ชี้แผนพัฒนาดอยปุยของอุทยานฯน้ำตกแม่สุริน ทร์ทำดอยปุยเละ

Tue, 04/19/2005 - 21:54 -- ประชาธรรม

ตามที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์จัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ดอยปุย ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดใน จ.แม่ฮ่องสอน อยู่ในเขต ต.ห้วยปูลิง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวซึ่งปัจจุบันแผนดังกล่าวทางอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ได้จัดทำและเสนอต่อ จ.แม่ฮ่องสอนไปแล้ว และเมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา แผนดังกล่าวทาง จ.แม่ฮ่องสอนได้อนุมัติงบประมาณดำเนินการจำนวน 3 ล้านบาทและมีกำหนดให้โครงการพัฒนาพื้นที่ดอยปุยดังกล่าวแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการพัฒนาพื้นที่ดอยปุยดังกล่าวของอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ได้รับการคัดค้านจากชุมชนในพื้นที่ ต.ห้วยปูลิงเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เพราะที่ผ่านมาการจัดการท่องเที่ยวในพื้นที่ดอยปุยนั้น ชุมชน ต.ห้วยปูลิงริเริ่มดำเนินการด้วยชุมชนเองในลักษณะการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์มาตั้งแต่ปี 2540 อยู่แล้ว และถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งกล่าวคือสภาพแวดล้อมระบบนิเวศน์บริเวณดอยปุยยังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้ ขณะที่ชุมชนเองก็มีรายได้จากการท่องเที่ยว และที่สำคัญแผนการพัฒนาพื้นที่ดอยปุยของอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์นั้น ชุมชนมิได้มีส่วนร่วมในการกำหนดแต่อย่างใด

นายหิรัญ ศิริปัญญา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ กล่าวว่า โครงการพัฒนาดอยปุยนั้นปัจจุบันตนได้รับคำสั่งจากทางจังหวัดให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาประกอบด้วยตัวแทนจากทาง อ.เมือง ตัวแทนกรมโยธาธิการและผังเมือง นายก อ.บ.ต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งตัวแทนชาวบ้านที่มีความรู้ คณะทำงานชุดนี้จะมีการประชุมกันในวันที่ 21 เม.ย.นี้เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันก่อนที่จะนำเสนอข้อสรุปต่อทางจังหวัดต่อไป

นายหิรัญ กล่าวต่อว่า ส่วนของแผนงานดำเนินการนั้น ทางอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์มีการกำหนดไว้แล้ว ประกอบด้วย ลานกางเต็นท์หรือแคมป์ปิ้งกราวน์ ห้องน้ำ อาคารบริการ จุดชมวิว ป้ายสื่อความหมาย รวมทั้งจะมีการทำโฮมสเตย์ โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ซึ่งในการประชุมในวันที่ 21 เม.ย.นี้ทางอุทยานฯจะนำแผนเหล่านี้เป็นตัวตั้ง แล้วให้ทางคณะทำงานร่วมพิจารณาซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขได้

ส่วนในการดำเนินการตามแผนงานนั้น หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ กล่าวว่า แต่เดิมทางจังหวัดกำหนดให้เริ่มดำเนินการได้ในเดือน เม.ย.เป็นต้นไปโดยใช้ระยะเวลา 6 เดือน จะไปเสร็จสิ้นในเดือน ก.ย.48 นี้ แต่ปัจจุบันงบประมาณจำนวน 3 ล้านบาทที่จังหวัดอนุมัติมานั้นยังมาไม่ถึงทำให้เริ่มดำเนินการไม่ได้ ซึ่งกรณีนี้คงต้องรองบประมาณให้ลงมาก่อน

ในตอนท้าย นายหิรัญ กล่าวว่า กรณีการคัดค้านของชุมชนนั้นทางอุทยานฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องช่วยกันชี้แจงทำความเข้าใจ ซึ่งปัจจุบันตนเชื่อว่าชาวบ้านที่คัดค้านยังไม่มีข้อมูลรายละเอียดว่าอุทยานฯจะทำอะไรบ้าง ซึ่งตนคิดว่าสามารถจัดการปัญหาตรงนี้ได้ และที่สำคัญพื้นที่ดอยปุยนั้นหากมีการจัดการที่ดีก็ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ จ.แม่ฮ่องสอนได้และในอนาคตหากมีนักท่องเที่ยวเยอะขึ้นตนเชื่อว่าชาวบ้านไม่มีศักยภาพในการรองรับ ดังนั้นนี่คือที่มาของโครงการพัฒนาพื้นที่ดอยปุย

นางไพรศาล สุริยะมณฑล เจ้าหน้าที่ภาคสนามการท่องเที่ยวโดยชุมชน มูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและวัฒนธรรม จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า พื้นที่ดอยปุยนั้นเป็นของส่วนรวมของชาวบ้าน 4 หมู่บ้านในเขต ต.ห้วยปูลิง คือบ้านห้วยฮี้ บ้านน้ำฮู บ้านห้วยกุ้ง และบ้านห้วยตองก๊อ แต่ชุมชนที่เข้ามาจัดการเรื่องการท่องเที่ยวดอยปุยหลักๆนั้นคือบ้านห้วยฮี้ ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดชุมชนดำเนินการภายใต้ศักยภาพที่มีของชุมชนโดยเน้นหนักในประเด็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม รวมทั้งการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่าอย่างพึ่งพาอาศัยกัน

นางไพรศาล กล่าวต่อว่า การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ต.ห้วยปูลิง ในพื้นที่ดอยปุยนั้น ชุมชนมิได้ทำเป็นอาชีพหลัก มิได้มองเรื่องรายได้เป็นที่ตั้ง ในปีหนึ่งๆจะให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเฉพาะช่วงฤดูหนาวเท่านั้นมิได้เปิดตลอดปีเพราะเกรงว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากอาจเกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ได้ ซึ่งจากการดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2540 ถึงปัจจุบันพบว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 2,000 คนสร้างรายได้แก่ชุมชนกว่า 500,000 บาท ซึ่งรายได้ตรงนี้ชุมชนแบ่งเปอร์เซ็นต์ส่วนหนึ่งให้กับ อ.บ.ต.เพื่อนำมาพัฒนาท้องถิ่น ดังนั้นโครงการดังกล่าวหากทางอุทยานเข้ามาดำเนินการโดยมีการก่อสร้างอาคารถาวร ไถปรับพื้นที่และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตลอดปีอาจเกิดปัญหาผลกระทบต่อระบบนิเวศน์เพราะพื้นที่ไม่สามารถรองรับได้

นอกจากนี้ นางไพรศาล กล่าวเพิ่มเติมว่า การกำหนดแผนการดำเนินการต่างๆของทางอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ก็มิได้เปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดแม้แต่น้อย ทั้งที่ชุมชนดำเนินการมาก่อน อีกทั้งชุมชนเองก็จะขาดรายได้ตรงส่วนนี้ ส่งผลให้ปัจจุบันโครงการพัฒนาพื้นที่ดอยปุยของอุทยานฯน้ำตกแม่สุรินทร์ได้รับการคัดค้านจากชุมชนท้องถิ่นเป็นอย่างมาก ดังนั้นตนเห็นว่าก่อนดำเนินการใดๆต่อไปจากนี้ทางอุทยานฯน้ำตกแม่สุรินทร์ควรรับฟังความคิดเห็นชุมชนท้องถิ่นก่อนแม้ว่าทางจังหวัดจะอนุมัติงบประมาณมาแล้วก็ตาม

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร