้รับการติดต่อกลับผิดวิสัยนักกิจกรรม ขณะนี้ชาวบ้านมีความห่วงกังวลในเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างมากจึงได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ไว้แล้วเมื่อวันที่ 19 เมษายน 255

 

 

ปรากฎข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 18 เมษายน  2557 นายบิลลี่หายตัวไปขณะเดินทางมาเพื่อเตรียมข้อมูลและเตรียมการนำชาวบ้านไปร่วมการพิจารณาคดีของศาลปกครองในคดีที่ชาวบ้านกะเหรี่ยงบางกลอยฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติฯ และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร จากกรณีที่การเข้ารื้อทำลาย เผาบ้านเรือนและทรัพย์สินของชาวบ้านกะเหรี่ยงกว่า 20 ครอบครัวที่บ้านบางกลอยบนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554  ซึ่งปรากฎผลการศึกษายืนยันต่อมาว่าชาวบ้านกะเหรี่ยงกลุ่มดังกล่าวเป็นชนพื้นเมืองดังเดิมที่ตั้งรกรากอาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณลำห้วยเหนือแม่น้ำบ้านบางกลอยบนมานับแต่ครั้งบรรพบุรุษเป็นเวลาร่วมกว่า 100 ปี  ความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานและเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกับชาวบ้านชนเผ่าพื้นเมืองเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ส่งผลให้เกิดการฟ้องร้องคดีในชั้นศาล  รวมทั้งการลอบสังหารนายทัศน์กมล โอบอ้อม นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนอีกรายหนึ่งเมื่อวันที่ 10 กันยายน2554 และการตั้งข้อกล่าวหาจ้างวานฆ่าต่อนายนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานฯ ซึ่งขณะนี้คดีกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาคดีของศาลหากแต่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษรยังคงปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีการสั่งพักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามระเบียบที่เคยปฏิบัติในกรณีที่ข้าราชการถูกฟ้องคดีอาญาร้ายแรง[1]

 

 

เหตุการณ์หายตัวไปของนายบิลลี่ สร้างความวิตกกังวลว่าอาจน่าจะเกี่ยวข้องกับการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนและการทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยทนายความในคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง ซึ่งนายบิลลี่และชาวบ้านต้องร่วมเป็นพยานในคดีดังกล่าวด้วย การหายตัวไปของนายบิลลี่จึงอาจส่งผลต่อคดีและการต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมของกลุ่มชาวบ้านด้วย

 

การบังคับให้บุคคลสูญหาย หรือ การอุ้มหาย เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่ร้ายแรงที่สุดเป็นการละเมิดสิทธิต่อชีวิต ร่างกาย และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่รัฐมีหน้าที่ตามกฎหมายภายในและพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศที่ต้องให้การเคารพและคุ้มครองสิทธิดังกล่าว

 

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้บังคับบัญชาชี้แจ้งเรื่องการหายตัวไปของนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน แกนนำชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยทันที    รวมทั้งขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่และสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามตัวนายบิลลี่ อย่างโปร่งใส เป็นอิสระและนำตัวกลับมาโดยเร็วที่สุด 

 

ทั้งนี้รัฐจะต้องไม่ยินยอมต่อการกระทำอันเป็นการบังคับให้บุคคลสูญหายและต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อให้พบและช่วยเหลือเหยื่อและนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้หากมีข้อมูลที่เชื่อได้ว่าเป็นการบังคับให้สูญหายจริง  บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำการบังคับให้บุคคลสูญหายนั้นพึงถูกพักจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการในระหว่างเวลาที่มีการสอบสวนด้วย ตามที่ระบุในปฏิญญาว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลให้พ้นจากการถูกใช้กำลังบังคับให้หายสาบสูญ ซึ่งรับรองโดยที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม2535

 

ด้าน

นางสาวปริญญา บุญฤทธ์ฤทัยกุล ผู้อำนวยการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผยถึงกรณีการหายตัวไปของ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน แกนนำชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ. แก่งกระจาน จ. เพชรบุรี ตั้งแต่เย็นวันที่ 17 เมษายน ขณะเดินทางไปแก่งกระจาน เพื่อเตรียมข้อมูลและเตรียมการนำชาวบ้านไปร่วมการพิจารณาคดีของศาลปกครองในคดีที่ชาวบ้านกะเหรี่ยงบางกลอยฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติฯ และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จากกรณีที่มีการเข้ารื้อทำลาย เผาบ้านเรือนและทรัพย์สินของชาวบ้านกะเหรี่ยงกว่า 20 ครอบครัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 ว่าเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงสวัสดิภาพในชีวิตของนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนที่มักถูกคุกคามอยู่เสมอ โดยเฉพาะในกรณีที่มีความขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่รัฐ

 

“แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ขอเรียกร้องไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน ให้ติดตามและดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อการหายตัวไปของบิลลี่อย่างรวดเร็ว รอบด้าน เป็นอิสระ และยุติธรรม “การสูญหายของบุคคล”ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ในหลายกรณีผู้เสียหายไม่เพียงถูกควบคุมตัวโดยไม่มีข้อกล่าวหา หรือไม่ได้รับการไต่สวน และมักเสี่ยงที่จะถูกทรมานหรือถูกสังหารในระหว่างการควบคุมตัว”

 

ทั้งนี้“การสูญหายของบุคคล” เป็นสิ่งที่รัฐไม่ควรยินยอมให้เกิดขึ้น และต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวน นำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ให้การคุ้มครองอย่างเป็นธรรมต่อผู้เสียหาย ผู้แจ้งความ พยาน และครอบครัวของพวกเขาในระหว่างที่มีการดำเนินคดีด้วย

 

ข้อมูลพื้นฐาน

 

นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ผู้นำชุมชนและสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ได้หายตัวไปเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2557  ซึ่งภายหลังนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้ออกมายอมรับว่าได้ควบคุมตัวนายบิลลี่ไปเพื่อสอบสวน โดยอ้างความผิดซึ่งหน้าว่าค้นตัวนายบิลลี่เจอรังผึ้งและน้ำผึ้ง 6 ขวด แต่ได้ปล่อยตัวนายบิลลี่ไปแล้ว และยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการหายตัวไปของนายบิลลี่แต่อย่างใด

 

อย่างไรก็ตามถึงขณะนี้ยังไม่มีใครพบเห็นนายบิลลี่ และไม่ได้รับการติดต่อกลับใดๆ ซึ่งผิดวิสัย ชาวบ้านจึงกังวลว่านายบิลลี่จะถูกอุ้ม หรือถูกข่มขู่คุกคาม หรือทำร้ายร่างกายจึงได้มีการแจ้งความลงบันทึกประจำวันแล้วเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2557 ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอแก่งกระจาน.

 

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร