ภาคเกษตรเสนอรธน.ใหม่เน้นศ.พอเพียง-ปฏิรูปสังคม

Thu, 03/08/2007 - 00:00 -- ประชาธรรม

เมื่อเร็วๆนี้ คณะทำงานประชาชนฟื้นฟูแผ่นดิน ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยมีภารกิจหลัก คือ การผลักดันให้เกิดการปฏิรูปสังคมและการเมือง ซึ่งครอบคลุมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การออกกฎหมายฉบับต่างๆ การผลักดันองค์กรอิสระเกษตรกรรมยั่งยืน ตลอดจนแนวทางการจัดการศึกษาการเกษตรทั้งในและนอกระบบภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้ร่วมกันจัดให้มีเวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง : ว่าด้วยชุมชน เกษตรกรรมและเศรษฐกิจพอเพียง” �ณ ห้องกระจกชั้น 1 อาคารวิทยทัศน์ และอาคารสัมมนา 2 ห้อง 232-234 โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องจากภาคส่วนต่างๆ ให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 80 คน

นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการองค์กรความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาไทย (ไบโอไทย) นำเสนอผลสัมมนากลุ่มย่อยในหัวข้อ “การปฏิรูปสังคมและการเมือง:รัฐธรรมนูญปี 2550” ว่า สิทธิเกษตรกรในการเข้าถึงที่ดิน น้ำ ทรัพยากรพันธุกรรม และปัจจัยการผลิต รวมทั้งสิทธิในมรดกทรัพย์สินทางปัญญา และนวัตกรรมใดๆของชุมชน จะต้องได้รับการรับประกันและคุ้มครอง ฐานทรัพยากรที่เป็นพื้นฐานเพื่อรักษาความมั่นคงทางอาหารและรักษาวิถีวัฒนธรรมของชุมชนจะนำไปแปรรูปเป็นของเอกชนมิได้ กิจกรรมใดๆ เกี่ยวกับทรัพยากรพันธุกรรรมและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ การจดสิทธิบัตรในทรัพยากรและมรดกภูมิปัญญาของบรรพบุรุษจะกระทำมิได้ นอกจากนี้เกษตรกรพึงได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนการทำเกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งนี้ชุมชนท้องถิ่น และการรวมตัวกันของเกษตรกร ให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล

ส่วนหมวดว่าด้วยองค์กรอิสระ - อ้างอิงจากมาตรา 56(2) ควรจัดให้มีองค์กรอิสระเพื่อพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีคณะกรรมการบริหารที่มาจากเกษตรกร ชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคธุรกิจด้านเกษตรกรรมยั่งยืน สำหรับหมวดว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ(อ้างอิงกับหมวด 5) 1.รัฐต้องสนับสนุนการพัฒนาประเทศตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นแนวทางหลัก โดยอาศัยกลไกความร่วมมือของทุกภาคีที่เกี่ยวข้องในการพัฒนา และมีมาตรการในการปกป้องวิถีชีวิตของชุมชน และอธิปไตยของประเทศมิให้ได้รับผลกระทบ

2.รัฐต้องดำเนินการปฏิรูปที่ดินให้มีผลปฏิบัติอย่างแท้จริง โดยต้องกระจายการถือครองที่ดิน จำกัดการถือครองโดยเก็บอัตราภาษีก้าวหน้า กำหนดเพดานการถือครอง และการจัดการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเหมาะสม 3.รัฐต้องคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม มิให้ได้รับผลกระทบจากการใช้ประโยชน์ด้านอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และอื่นๆ 4.รัฐต้องสนับสนุนให้มีการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ำเพื่อเกษตรกรรมให้เกษตรกรอย่างทั่วถึง 5. ส่งเสริมการรวมตัวของเกษตรกรเพื่อวางแผนการผลิต การตลาดและรักษาผลประโยชน์ร่วมกันของเกษตรกร โดยให้รับรององค์กรของชุมชนให้มีฐานะนิติบุคคล 6.รัฐต้องกำหนดนโยบายกรรมยั่งยืนเป็นแนวทางหลักในการพัฒนาเกษตรกรรมของประเทศ 7.รัฐพึงสนับสนุนให้เกิดองค์กรภาคประชาชนในการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และกิจกรรมอื่นใดที่ส่งผลกระทบต่อประโยชน์ของสาธารณะ 8.รัฐต้องจัดให้มีหลักประกัน เช่น เงินให้เปล่า เงินชดเชย หรือเงินกู้ สำหรับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ โรคระบาด และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐ 9.รัฐต้องจัดให้มีการบริหารและจัดการกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร และกองทุนสวัสดิการอื่นๆโดยเกษตรกรและประชาชนที่เกี่ยวข้อง

สำหรับหมวดว่าด้วยการตรวจสอบโดยภาคประชาชนนั้น นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ชุมชน ประชาชนที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อพิทักษ์ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม หรือข้อตกลงทางการค้า หรือนโยบายใดๆที่มีผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะสามารถฟ้องร้องรัฐหรือผู้กระทำผิดได้โดยตรง ทั้งนี้โดยรัฐต้องจัดให้มีกองทุนสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว โดยชุมชน และองค์กรของประชาชนที่ได้พิสูจน์ตนเองอย่างแจ้งชัดในการดำเนินการตรวจสอบข้างต้น ต้องได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการ อีกทั้งชุมชน ประชาชนที่รวมตัวกันต้องได้รับการประกันสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจทางนโยบายที่ทำให้เกิดประโยชน์และผลกระทบต่อตนเองและสาธารณะ รวมถึงมีส่วนร่วมในการตัดสินใจข้างต้น

อนึ่ง การสัมมนาได้มีการเสนอจัดตั้งสถาบันพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนแห่งชาติ เพื่อ. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้การช่วยเหลือแก่องค์กรเกษตรกร องค์กรชุมชน และเครือข่ายองค์กรเกี่ยวกับการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต การจัดการฐานทรัพยากร การพัฒนาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ การจัดการผลผลิต และการตลาดที่เป็นธรรมของเกษตรกรและชุมชนโดยยึดหลักการพัฒนาแบบพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน เท่าเทียม และเป็นธรรม

พร้อมทั้งศึกษาวิจัย สนับสนุน และให้การช่วยเหลือการพัฒนา องค์ความรู้ การศึกษาวิจัย ศูนย์การศึกษาเรียนรู้ เพื่อพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน โดยใช้กระบวนการการจัดการความรู้ ที่มีเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง ดำเนินการและสนับสนุนการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ ผ่านกิจกรรมต่างๆในลักษณะที่เป็นสื่อเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ เพื่อให้ประชาชนเกิดการยอมรับ ตระหนัก อันนำไปสู่การปกป้องและสนับสนุนระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ประสานงานและมีส่วนร่วมกับหน่วยงานด้านนโยบายและแผนของรัฐบาล และหน่วยงานอื่นๆทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดนโยบายและพัฒนาการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน และส่งเสริม สนับสนุน สร้างความร่วมมือขององค์กร/เครือข่ายองค์กรเกษตรกร ทั้งในระดับพื้นที่ ภูมินิเวศน์ ท้องถิ่น จังหวัด ภาค ประเทศ และระดับสากล.

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร