กลุ่มอนุรักษ์อุดรฯ จี้กรรมการจังหวัดชะลอตั้งผู้มีส่วนได้เสียโครงการเหมืองแร่โปแตช หวั่นเหตุขัดแย้งรุนแรงในพื้นที่

Tue, 05/20/2014 - 15:30 -- ประชาธรรม

เมื่อวันที่ 19 พ.ค.57 เวลาตั้งแต่ 09.00 น.- 13.00 น. ที่ห้องประชุมทองใหญ่ ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ซึ่งเป็นกลุ่มชาวบ้านคัดค้านโครงการเหมืองแร่โปแตช จำนวนกว่า 200 คน ได้เดินทางไปพบและยื่นหนังสือต่อนายณรงค์  พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดการประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียโครงการเหมืองแร่โปแตช จังหวัดอุดรธานี ของบริษัทเอเซีย แปซิฟิค โปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด (เอพีพีซี)เพื่อเสนอข้อเรียกร้องให้คณะกรรมการชุดดังกล่าว ชะลอการดำเนินการในขั้นตอนการคัดเลือกตัวแทนผู้มีส่วนได้เสียในเขตคำขอประทานบัตร โดยให้เหตุผลวว่าจะเกิดปัญหาความขัดแย้งรุนแรงในพื้นที่ขึ้นมาอีก เนื่องจากกรรมการร่วมระหว่างกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กับกลุ่มอนุรักษ์ฯ ยังดำเนินการไม่ได้ข้อยุติ

 

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการประชุมเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียฯ เพื่อมาทำหน้าที่คัดเลือกตัวแทนผู้มีส่วนได้เสียในเขตคำขอประทานบัตรหมู่บ้านละ 2 คน และดำเนินการตามกระบวนการตั้งกองทุนสนับสนุนโครงการศึกษาวิจัยรายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียในการทำเหมืองแร่ใต้ดิน ตามมาตรา 88/10 ในพ.ร.บ.แร่ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 หลังจากรายงานการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) โครงการเหมืองแร่โปแตช จังหวัดอุดรธานี ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ตามขั้นตอนการขออนุญาตประทานบัตรทำเหมืองแร่ใต้ดิน

 

บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปอย่างเข้มข้นโดยแกนนำชาวบ้านได้ผลัดกันอภิปรายชี้แจงให้เหตุผล กับรองผู้ว่าฯ ถึงปัญหาการดำเนินโครงการที่ขาดการมีส่วนร่วมของชาวบ้านในพื้นที่ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการ จนทำให้เกิดปัญหาความแตกแยกรุนแรง มีทั้งฝ่ายผู้สนับสนุนและกลุ่มผู้คัดค้านในพื้นที่ การประชาคมหมู่บ้านและการให้ความเห็นของ อบต. ที่ลักลั่น ผิดระเบียบ ฯลฯ นอกจากนี้กลุ่มชาวบ้านยังอธิบายว่าได้มีการคัดค้านตามขั้นตอนในกฎหมายแร่ จนได้มีคำสั่งของกพร. ก่อนหน้านี้ เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมกันระหว่าง กพร.กับกลุ่มอนุรักษ์ฯ ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าวกำลังดำเนินการศึกษาและติดตามในประเด็นข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ซึ่งขั้นตอนนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ

 

โดยนางมณี  บุญรอด กรรมการกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี กล่าวว่า ตนเป็นกรรมการร่วมระหว่างกพร. กับกลุ่มอนุรักษ์ฯ โดยมีอธิบดี กพร. คนปัจจุบันเป็นประธาน ซึ่งยังดำเนินการศึกษาตามข้อร้องเรียนของชาวบ้านไม่แล้วเสร็จ และยังไม่มีข้อสรุป หากกรรมการชุดใหม่ที่มีรองผู้ว่าฯ เป็นประธานจะเดินหน้าผลักดันให้มีการคัดเลือกตัวแทนผู้มีส่วนได้เสียในแต่ละหมู่บ้าน จะนำพาปัญหาความขัดแย้งรุนแรงเกิดขึ้นตามมาอีกอย่างแน่นอน

 

“อยากให้รองผู้ว่าฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการได้พิจารณาชะลอการคัดเลือกตัวแทนผู้มีส่วนได้เสียออกไป จนกว่าคณะกรรมการชุดก่อนจะดำเนินการและมีข้อยุติ” นางมณีกล่าว

 

ด้านนายณรงค์  พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ตามขั้นตอนในคำสั่งแต่งตั้งจาก กพร. ตนได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการให้เป็นประธานคณะกรรมการชุดดังกล่าว ซึ่งมีหน้าแจ้งให้แต่ละหมู่บ้านไปคัดเลือกตัวแทนผู้มีส่วนได้เสียมาหมู่บ้านละ 2 คน กับผู้ใหญ่บ้านที่เป็นโดยตำแหน่งอีก 1 รวมเป็น 3 คน และผู้แทนจากอบต.ในพื้นที่ แห่งละ 2 คน รวมแล้วจะมีตัวแทนผู้มีส่วนได้เสียประมาณ 70-80 คน เพื่อมาทำหน้าที่เฝ้าระวัง เฝ้าดูว่าบริษัทฯ ทำอะไร จะมีผลกระทบจริงไหม โดยการว่าจ้างนักวิจัยมาดูมาตรวจสอบแทนเรา และเราสามารถกำกับดูแลได้

 

“ก่อนจะมีการสรรหาตัวแทนผู้มีส่วนได้เสีย คณะกรรมการฯ จะต้องลงพื้นที่ไปชี้แจงทำความเข้าใจทุกหมู่บ้านเสียก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง แต่เมื่อมีการคัดค้านมาก็ต้องชะลอออกไปจนกว่าจะได้ข้อยุติ” นายณรงค์ กล่าว

 

นายณรงค์กล่าวต่อว่า ในส่วนของคณะกรรมการทั้งสองชุด ที่ยังเป็นปัญหากันอยู่ทางจังหวัดจะทำหนังสือสอบถามไปยัง กพร. ว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร นอกจากนี้ก็จะทำหนังสือไปถึง สผ.เพื่อขอรายงานอีไอเอ ฉบับสมบูรณ์มาดู

 

หลังจากการหารือเสร็จสิ้นลง ทั้งสองฝ่ายจึงทำบันทึกร่วมกันความว่าจะชะลอการดำเนินการคัดเลือกตัวแทนผู้มีส่วนได้เสียจนกว่าจะดำเนินการปรึกษาหารือระหว่างคณะกรรมการตามคำสั่ง กพร. ที่ 77/2555 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2555 ให้ได้ข้อยุติ

 

ในวันเดียวกันนี้กลุ่มอนุรักษ์ฯ ได้รับหนังสือจากกพร.เพื่อชี้แจงการคัดค้านคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียโครงการเหมืองแร่โปแตช จังหวัดอุดรธานี ความตอนหนึ่งระบุว่า กพร.ไม่มีนโยบายจะผลักดันโครงการนี้หากสถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงในพื้นที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลายไปในทางที่ดี

 

 

 

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร