มะขามป้อม-ครูดอย กศน.เชียงดาว ผนึกสร้างเสริมการอ่านแก่กลุ่มชาติพันธุ์

Wed, 05/07/2014 - 12:24 -- ประชาธรรม

เมื่อวันที่ 5 พ.ค.2557 ที่ผ่านมา ที่โรงละครมะขามป้อม หรือมูลนิธิสื่อชาวบ้าน (มะขามป้อม) อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ มูลนิธิสื่อชาวบ้าน (มะขามป้อม) ได้มีการจัดประชุมร่วมกับตัวแทนครูศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทย “แม่ฟ้าหลวง” สังกัด กศน.เชียงดาว และตัวแทนร้านหนังสือเชียงดาว เตรียมจัดโครงการอ่านยกกำลังสุข ให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเลือกพื้นที่ชุมชนบ้านปางแดง ห้วยโก๋ ผาลาย แม่จร และห้วยปง เป็นพื้นที่นำร่อง

 

 

นางสาวสุรารักษ์ ใจวุฒิ เจ้าหน้าที่มูลนิธิสื่อชาวบ้าน(มะขามป้อม) และเป็นหัวหน้าโครงการอ่านยกกำลังสุข เปิดเผยถึงที่มาของโครงการนี้ว่า เนื่องจากพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย เป็นแหล่งตั้งถิ่นฐานของกลุ่มชนเผ่า ชาติพันธุ์ที่มีความหลากหลาย แต่คนส่วนใหญ่ อาจจะไม่เคยรับรู้ว่าชนเผ่าเหล่านี้มีประชากรรวมกันประมาณเกือบล้านคน  ซึ่งถ้ามองตามจำนวนประชากรของภาค ก็ถือว่าเป็นคนกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งของภาคเหนือ แต่เป็นที่น่าแปลกใจว่าคนกลุ่มใหญ่กลุ่มนี้กลับกลายเป็น”ชนกลุ่มน้อย”ที่ไร้สิทธิ์ไร้เสียง ไม่ได้รับการยอมรับและยังถูกมองว่าเป็นตัวปัญหาและเป็นภาระของสังคม รากเหง้าของปัญหาที่สำคัญมาจากความ“แตกต่าง”ทางอัตลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็น เชื้อชาติ ศาสนา ความเชื่อ วัฒนธรรมประเพณี โดยเฉพาะภาษา ที่ยากต่อการสื่อสารสร้างความเข้าใจ  

 

 

“ความแตกต่างเหล่านี้ กลายเป็นช่องว่างที่ถ่างกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนผลักไสให้ชนเผ่ากลายเป็น ‘คนอื่น’           และเมื่อถูกมองว่าเป็นคนอื่น ก็กลายเป็นคนชายขอบ ที่สังคมไม่สนใจ ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจง่ายต่อการมีอคติและด่วนตัดสินว่า คนเหล่านี้ เป็นพวกค้ายาเสพติด  พวกตัดไม้ พวกทำลายป่า เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ โง่เง่า ล้าหลัง และข้อหาหนักที่สุดคือมองว่าคนเหล่านี้ ‘ไม่ใช่คนไทย’ อคติเหล่านี้นำไปสู่การเลือกปฏิบัติและการกีดกันทางสังคมต่อชนเผ่า เช่น ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาล การศึกษา ถูกจำกัดสิทธิในที่ดินทำกิน จำกัดพื้นที่การเดินทางเพื่อประกอบอาชีพ ขาดงบประมาณในการพัฒนาตัวเองและชุมชนเพราะรัฐไม่สามารถจัดสรรงบประมาณให้ได้เนื่องจากไม่มีสัญชาติไทย เป็นต้น”

 

 

นางสาวสุรารักษ์ กล่าวต่อว่า แน่นอน ปัญหาที่ถาโถมเข้ามาเหล่านี้ จึงส่งผลต่อสุขภาวะด้านร่างกาย จิตใจสังคมและปัญญาของชนเผ่าอย่างใหญ่หลวง เพราะมันได้สร้างภาวะความน้อยเนื้อต่ำใจที่ถูกกีดกันออกจากสังคมโดยเฉพาะกับ ‘กลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่’ ซึ่งเป็นวัยที่ยืนอยู่บนความสับสนระหว่างสองโลก คือโลกข้างในชุมชนที่ยังคงเดิมตีบตันและโลกข้างนอกที่ยังคงกีดกันไม่ยอมรับชนเผ่าส่งผลทำให้เยาวชนชาติพันธุ์บางส่วนเก็บกด ใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆอย่างไร้ความหวัง ขาดความภาคภูมิใจในเผ่าพันธุ์ของตน ละทิ้งภูมิปัญญา ละทิ้งถิ่นฐาน ในขณะที่เยาวชนอีกบางส่วนเลือกใช้วิธีประชดชีวิต ประชดสังคมด้วยการทำผิดกฎหมาย เช่น กรณีเกิดแก๊งค์ต่างๆที่ใช้ความรุนแรงผุดขึ้นมากมายทั้งในชุมชนและหัวเมืองใหญ่ เสมือนเป็นการสร้างกลไกป้องกันตัวเองเพราะไม่อาจหวังพึ่งรัฐและสังคมได้ 

 

“ที่ผ่านมา มูลนิธิสื่อชาวบ้าน(มะขามป้อม) ได้ทำงานรณรงค์สร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่านในพื้นที่อำเภอ          เชียงดาวมาอย่างต่อเนื่อง ปัญหาที่พบคือ การทำงานรณรงค์สร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่านในพื้นที่กลุ่มชาติพันธุ์ มักไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรเมื่อทำกิจกรรมร่วมกับแกนนำที่เป็นคนพื้นราบ จึงค้นพบข้อเรียนรู้  ที่สำคัญประการหนึ่งคือ การทำงานจะประสบความสำเร็จได้ ต้องออกแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์และทำงานอย่างบูรณาการ ร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ทางมูลนิธิฯ จึงประสานกับศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเชียงดาว ซึ่งเป็นองค์กรที่ใกล้ชิดพื้นที่ ออกแบบโครงการร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยความเชื่อมั่นว่า ‘การอ่าน’ เป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะคลี่คลายปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ได้”

 

 

หัวหน้าโครงการ กล่าวถึงจุดเด่นของการส่งเสริมการอ่านในพื้นที่อำเภอเชียงดาว ว่า ในพื้นที่เชียงดาว เรามีต้นทุนทางสังคมที่สามารถหนุนเสริมให้โครงการประสบความสำเร็จ ได้หลายปัจจัย อาทิเช่น กลุ่มนักเขียนมืออาชีพที่เป็นชาวเชียงดาวที่เข้าใจบริบทพื้นที่ ซึ่งพร้อมจะเป็น ที่ปรึกษาและวิทยากรในการอบรม มีร้านหนังสือเชียงดาว ซึ่งเป็นร้านหนังสือเล็กๆ แต่มีชื่อเสียง เป็นแหล่งรวมของชุมชนคนรักการอ่าน ในท้องถิ่น ซึ่งพร้อมจะสนับสนุนพื้นที่ในการรณรงค์ มีโรงเรียนที่เคยเข้าร่วมโครงการรักการอ่านและผู้บริหารที่เข้าใจแนวทางการทำงาน และมูลนิธิสื่อชาวบ้าน(มะขามป้อม) ก็เป็นองค์กรที่ทำงานในพื้นที่ และมีฐานการทำงานร่วมกับชุมชนมาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

 

 

นางสาวสะแกวัลย์ พุ่มเมฆ ครูศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านห้วยปง ซึ่งเป็นชุมชนชาวไทยภูเขาเผ่าลาหู่และดาระอั้ง(ปะหล่อง) อาศัยอยู่ร่วมกัน กล่าวว่า ถือว่าเป็นโครงการที่ดีต่อเด็กๆ และเยาวชนบนดอย เพราะส่วนใหญ่ด้อยโอกาสในเรื่องการศึกษาและทักษะการอ่าน และชาวบ้านบนดอยส่วนใหญ่ยังขาดความเชื่อมั่น อาย ไม่กล้าแสดงออก ซึ่งปัญหาเหล่านี้คงต้องอาศัยจากหลายๆฝ่ายเข้าไปหนุนช่วยกันแบบนี้

 

 

เช่นเดียวกับ นางสาวสุณิสา ละป้าน ครูประจำศูนย์ฯ ซึ่งเป็นคนชนเผ่าดาระอั้ง บ้านปางแดงนอก แต่ให้ความสำคัญในเรื่องการศึกษา ได้อาสาฯเป็นครูพี่เลี้ยง ให้กับเด็กๆ ในชุมชน กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดี โดยเฉพาะกับเด็กๆ ก่อนวัยเรียน และอนุบาล ซึ่งที่ผ่านมา เด็กๆ กลุ่มนี้ ยังอ่านออกไม่ได้ แต่จะชอบหนังสือนิทานภาพ และการเล่านิทานมาก ถ้าเราได้มีการส่งเสริมและช่วยกันผลิตสื่อของชาวบ้าน ทำเป็นนิทานของเราเอง เด็กๆ ก็ยิ่งสนใจมากยิ่งขึ้น

 

 

ทั้งนี้ โครงการยกกำลังอ่าน ได้รับทุนสนับสนุนจาก สสส. โดยมีวัตถุประสงค์หลักๆ ก็คือ การเสริมสร้างความเข้มแข็งภายในผ่านแกนนำอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน ที่เป็นกลุ่มเยาวชนชาติพันธุ์ในพื้นที่ จัดอบรมพัฒนาศักยภาพและเทคนิควิธีการสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ที่เน้นการปฏิบัติจริง ใช้หลักสูตรที่เหมาะสมกับกลุ่มชาติพันธุ์และติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิดโดยภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อให้กลุ่มแกนนำสามารถนำไปขยายผลในชุมชนของตนเองได้ นอกจากนั้น ยังจะเน้นในการสื่อสารภายนอก ผ่านการผลิตหนังสือทำมือ นิทานชนเผ่า โดยมีวิทยากรที่เป็นนักเขียนมืออาชีพ เพื่อเผยแพร่สร้างความเข้าใจในกลุ่มชาติพันธุ์ให้แก่สังคมภายนอก โดยเฉพาะชุมชนคนพื้นราบในอำเภอเชียงดาว และจัดกิจกรรมมหกรรมชนเผ่าส่งเสริมการอ่าน เปิดตัวหนังสือ เพื่อสื่อสารกับท้องถิ่นและสาธารณชนกันต่อไป

 

 

กิจกรรมครั้งนี้ จะเริ่มต้นตั้งแต่เดือน พ.ค.นี้ไปจนสิ้นสุดโครงการ  โดยได้เลือกพื้นที่นำร่อง ได้แก่บ้านแม่จอน,บ้านผาลาย,บ้านห้วยปง และบ้านปางแดงนอก เนื่องจากพื้นที่การทำงานทั้ง 4 ชุมชน เป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้เคียงกัน มีความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ มีครูภูมิปัญญาในชุมชน และมี ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวงในชุมชน ครูประจำศูนย์ จึงสามารถดูแลติดตามโครงการอย่างใกล้ชิด.

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร