ประชาสังคมเชียงใหม่ 11 องค์กร ยื่นจม.ถามคืบหน้าพท.สาธารณะกลางเมือง หลังมีกลุ่มขึ้นป้ายอ้างสิทธิจัดการ

Fri, 11/20/2015 - 11:10 -- ประชาธรรม

วันนี้ (20 พ.ย.58) มีรายงานว่า กลุ่มองค์กรภาคประชาสังคมในเมืองเชียงใหม่ 11 องค์กร ประกอบด้วย เครือข่ายชุมชนเทศบาลนครเชียงใหม่ เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ เครือข่ายผู้หญิงเชียงใหม่ ชมรมคนช้างม่อย ชมรมอาสาสมัครกฎหมายเพื่อผู้หญิง ศูนย์ช่วยเหลือผู้หญิงและเด็ก เครือข่ายบ้านชุ่มเมืองเย็น เครือข่ายเขียว สวย หอม ภาคีขับเคลื่อนเชียงใหม่จัดการตนเอง สถาบันการจัดการทางสังคม สถาบันส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน  ยื่นจดหมายในนามสภาพลเมืองสำเนาถึง รองนายกรัฐมนตรี(ศ.ดร.วิษณุ  เครืองาม) รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี(นายสุวพันธ์  ตันยุวรรธนะ) อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ สอบถามถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่ทัณฑสถานหญิงเดิมว่าจะดำเนินการกับอย่างไร หลังมีกลุ่มองค์กรเข้าสร้างสิ่งปลูกสร้าง และติดตั้งป้ายแบบแปลน แสดงการอ้างสิทธิการจัดการ รวมถึงภาพจดหมายยื่นต่อรัฐบาลขอแก้กฎหมายเพื่อเข้ามาดำเนินการ

 

ภาพแบบแปลนพื้นที่สาธารณะที่ถูกติดไว้หน้า ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 ปัจจุบันถูกปลดออกแล้ว

 

ภาพจดหมายลงวันที่ 18 ตุลาคม 2558 ถึง ศ.ดร. วิษณุ  เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้แก้ข้อกฎหมายเกี่ยวกับงบประมาณแผ่นดินที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณจำนวน 150 ล้านบาทดังกล่าวเพื่อให้มูลนิธิ...และ มูลนิธิ... เข้ามาดำเนินการแทนจังหวัดเชียงใหม่เป็นต้น

 

“การดำเนินการพัฒนาพื้นที่ทัณฑสถานหญิงฯให้เป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์ตามแนวทางที่ได้เห็นร่วมกันระหว่างจังหวัดเชียงใหม่ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ชุมชน สภาพลเมืองและภาคประชาสังคมอื่นๆ ดังกล่าวมีความล่าช้าจนเกินสมควรทั้งที่มีวงเงินงบประมาณ แบบแปลน ความเห็นชอบของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ แล้ว นอกจากนี้ ยังปรากฏอยู่ในปัจจุบันนี้ว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้ยินยอมหรือปล่อยปะละเลยให้มี 2 มูลนิธิแห่งเข้าสร้างสิ่งปลูกสร้างและติดตั้งป้ายแสดงการหวงกันครอบครอง รวมทั้ง แสดงให้ประชาชนทั่วไปเห็นว่า ตนมีสิทธิจะดำเนินการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวในแนวทางอื่นซึ่งผิดไปจากความเห็นร่วมกันและการดำเนินการร่วมกันที่ผ่านมาทั้งหมด” จดหมายระบุ

โดยในจดหมายได้ระบุถึงข้อเรียกร้องสองข้อ คือ หนึ่ง ให้คำยืนยันเป็นหนังสือว่า โครงการพัฒนาพื้นที่ทัณฑสถานหญิง(เดิม)เป็นพื้นที่สวนสาธารณะและพิพิธภัณฑสถานตามความเห็นร่วมกันรวมทั้งแบบแปลนที่ประกวดและว่าจ้างไว้ยังคงอยู่ หรือมีการยกเลิกไปแล้ว โดยในกรณีที่ยังดำเนินการ ขอให้ท่านให้คำยืนยันว่าจะดำเนินการเมื่อใด ดำเนินการอย่างไรและจะแล้วเสร็จในเวลาใด

สอง สั่งการให้มีการรื้อถอนการปลูกสร้างสิ่งต่างๆรวมทั้ง ป้ายหรือเครื่องหมายทุกชนิดและทุกอันของ มูลนิธิพระบรมธาตุดอยสุเทพ มูลนิธิคุ้มหลวงข่วงหลวงเวียงแก้ว ที่แสดงถึงความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการตามที่กล่าวอ้างซึ่งปรากฏอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้ง ห้ามมิให้มูลนิธิพระบรมธาตุดอยสุเทพ มูลนิธิคุ้มหลวงข่วงหลวงเวียงแก้ว เข้าเกี่ยวข้องในทางใดๆ กับพื้นที่ซึ่งกระทบต่อสิทธิของชุมชนและบุคคลดังกล่าว

นางพรรณงาม สมณา คณะทำงานสภาพลเมืองเจ้าของประเด็นข่วงหลวงเวียงแก้ว กล่าวว่า ตนและเครือข่ายได้ร่วมติดตามเรื่องนี้มานาน ตั้งแต่ปี 2534 จนกระทั่งมีการย้ายทัณฑสถานชายและหญิงออกไปตามลำดับ จนกลายเป็นประเด็นที่ว่า “จากคุ้มสู่คอก จากคอกสู่อะไร” ก็มีการติดตามกันมา จนกระทั่งมีการเปิดประเด็นเวทีของสภาพลเมือง ตนจึงเป็นตัวแทนกลุ่มขอเปิดประเด็นถามเรื่องนี้ เพราะในช่วงเวลาเดียวกันนั้นก็มีข่าวหลายอย่าง ที่ลือกันมากก็คือว่าจะสร้างพื้นที่นี้ให้เป็นพุทธมณฑล

หลังจากเวทีนั้นก็มีการสำรวจความคิดเห็นกลุ่มประชาชน และชาวบ้านแถวนั้นว่า อยากให้พื้นที่นั้นเป็นแบบไหน ซึ่งผลของการสำรวจก็มีหลายคนคิดร่วมกัน คือ อยากให้มันฟื้นศักดิ์ศรีของเมือง โดยเป็นพื้นที่สาธารณะที่คนทุกกลุ่ม ไม่ว่าเพศไหน ชั้นไหนศาสนาใด สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้

แต่ในขณะเดียวกันนั้น ก็มีคนอีกหลายคนหลายกลุ่มอยากเข้ามาเป็นเจ้าของ จะมาทำพื้นที่นี้ในเชิงธุรกิจ เครือข่ายฯก็รวมกลุ่มกันคอยจับตา เพราะถ้าเป็นจริงตามนั้นก็ขัดกับเจตนารมณ์ของประชาชน

“มันควรเป็นของหน้าหมู่ (ของส่วนรวม) และคนที่มาเข้ามาจัดการนั้นก็ต้องทำตามเจตนารมณ์ของคนทุกหมู่เหล่า ไม่ใช่มาทำเป็นเชิงธุรกิจ หรือพุทธพาณิชย์ หรือทำไปเพราะประโยชน์ของคนกลุ่มเดียว และนี่เป็นที่มาของการเฝ้าติดตาม”

“แต่ผ่านมาหลายปีแล้ว งบก็มีแล้ว แบบก็มีแล้ว ผลความต้องการของประชาชนก็มีแล้ว ก็ยังไม่สามารถเริ่มสร้างได้ แถมป้ายว่าจะทำเป็นคุ้มหลวง ข่าวที่ประกาศออกทางวิทยุว่าจะทำอย่างนู้นอย่างนี้ของคนกลุ่มหนึ่งก็ยังเผยแพร่มาออกมาเรื่อย ๆ มีหนังสือที่พยายามส่งไปสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อจะล้มกระบวนการที่ผ่านมาทั้งหมด จึงเป็นต้องทำหนังสือเป็นทางการเข้าไปสอบถามความคืบหน้าว่าตกลงโครงการพัฒนาพื้นที่นี้จะเอาอย่างไรต่อไปและทวงถามความชัดเจนว่าอำนาจจัดการอยู่ที่ใครกันแน่”

“ไม่อยากให้มีการแสดงออกถึงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของในพื้นที่แห่งนี้ และอยากให้หน่วยงานรัฐชี้แจงว่าจะเอาอย่างไร ถ้ายังทำไม่ได้ ก็มาบอกกับเราว่าทำไมถึงทำไม่ได้ และภาคประชาชนจะช่วยให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเอง คือทำแล้วอย่าให้คนอื่นได้แช่ง ได้ด่า ทำแล้วให้มันเกิดประโยชน์มีแต่คนชื่นชม”

แม่ปัง กล่าวอีกว่า จากนี้ไปก็คงมีการติดตามอย่างถึงที่สุด ตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เพราะเรียกร้องมาอย่างยาวนาน

ด้านผู้อยู่อาศัยย่านถนนจ่าบ้าน กล่าวว่า ตอนนี้ตนยังไม่รู้เลยว่าพื้นที่นี้จะทำอะไรกันแน่ เพราะบางคนก็บอกว่าเป็นสวนสาธารณะส่วนหนึ่ง เป็นคุ้มหลวงสุสานกษัตริย์ส่วนหนึ่ง และไม่รู้ด้วยว่าใครรับผิดชอบ แต่เห็นว่าตอนนี้วัดดอยสุเทพเป็นคนดูแล วันดีคืนดีก็เอาพระมาสวดข้ามคืน เอาเณรมาทำความสะอาดดูแล หลายคนก็เข้าใจว่าถ้าใครเป็นคนดูแล พื้นที่ก็คงออกมาในรูปแบบนั้น นอกจากนี้ ยังมีเรื่องลือกันอีกว่าถ้าสิ้นเจ้าดวงเดือนไปจะมีการเวนคืนที่ดินฝั่งที่ติดกับคุกด้วย แม้จะลือกัน แต่มีวันหนึ่งก็มีเจ้าหน้าที่มาวัดพื้นที่ด้วย ก็ไม่รู้เรื่องจริงหรือข่าวลือกันแน่

“เอาจริง ๆ อยากให้รีบสร้างให้เสร็จ เพราะหลังหนึ่งทุ่มเป็นต้นไป ถนนหลังอำเภอจะน่ากลัวมาก เพราะไม่ค่อยมีคนผ่าน ถ้าเป็นสวนสาธารณะ น่าจะดีกว่าอย่างอื่น เพราะกลางเมืองไม่มีสวนสาธารณะเลย พื้นที่สีเขียวก็ไม่มี ตรงนี้ ต้นไม้เยอะอยู่แล้ว การทำเป็นสวนสาธารณะสีเขียวคงทำได้ไม่ยาก อีกอย่างก็เหมือนว่ามีแบบไว้แล้ว ก็น่าจะรีบทำให้เสร็จ ๆ ไป” ผู้อยู่อาศัยย่านถนนจ่าบ้านรายหนึ่งกล่าว.

 

 


 

ที่ทำการสภาพลเมือง  เชียงใหม่มหานคร (สำนักงานชั่วคราว)

๒๒๕/๑๑๒ หมู่ ๒ ตำบลสันพระเนตร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ๕๐๒๑๐ โทรศัพท์/โทรสาร ๐๕๓ ๓๘๐๕๖๖

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

ที่ สพ.ชม. ๐๑๑/๒๕๕๘

                                                          วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

เรื่อง    การพัฒนาพื้นที่ข่วงหลวงเวียงแก้ว

เรียน    ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

สำเนาเรียน      ๑. รองนายกรัฐมนตรี(ศ.ดร.วิษณุ  เครืองาม)

                   ๒. รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี(นายสุวพันธ์  ตันยุวรรธนะ)

                   ๓. อธิบดีกรมราชทัณฑ์

                   ๔. นายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่

ตามที่จังหวัดเชียงใหม่ในฐานะผู้มีอำนาจหน้าที่ในการดูแลรักษาพื้นที่ทัณฑสถานหญิงจังหวัดเชียงใหม่(เดิม)บนพื้นที่จำนวน ๑๕-๓-๙๓ ไร่ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่พระราชวังเวียงแก้วซึ่งพระญามังรายทรงสร้างขึ้นและเป็นพระราชวังที่ประทับของกษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่  ได้ร่วมกับเครือข่ายชุมชนเทศบาลนครเชียงใหม่ สภาพลเมืองเชียงใหม่และภาคประชาสังคมอื่นๆในจังหวัดเชียงใหม่ ในการจัดทำโครงการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นข่วงหลวงเวียงแก้ว โดยจะย้ายทัณฑสถานดังกล่าวออกไปแล้วจัดสร้างสวนสาธารณะ และพิพิธภัณฑ์แสดงถึงความเป็นมาของข่วงหลวงเวียงแก้วเพื่อประโยชน์ของการพักผ่อนหย่อนใจ การออกกำลังกายของประชาชน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการธำรงรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งความพยายามร่วมกันพัฒนาพื้นที่นี้ตามแนวทางดังกล่าวนี้ได้ดำเนินด้านการรับฟังความคิดเห็น การประชุมหารือ การศึกษาวิจัย ฯลฯ มาโดยลำดับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๒ จนกระทั่งรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณไว้เพื่อการนี้จำนวน ๑๕๐ ล้านบาทตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ และมีการว่าจ้างจัดทำแบบแปลนโดยจังหวัดเชียงใหม่แล้วด้วย นั้น

จนกระทั่งบัดนี้ การดำเนินการพัฒนาพื้นที่ทัณฑสถานหญิงฯให้เป็นสวนสาธารณะและพิพิธภัณฑ์ตามแนวทางที่ได้เห็นร่วมกันระหว่างจังหวัดเชียงใหม่ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ชุมชน สภาพลเมืองและภาคประชาสังคมอื่นๆ ดังกล่าวมีความล่าช้าจนเกินสมควรทั้งที่มีวงเงินงบประมาณ แบบแปลน ความเห็นชอบของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ แล้ว นอกจากนี้ ยังปรากฏอยู่ในปัจจุบันนี้ว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้ยินยอมหรือปล่อยปะละเลยให้มูลนิธิ###(เซ็นเซอร์โดยประชาธรรม) มูลนิธิ###(เซ็นเซอร์โดยประชาธรรม)เข้าสร้างสิ่งปลูกสร้างและติดตั้งป้ายแสดงการหวงกันครอบครอง รวมทั้ง แสดงให้ประชาชนทั่วไปเห็นว่า ตนมีสิทธิจะดำเนินการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวในแนวทางอื่นซึ่งผิดไปจากความเห็นร่วมกันและการดำเนินการร่วมกันที่ผ่านมาทั้งหมด

การแสดงออกดังกล่าวของมูลนิธิ### มูลนิธิ### ในแนวทางที่ขัดกับเจตจำนงร่วมกันของส่วนราชการ ชุมชน สภาพลเมืองและภาคประชาสังคมอื่นๆ และประโยชน์สาธารณะนี้เป็นการกระทำสืบต่อจากความพยายามดำเนินการในแนวทางทำนองเดียวกันก่อนหน้านี้โดยเฉพาะการมีหนังสือลงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๗ ถึงสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีให้ยกเลิกประกาศจังหวัดเชียงใหม่กรณีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาข่วงหลวงเวียงแก้วและขอให้แต่งตั้งกรรมการชุดใหม่โดยมีเจ้าอาวาสวัด###เป็นประธาน และการมีหนังสือลงวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๘ ถึง ศ.ดร. วิษณุ  เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้แก้ข้อกฎหมายเกี่ยวกับงบประมาณแผ่นดินที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณจำนวน ๑๕๐ ล้านบาทดังกล่าวเพื่อให้มูลนิธิ### มูลนิธิ### เข้ามาดำเนินการแทนจังหวัดเชียงใหม่เป็นต้น

เครือข่ายชุมชนเทศบาลนครเชียงใหม่ สภาพลเมืองและภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ เครือข่ายผู้หญิงเชียงใหม่ ชมรมคนช้างม่อย ชมรมอาสาสมัครกฎหมายเพื่อผู้หญิง ศูนย์ช่วยเหลือผู้หญิงและเด็ก เครือข่ายบ้านชุ่มเมืองเย็น เครือข่ายเขียว สวย หอม ภาคีขับเคลื่อนเชียงใหม่จัดการตนเอง สถาบันการจัดการทางสังคม สถาบันส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เห็นว่า ความล่าช้าในการดำเนินโครงการตามความเห็นร่วมกัน และการปล่อยปะละเลยให้มีการแสดงการหวงกันและแสดงสิทธิที่จะดำเนินการพัฒนาพื้นที่ทัณฑสถานหญิง(เดิม)ไปในแนวทางอื่นโดยไม่ชอบและไม่มีสิทธิดังกล่าวจะกระทบต่องบประมาณและประโยชน์ของรัฐ สิทธิของชุมชนที่จะอนุรักษ์ ฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นและของชาติ รวมทั้งสิทธิที่จะมีส่วนร่วมในการจัดการ บำรุงรักษาและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน ขณะเดียวกัน ก็กระทบต่อสิทธิของบุคคลในพื้นที่ที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ์บำรุงรักษา และได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ สิทธิทางสิ่งแวดล้อมในแง่อื่นๆตลอดจนสิทธิอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น เครือข่ายฯ จึงขอความกรุณาท่านได้โปรดดำเนินการดังต่อไปนี้

  1. ให้คำยืนยันเป็นหนังสือว่า โครงการพัฒนาพื้นที่ทัณฑสถานหญิง(เดิม)เป็นพื้นที่สวนสาธารณะและพิพิธภัณฑสถานตามความเห็นร่วมกันรวมทั้งแบบแปลนที่ประกวดและว่าจ้างไว้ยังคงอยู่ หรือมีการยกเลิกไปแล้ว โดยในกรณีที่ยังดำเนินการ ขอให้ท่านให้คำยืนยันว่าจะดำเนินการเมื่อใด ดำเนินการอย่างไรและจะแล้วเสร็จในเวลาใด
  2. สั่งการให้มีการรื้อถอนการปลูกสร้างสิ่งต่างๆรวมทั้ง ป้ายหรือเครื่องหมายทุกชนิดและทุกอันของ มูลนิธิ### มูลนิธิ### ที่แสดงถึงความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการตามที่กล่าวอ้างซึ่งปรากฏอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้ง ห้ามมิให้มูลนิธิ### มูลนิธิ### เข้าเกี่ยวข้องในทางใดๆ กับพื้นที่ซึ่งกระทบต่อสิทธิของชุมชนและบุคคลดังกล่าว

ทั้งนี้ เครือข่ายฯขอความกรุณาให้ท่านดำเนินการภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ปรากฏในหนังสือนี้ โดยในกรณีที่ท่านไม่ดำเนินการไปในทางที่กระทบต่อสิทธิชุมชนหรือสิทธิของบุคคลดังกล่าวมา เครือข่ายฯจะขอพิจารณาการดำเนินการตามที่เห็นว่าสมควรต่อไป

          เครือข่ายฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความกรุณาจากท่านและขอขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้

                            

                                                             ขอแสดงความนับถือ

 

                                                         

                                                          (นางพรรณงาม  สมณา)

                                      คณะทำงานสภาพลเมืองเจ้าของประเด็น ข่วงหลวงเวียงแก้ว

 


รวมลิงค์ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รายงานพิเศษ : เส้นทางข่วงหลวงเวียงแก้วกับการเป็นพื้นที่สาธารณชน

ชาวชม.กว่า200ร่วมโหวตแบบข่วงหลวงฯก่อนประกาศผล 8 ก.ค.นี้ ด้านศูนย์สร้างสรรค์ฯยื่นรองผู้ว่าฯขอระงับกระบวนการ

เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ยื่นผู้ว่าฯ หนุนโครงการประกวดแบบข่วงหลวง

มอบรางวัลแบบชนะข่วงหลวงฯ วัดใจคสช. ยื้องบ 150 ล้านบาท

ข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ยื่นผู้ว่าฯ ถามความคืบหน้า “ข่วงหลวงฯ” หลังยังไม่เกิดการจัดซื้อจัดจ้าง

สน.จังหวัดชม.แจงเรื่อง “ข่วงหลวงฯ” ยันจัดจ้างทันก่อนงบตก

ประชาสังคมชม.เตรียมเปิดเวทีสภาพลเมืองติดตามความคืบหน้าการพัฒนาข่วงหลวงเวียงแก้ว

สน.จังหวัดชม.ตอบคำถามความคืบหน้าพท.สาธารณะกลางเมือง ปัดข่าวลือปล่อยตก-เอกชนฮุบ

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร