กสม.ไต่สวนกรณีบิลลี่กะเหรี่ยงแก่งกระจานหายตัวปริศนาเสนอย้ายหน.อุทยานระหว่างการสืบสวน

Sat, 04/26/2014 - 15:37 -- ประชาธรรม

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2557 เวลาประมาณ 11.30น. ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) อาคารศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน จัดประชุมตรวจสอบกรณีการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญหรือนายบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึกบางกลอย และสมาชิกองค์กรบริหารส่วนตำบลห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่หายตัวไปเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา รวมทั้งน.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยาของนายบิลลี่ซึ่งยื่นเรื่องมายังคณะกรรมการสิทธิให้พิจารณาไต่สวนเรื่องดังกล่าว 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยนายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นประธานการประชุม นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเพชรบุรี พ.ต.อ.วรเดช สวนคล้าย ผกก.สภ.แก่งกระจาน นายพฤ โอ่โดเชา ตัวแทนเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรม นายเกรียงไกร ชีช่วง เลขาเครือข่ายกระเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม นายวุฒิ บุญเลิศ ตัวแทนสมาคมสวนผึ้ง จ.เพชรบุรี น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยาของนายบิลลี่พร้อมด้วยลูกทั้ง 4 คน พร้อมทั้งสื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง

 

ทั้งนี้คณะอนุกรรมการสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ได้ตั้งคำถามถึงกระบวนการสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทาง พ.ต.อ.วรเดช ตอบว่า หลังจากได้รับแจ้งความจากน.ส.พิณนภาเมื่อวันที่ 19 ทางตำรวจได้ สอบปากคำนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแก่งกระจานและจนท.อุทยานซึ่งอยู่ในรถคันเดียวกันกับนายชัยวัฒน์ ได้ความว่าทางจนท.อุทยานได้จับตัวนายบิลลี่ไว้ด้วยข้อหาพกพาน้ำผึ้งป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากจนท.อุทยาน แต่เห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยจึงตักเตือนและปล่อยตัวไปโดยไม่ได้ทำบันทึกการจับกุมและบันทึกการปล่อยตัวรวมทั้งไม่ได้แจ้งเรื่องไปยังตำรวจอีกด้วย 

 

นอกจากนี้ตำรวจยังได้สอบปากคำนักศึกษาฝึกงาน 2 คนที่นั่งอยู่ในรถคันที่ตามหลังรถของนายชัยวัฒน์ได้ความว่านักศึกษาทั้งสองคนเห็นบุคคลลักษณะคล้ายนายบิลลี่ขับรถจักรยานยนต์ออกไปแล้วส่วนประเด็นที่ว่าบุคคลที่เห็นใช่นายบิลลี่จริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงคนที่มีลักษณะคล้ายกันนั้นอยู่ในระหว่างการประมวลผลการสอบสวน
ส่วนเรื่องการตรวจหาหลักฐาน ได้ยึดรถคันที่นายชัยวัฒน์ใช้ในวันเกิดเหตุเพื่อตรวจหา DNA ซึ่งระหว่างนี้อยู่ระหว่างรอผล แต่ยังไม่ได้อายัดอาวุธประจำตัวของจนท.อุทยานที่อยู่ในเหตุการณ์มาตรวจสอบ และยังไม่ได้ตรวจสอบอาคารสำนักงานของจนท.อุทยาน ส่วนการตรวจดูกล้องวงจรปิดและตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของผู้อยู่ในเหตุการณ์กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ

 

ด้านการค้นหาตัวของนายบิลลี่นั้น ตำรวจได้ระดมกำลังตำรวจทหารประมาณ 200 คนแยกย้ายค้นหาจากสี่แยกหนองมะค่าซึ่งเป็นจุดที่นายชัยวัฒน์อ้างว่าเป็นจุดปล่อยตัวนายบิลลี่  ไปตามทางแยกทั้งสี่ทางเป็นระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตร แต่ไม่พบร่องรอยของนายบิลลี่ รวมทั้งรถจักรยานยนต์หรือ ข้าวของเครื่องใช้ของนายบิลลี่แต่อย่างใด
ทางคณะอนุกรรมการฯ กล่าวถามว่าตำรวจสามารถคุ้มครองพยานหรือผู้ที่จะให้การเพิ่มได้หรือไม่ เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่อยู่ในความหวาดกลัวที่จะให้การ 

 

ร.ต.อ.วรเดชตอบว่า หากพยานร้องขอมา ทางตำรวจมีระเบียบการที่จะคุ้มครองพยานในคดีอาญาอยู่แล้ว แม้ว่ากำลังตำรวจไม่พอก็สามารถประสานขอกำลังจากทางภาคหรือภูธรจังหวัดได้ แต่คดีของนายบิลลี่ตอนนี้ยังเป็นเพียงคดีคนหาย ยังไม่สามารถเป็นคดีอาญาได้เพราะยังไม่มีหลักฐานว่าถูกทำร้ายหรือไม่  

 

ด้านนายพฤ โอ่โดเชา ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างตนกับนายบิลลี่ว่า ตนได้เข้ามาช่วยให้ข้อมูลกับชาวบ้านซึ่งถูกไล่ที่ลงมาจากบ้านบางกลอยบนเพราะการประกาศเขตอุทยานแก่งกระจานว่า มีสิทธิต่อรองในการทำมาหากินอย่างไร และนายบิลลี่ก็เป็นผู้ที่เข้ามาศึกษาเรื่องเหล่านี้ และตนยังได้ติดต่อประสานงานกับเครือข่ายกะเหรี่ยงอื่น ๆ เพื่อบริจาคข้าวสารให้กับชาวบ้านที่ถูกอพยพลงมาและไม่มีที่ทำกิน  แต่ตนกลับถูกนายชัยวัฒน์แจ้งความข้อหายุยงให้ชาวบ้านบุกรุกป่าซึ่งไม่เป็นความจริง นายพฤยังโต้แย้งคำกล่าวของนายชัยวัฒน์ที่กล่างถึงเรื่องการหายตัวไปนายบิลลี่เว่าป็นเพียงเกมของผู้ที่อยากให้ตัวนายชัยวัฒน์ออกจากพื้นที่อีกว่า ตามวัฒนธรรมกะเหรี่ยงแล้ว เราไม่เห็นชีวิตเป็นเรื่องล้อเล่น เราไม่มีทางสร้างเรื่องแบบนี้ขึ้นมา

 

นอกจากนี้นายพฤกล่าวถึงข้อเรียกร้องสามข้อของสมาพันธ์ชาวกะเหรี่ยงแห่งสยามและองค์กรเครือข่ายดังนี้
หนึ่ง ขอให้รัฐเห็นความสำคัญของชีวิตและนำตัวนายบิลลี่กลับคืนสู่ครอบครัวและชุมชนอย่างปลอดภัย 
สอง ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งค้นหานายบิลลี่อย่างจริงจัง
สามขอให้รัฐบาล คุ้มครอง ครอบครัว แกนนำและสมาชิกของชุมชนกระเหรี่ยงโป่งลึก-บางกลอยให้มีความปลอดภัย

 

“เดิมทีหมู่บ้านบางกลอยได้รับการยอมรับการกระทรวงมหาดไทยให้อยู่ที่นี่ มีตำแหน่งมีที่อยู่อย่างเป็นทางการ แต่พอประกาศเป็นเขตพื้นที่อุทยาน การดูแลรักษาเขตพื้นที่นี้กลายเป็นว่าการตัดสินใจของอุทยานมาก่อน ซึ่งจนท.ก็ดูแลป่าดูแลสัตว์แต่ไม่ดูแลคนที่อยู่ข้างในป่า มันเป็นความขัดแย้งของกฎหมายที่พอมีอุทยานเข้ามา การดูแลคนต้องขึ้นกับการตัดสินใจของอุทยานหมดหรือไม่”นายพฤกล่าวทิ้งท้าย

 

ทางด้านนายจตุพจน์ กล่าวว่า ทางจังหวัดไม่เลยละเคยการเข้าไปพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้าน มีการเข้าไปประชุมกับชุมชนและถามถึงสิ่งที่ชุมชนต้องการให้พัฒนาอยู่บ่อยครั้ง ล่าสุดคือทำให้ชุมชนมีน้ำใช้ ส่วนการทำงานกับอุทยานนั้นไม่เคยมีข้อขัดแย้งกัน ยกเว้นเรื่องการย้ายขาวบ้านลงมาจากเขตอุทยาน ทางจังหวัดขอให้ชาวบ้านเลิกเข้าไปตัดไม้ล่าสัตว์ แต่อื่นๆ ไม่ได้ห้ามและสนับสนุนการดำเนินวิถีชีวิตของกะเหรี่ยง

 

นายเกรียงไกร ชีช่วง ได้เสนอถามว่า หากทางเครือข่ายกระเหรี่ยงฯ ต้องการเข้าไปทำพิธีกรรมตามความเชื่อของกลุ่มตนเพื่อความสบายใจในการตามหาตัวนายบิลลี่ โดยใช้พื้นที่ในอุทยานฯ ตำรวจสามารถให้การคุ้มครองได้หรือไม่ ซึ่งทางผกก.สภ.แก่งกระจานรับปากว่าหากมีการแจ้งไปทางสถานีตำรวจจะช่วยจัดกำลังดูแลอย่างเต็มที่

 

ในช่วงท้ายการประชุมนพ.นิรันดร์สรุปผลการประชุมเป็นสามข้อดังนี้
หน่วยงานรัฐควรทราบว่าเรื่องของนายบิลลี่มีความขัดแย้งสืบเนื่องมานาน เป็นเรื่องที่สากลให้ความสนใจ การหายตัวของนายบิลลี่สุ่มเสี่ยงจะถูกทำอันตราย ขอให้ทางจังหวัดและตำรวจเป็นตัวแทนที่จะทำให้เห็นว่าไทยมีกฎหมายที่เป็นธรรมและกฎหมายยังคุ้มครองคนที่ต่อสู้เพื่อสังคมอย่างนายบิลลี่ อาจมีปัญหาในการขอให้คุ้มครองชาวบ้าน แต่ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าใจถึงความหวาดกลัวของชาวบ้านด้วย 
หากรองผบ.ตร.สั่งให้ตำรวจจากส่วนกลางลงไปสืบสวนคดีในพื้นที่ กรรมการสิทธิฯ จะไปลงพื้นที่ด้วยเช่นกัน  
เสนอให้ได้รับคำร้องการขอรับการคุ้มครองของเครือข่ายกะเหรี่ยงฯ และขอให้โยกย้ายหัวหน้าอุทยานออกจากพื้นที่ขณะที่มีการสืบสวนคดี เนื่องจากเอื้อให้เกิดการทำงานอย่างไม่มีอุปสรรคและเกิดความเชื่อมั่นในการทำงาน 
หลังจากการประชุมร่วมกันกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแล้ว ครอบครัวของนายบิลลี่ยังได้เดินทางต่อไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเวลาประมาณ 15.30 น. เพื่อแจ้งความด้วยปากต่อ เอก อังสานนท์ และขอความช่วยเหลือจากทางตำรวจซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี ซึ่งหลังจากนี้จะไปแจ้งความอย่างเป็นทางการที่ สภ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ในวันที่ 26 เวลา 14.00 น.

 

น.ส.พิณนภา กล่าวว่า รู้สึกดีหากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามคำที่ได้กล่าวไว้ว่าจะช่วยเหลือ ตนและชุมชน ในส่วนของตนจากนี้ไปยังไม่ทราบจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนอกจากรอการช่วยเหลือ.

 

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร