ชาวจอมทองศึกษากาแฟไร้สาร เป็นแนวแก้ขัดแย้งต้นน้ำปลายน้ำ

Wed, 04/27/2005 - 12:43 -- ประชาธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่ 23-24 เม.ย.ที่ผ่านมา ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์บนพื้นที่สูงลุ่มแม่น้ำแม่เตี๊ยะ-แม่แตะ และกลุ่มผู้ผลิตกาแฟปลอดสารพิษ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เดินทางไปศึกษาดูงานการบริหารจัดการเกษตรธรรมชาติบ้านห้วยห้อม ต.ห้วยห้อม อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

การทัศนศึกษาของกลุ่มอนุรักษ์บนพื้นที่สูง ลุ่มน้ำแม่เตี๊ยะ-แม่แตะ เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขความขัดแย้งและสร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องคนพื้นราบในเขตอ.จอมทอง ในเรื่องที่ชุมชนบนพื้นที่สูงใช้สารเคมีในการทำการเกษตรทำให้เกิดการปนเปื้อนสารพิษในลุ่มแม่น้ำที่ใช้ร่วมกัน การทัศนศึกษาได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ตามโครงการพัฒนาองค์ความรู้ในการลดละเลิกการใช้สารเคมี

สำหรับชุมชนห้วยห้อม เป็นตัวอย่างชุมชนเข้มแข็งในการบริหารจัดการหมู่บ้านด้วยแนวทางพึ่งพาตนเองในทุกด้าน มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่สอดคล้องกับธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และสัมพันธ์กับการอนุรักษ์ผืนป่าอย่างยั่งยืนด้วย การบริหารจัดการของชาวบ้านห้วยห้อมเน้นหนักที่การปลูกพืชเศรษฐกิจของชุมชน เช่นกาแฟ เสาวรส มะนาว ต้นหมาก และลูกเนียน เป็นต้น ให้เป็นป่าแบบผสมผสาน สามารถหมุนเวียนเก็บเกี่ยวในแต่ละเดือน สร้างรายได้ให้กับกลุ่มสมาชิกในหมู่บ้านตลอดทั้งปี โดยเฉพาะกาแฟ และการทอผ้าจากขนแกะตามรูปแบบของชาวปกาเกอะญอ

นายเจริญ นักรบไพร ชาวบ้านห้วยห้อมที่ปลูกกาแฟกล่าวว่า การปลูกกาแฟนั้น นอกจากสร้างรายได้จากการขายทั้งแบบเมล็ดกาแฟดิบ และแบบผ่านการคั่วหรือบดเพื่อส่งขายแล้ว การปลูกกาแฟยังช่วยดูแลรักษาป่าไม้ด้วย โดยกาแฟจะมีรสชาติดีได้ต้องขึ้นอยู่กับสภาพคุณภาพดินดี ต้องปลูกใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่ กาแฟจึงจะมีรสชาติดี หอม และขายได้ราคาสูง ซึ่งไม่จำเป็นต้องถางป่าตัดต้นไม้เหมือนการปลูกกะหล่ำ หรือข้าวโพด อีกทั้งยังไม่ต้องใช้สารเคมีเลย จึงถือได้ว่าการปลูกกาแฟนั้นเอื้อประโยชน์ต่อป่า ไม่ทำลายป่าเลย

ส่วนเรื่องรายได้นั้น นายเจริญกล่าวว่า รายได้ที่ได้รับจากการปลูกกาแฟนั้นเพียงพอต่อการดำรงชีพ ไม่ประสบปัญหาใดๆ เพราะการปลูกกาแฟไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายซื้อยาฆ่าแมลง สารเคมีใดๆ ทั้งการปลูกในป่าแบบผสมผสานธรรมชาติเกื้อกูลกัน พืชพันธุ์ต่างๆ ก็สามารถเก็บขายได้อีกด้วย จึงก่อให้เกิดรายได้ ไม่เสียค่าใช้จ่ายมาก

“ทุกวันนี้ สุขภาพก็ดีเพราะปลูกกาแฟไม่ใช่สารเคมี ทั้งการปลูกกาแฟก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดปี ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรมาก ทำให้หนี้สินก็ไม่มี” นายเจริญกล่าวในที่สุด

นายเปล่งศักดิ์ ตั้งใจเจริญกุล สมาชิก อบต.ดอยแก้ว ต.ดอยแก้ว อ.จอมทอง กล่าวว่า ในการดูงานครั้งนี้เป็นสิ่งที่ดีมาก ได้เรียนรู้หมู่บ้านเล็กๆ ที่สามารถตั้งกลุ่มที่เข้มแข็งได้ซึ่งกลุ่มของเราควรจะนำไปเป็นตัวอย่าง โดยเฉพาะการปลูกและแปรรูปกาแฟ รวมทั้งการหาตลาด เพราะชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ ลุ่มแม่น้ำแม่เตี๊ยะ-แม่แตะ ก็ปลูกกาแฟและมีปริมาณมากกว่าห้วยห้อม และก็มีผู้มีประสบการณ์เป็นทุนเดิมด้วยเช่นกัน

นายภัทรพงศ์ อุไรวรรณรังสี เลขานุการกลุ่มอนุรักษ์บนพื้นที่สูง กล่าวว่า จะนำความรู้ไปถ่ายทอดให้กับชาวบ้านในกลุ่มที่สนใจเกี่ยวกับการปลูกและการแปรรูปกาแฟ ตลอดจนสามารถนำไปเป็นแนวทางในการสร้างกลุ่มกองทุนที่เข้มแข็งต่อไป และสร้างเครือข่ายตลาดที่สามารถลดปัญหาการกดราคาจากพ่อค้าคนกลางได้

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร