ชาวเขาห้วยวาดจี้อำเภอแก้ปัญหาที่ทำกิน-แหล่งน้ำ

Sun, 05/01/2005 - 12:41 -- ประชาธรรม

ตามที่ อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ทำการอพยพชาวเขาเผ่าลาหู่ (มูเซอ) จาก 4 หมู่บ้าน คือ บ้านแม่เม่า บ้านแม่ต๋าง บ้านห้วยครั่ง และบ้านห้วยริน ต.ทุ่งผึ้ง อ.แจ้ห่ม จำนวน 85 ครอบครัว 361 คน ออกจากเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท มาอยู่พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนวังบริเวณบ้านห้วยวาด ต.ทุ่งผึ้ง อ.แจ้ห่มในพื้นที่ 680 ไร่ตั้งแต่เดือน ก.ย. 2546 โดยให้เหตุผลว่าต้องการแก้ไขปัญหายาเสพติดและต้องการฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณดังกล่าวตามนโยบายรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการอพยพชาวบ้านลงมานั้น ทาง อ.แจ้ห่มรับปากชาวบ้านว่าหากอพยพลงมาจะจัดหาที่ดินทำกิน แหล่งน้ำ รวมทั้งสาธารณูปโภคอื่นๆให้อย่างเพียงพอ แต่ปรากฏว่าตั้งแต่ชาวบ้านอพยพลงมาจนถึงปัจจุบัน อ.แจ้ห่ม จัดสรรที่ดินทำกินให้ชาวบ้านคนละ 5 ไร่ซ้ำที่ดินมีสภาพเป็นดินลูกรัง ไม่สามารถใช้ทำการเกษตรอย่างเต็มศักยภาพได้ ขณะที่แหล่งน้ำในหมู่บ้านนั้นปัจจุบันมีบ่อบาดาลเพียง 3 บ่อเท่านั้น กรณีที่เกิดขึ้นสร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก

นายจะก่า สันโดษชน อดีตผู้ใหญ่บ้านบ้านห้วยวาด กล่าวว่า ตั้งแต่ อ.แจ้ห่ม อพยพชาวบ้านจำนวน 361 คนลงมาจากเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไทยเมื่อเดือน ก.ย. 46 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันพบว่าสิ่งที่อำเภอรับปากชาวบ้านก่อนทำการอพยพทั้งเรื่องที่ดินทำกินที่เพียงพอเหมาะสม แหล่งน้ำ รวมทั้งสาธารณูปโภคอื่นๆนั้นปัจจุบันผ่านมาเกือบ 2 ปียังไม่มีสิ่งใดคืบหน้าแม้แต่น้อย ขณะที่ปัจจุบันปัญหาใหญ่ที่ชาวบ้านต้องเผชิญคือเรื่องที่ดินทำกินและแหล่งน้ำที่มีไม่เพียงพอเพราะทั้งหมู่บ้านมีน้ำใช้เป็นบ่อบาดาลเพียง 3 บ่อเท่านั้นไม่เพียงพอต่อการใช้ในฤดูแล้งสร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านอย่างมาก ที่ผ่านมาปัญหาทั้งสองเรื่องชาวบ้านเคยร้องเรียนไปที่อำเภอให้เข้ามาช่วยเหลือหลายครั้งแต่เรื่องก็ยังเงียบ

"ที่ผ่านมาชาวบ้านเคยเสนอไปที่อำเภอให้แก้ปัญหาเรื่องน้ำโดยการทำประปาภูเขาซึ่งสามารถต่อท่อมาจากน้ำตกตาดเหมยที่อยู่ห่างออกไป 18 กิโลเมตรและมีน้ำตลอดปีได้ แต่เรื่องนี้ทางอำเภอบอกแค่ว่าไม่มีงบประมาณทั้งที่ต้องใช้แค่ 1-2 แสนบาทสำหรับค่าท่อเท่านั้น ซึ่งชาวบ้านเห็นว่าคุ้มค่าเพราะเราไม่ได้อยู่ที่นี่แค่ 1-2 ปีแต่อาจต้องอยู่ตลอดชีวิต ดังนั้นหากมีการทำตามที่ชาวบ้านเสนอแม้งบอาจจะสูงแต่ก็ถือว่าคุ้มค่าเพราะลงทุนแค่ครั้งเดียวเท่านั้น" นายจะก่ากล่าว

ด้านปัญหาที่ดินทำกิน นายจะแตะ แซ่ลี้ กรรมการหมู่บ้านห้วยวาด กล่าวว่า เดิมทีทางอำเภอจัดสรรที่ดินทำกินให้ชาวบ้านครอบครัวละ 5 ไร่แต่พื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็นหินและดินลูกรังไม่สามารถใช้ทำการเกษตรได้เต็มที่ และเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกันชาวบ้านเสนอไปยังอำเภอให้เข้ามาดูแลปัญหาแต่ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีเรื่องใดคืบหน้าส่งผลให้ชาวบ้านจำนวนหนึ่งต้องออกไปทำกินนอกเขตพื้นที่ที่ทางอำเภอจัดสรรให้ท่ามกลางการข่มขู่ของเจ้าหน้าที่ป่าไม้

นายจะแตะ กล่าวต่อว่า ช่วงปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมาชาวบ้านห้วยวาดมีการประชุมกับนายปิ่นชาย ปิ่นแก้ว ผอ.กรมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ลำปาง โดยชาวบ้านมีข้อเสนอคือ ขอพื้นที่ทำกินเพิ่มจาก 5 ไร่เป็น 10 ไร่ ,ชาวบ้านที่เข้าทำกินในพื้นที่นอกเขตที่ทางอำเภอจัดสรรให้ก็ให้ชาวบ้านทำกินต่อไป และพื้นที่ที่อำเภอจัดสรรให้ชาวบ้านที่ทำกินไม่ได้เพราะมีสภาพเป็นดินลูกรังก็ขอสลับพื้นที่ให้ทำกินในพื้นที่นอกเขตได้ส่วนพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรชาวบ้านจะจัดทำเป็นป่าชุมชน ซึ่งข้อเสนอทั้งหมดนี้ทาง ผอ.กรมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ลำปาง ได้รับไว้และว่าจะไปประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปแต่ไม่มีความชัดเจนว่าจะให้คำตอบชาวบ้านตามที่เสนอไปเมื่อไร

ในตอนท้าย กรรมการหมู่บ้านห้วยวาดกล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นตนและชาวห้วยวาดทุกคนอยากให้ทางอำเภอรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยจัดการแก้ไขปัญหาตามที่เคยรับปากไว้ก่อนการอพยพ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วในระยะยาวชาวบ้านจะเดือดร้อนมากกว่านี้

นายสืบสาย อักโสพิศ ปลัด อ.แจ้ห่ม กล่าวว่า กรณีแหล่งน้ำที่ผ่านมาทางอำเภอเข้าไปดูแลปัญหามาโดยตลอด มีการเจาะบ่อบาดาลให้ชาวบ้านใช้อย่างเพียงพอเพียงแต่ว่ายังมิได้ต่อเป็นระบบประปาเท่านั้น ส่วนมาตรการจัดการในระยะยาวนั้นปัจจุบันอำเภอกำลังจัดทำโครงการวอเตอร์กริดโดยการสูบน้ำจากแม่น้ำวังมาใช้โดยให้ชาวบ้านช่วยกันขุดอ่างเพื่อเป็นจุดพักน้ำ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการ ส่วนปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ในช่วงหน้าแล้งนี้ทางอำเภอได้สั่งการให้ผู้นำหมู่บ้านประสานงานกับ อ.บ.ต.ไปก่อนเพื่อแก้ปัญหา

ส่วนปัญหาที่ดินทำกิน นายสืบสาย กล่าวว่า พื้นที่บ้านห้วยวาดที่อำเภออพยพชาวบ้านลงมาอยู่นั้นปัจจุบันยังมิได้รับการอนุญาติจากกรมป่าไม้ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ ดังนั้นเรื่องนี้ทางอำเภอทำอะไรได้ไม่มาก อย่างไรก็ตามพื้นที่ทำกินของชาวบ้านหากไม่พอจริงๆทางอำเภอจะจัดสรรให้เพิ่มเติมอย่างแน่นอน

ปลัด อ.แจ้ห่ม กล่าวในตอนท้ายว่า ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินนั้นสาเหตุหนึ่งที่มีไม่เพียงพอเป็นเพราะชาวบ้านบางครอบครัวถือครองเกินตามที่อำเภอจัดสรรให้ครอบครัวละ 5 ไร่ โดยเรื่องนี้เป็นการเอาเปรียบกันเองของชาวบ้าน ที่ผ่านมาปัญหาดังกล่าวทางอำเภอก็เรียกคณะกรรมการหมู่บ้านมาหารือกันโดยบอกว่าครอบครัวใดถือครองเกินที่กำหนดก็ควรแบ่งให้ครอบครัวอื่นที่ยังไม่มีไปบ้าง ดังนั้นจะเห็นได้ว่าปัญหาใหญ่เรื่องที่ดินทำกินอยู่ที่การบริหารจัดการของชาวบ้านเอง

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร