ศาลจ.น่านลงอาญาชาวบ้านรุกป่า-เอ็นจีโอตอกคดีนี้เผยความเป็นธรรมในกม.ที่ดิน

Tue, 04/22/2014 - 11:44 -- ประชาธรรม

เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมาที่ศาลจังหวัดน่าน สาขาอำเภอปัวได้มีการอ่านคำพิพากษาคดีบุกรุกป่า กรณีของนายขาว วันลอง โดยมีชาวบ้านเดินทางมาร่วมให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมาก อาทิ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินจังหวัดน่าน สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ เครือข่ายนักศึกษาเพื่อสิทธิในการจัดการที่ดิน และชาวบ้านจากบ้านกอก ต.เชียงกลาง อ.เชียงกลาง จ.น่าน เป็นต้น อย่างไรก็ตามศาลได้ตัดสินให้มีความผิด และมีโทษจำคุก 4 เดือน 15 วันและปรับเป็นจำนวนเงิน 4,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้เป็นเวลา 3 ปี

 

ความเป็นมาของคดีนี้สืบเนื่องจากวันที่ 12 กันยายน 2555 นายขาว วันลอง หรือลุงขาว ราษฎรบ้านกอก ต.เชียงกลาง อ.เชียงกลาง จ.น่านได้ถูกกลุ่มเจ้าหน้าที่ป่าไม้และผู้นำท้องถิ่นซึ่งเข้ามาตรวจสภาพพื้นที่จับ โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่านายขาว ทำผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ พร้อมทั้งยึดเอาอุปกรณ์พ่นยาซึ่งในขณะนั้นนายขาวกำลังพ่นยาพืชในไร่ไปเป็นของกลางด้วย ซึ่งแจรายละเอียดเกี่ยวกับคดีมีดังนี้  ที่ดินแปลงดังกล่าวมีพื้นที่ 8 ไร่ โดยเป็นของญาติทางฝั่งภรรยานายขาว ซึ่งที่ดินแปลงนี้ญาตินายขาวได้รับมาจากภรรยาอีกทีหนึ่ง และมีการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่มาโดยตลอด โดยมีการปลูกข้าวโพดและพืชล้มลุก ซึ่งญาตินายขาวยังได้เสียภาษีการใช้ประโยชน์ในการใช้ที่ดินมาโดยตลอด

 

ต่อมาเมื่อญาตินายขาวอายุมากขึ้นทำการเกษตรต่อไปไม่ไหว จึงได้ประกาศให้คนในชุมชนได้เข้ามาใช้พื้นที่ดังกล่าว รวมถึงนายขาวที่เพิ่งเกษียณจากราชการทหาร จึงได้มาใช้พื้นที่นี้เพื่อการทำกิน โดยพื้นที่ถูกแบ่งครึ่งจากถนนซึ่งนายขาวได้ใช้พื้นที่ดังกล่าวครึ่งหนึ่งเป็นจำนวน 4 ไร่ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็มีชาวบ้านคนอื่นในชุมชนเข้ามาใช้ประโยชน์  และในส่วนของพื้นที่อื่นในบริเวณนั้นก็มีชาวบ้านคนอื่นๆ เข้ามาใช้พื้นที่เพื่อทำกินเช่นกัน และชาวบ้านบ้านกอกยังได้มีการกันพื้นที่ทำกินออกจากเขตป่าสงวนเพื่อไม่ให้มีการบุกรุกป่าเพิ่มเติม อีกทั้งญาติของนายขาวยังได้มีใบตอบรับจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้เรื่องการครอบครองที่ดินในเขตป่าชั่วคราวอีกด้วย

               

นายขาว วันลอง กล่าวว่า ตนพอใจกับคำตัดสินของศาลที่ได้รับการรอลงอาญากรณีโทษจำคุก เนื่องจากว่าชาวบ้านในหลายพื้นที่ก็โดนคดีในลักษณะเดียวกันนี้ และศาลสั่งจำคุกโดยที่ไม่รอลงอาญาก็ยังมีอีกหลายราย

 

นายทวีศักดิ์ มณีวรรณ หนึ่งในสมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือได้แสดงความคิดเห็นต่อคำตัดสินนี้ว่า ที่ลุงขาวไม่ติดคุกไม่ได้ถือว่าครั้งนี้ชนะ เพราะลุงขาวทำไร่ในที่ดินของตัวเอง ที่ดินมีการทำกินมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย ลุงขาวถูกจับในที่ของตัวเอง ศาลตัดสินว่าลุงขาวผิด ให้ปรับ 4,000 บาท  ก็แสดงว่าเรายังไม่ชนะ แล้วศาลสั่งรอลงอาญา 3 ปี หมายความว่าถ้าลุงขาวเข้าไปทำกินในพื้นที่นี้อีกก็จะถูกจับติดคุก จากนี้ลุงขาวจะทำอะไรกิน แล้วกรณีของลุงขาวก็ไม่ใช่กรณีแรกหรือกรณีเดียว ในเวลาเดียวกันยังมีพี่น้องในพื้นที่อื่นๆ ถูกจับในเรื่องเดียวกันอีกหลายสิบคน ซึ่งในเรื่องนี้มองว่าร่างพ.ร.บ.ที่ดิน 4 ฉบับนี้จะช่วยเข้ามาแก้ปัญหาในส่วนนี้ได้มาก อีกทั้งยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำของชนชั้นในสังคมไทยได้อีกด้วย

 

ด้านตัวแทนเครือข่ายนักศึกษาเพื่อสิทธิในการจัดการที่ดินรายหนึ่ง ให้ความเห็นว่า นี่คือความอยุติธรรม เพราะจากที่ได้ข้อมูลมาชาวบ้านอยู่ในพื้นที่นี้ ทำกินในพื้นที่นี้มานานแล้วก่อนที่จะมีการประกาศเป็นเขตอนุรักษ์ต่างๆ เขตอุทยานฯหรือป่าสงวน แล้วอีกอย่างชาวบ้านทำกินแค่พอเลี้ยงชีพ ไม่ได้กอบโกยเงินมากมายมหาศาลจากพื้นที่ตรงนี้เลย ทางกลุ่มมองว่าเป็นการรังแกกันมากกว่าความยุติธรรม.

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายปชช.ขับเคลื่อนกม.ที่ดิน 4 ฉบับเตรียมจัดสัมมนาใหญ่ก่อนผลักดันเข้าสภา

http://www.prachatham.com/detail.htm?code=n1_22042014_01

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร