เครือข่ายเกษตรยั่งยืนเสนอแผนยุทธศาสตร์จังหวัดด้านการเกษตร

Thu, 04/19/2007 - 00:00 -- ประชาธรรม

วันนี้(19 เม.ย.) ณ ห้องแกรนด์ภูคำ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ จ.เชียงใหม่ มีการจัดประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นและพิจารณาโครงสร้างยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาอย่างคับคั่ง การสัมมนาในครั้งนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา จ.เชียงใหม่ ด้านเศรษฐกิจและเกษตร พ.ศ. 2550-2554 โดยแผนดังกล่าวมุ่งพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและการเกษตรยั่งยืนเพื่อเสริมสร้างรายได้ให้กับ จ.เชียงใหม่

นายชมชวน บุญระหงษ์ ผอ.สถาบันชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืน ในฐานะตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนภาคเหนือ กล่าวว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจใน จ.เชียงใหม่ รายได้อันดับหนึ่งที่ทำเงินให้กับทางจังหวัดคือด้านการท่องเที่ยว ดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญและทุ่มเทเพื่อพัฒนาด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดอย่างจริงจัง โดยเน้นไปที่การใช้สื่อประชาสัมพันธ์เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งแผนที่ดีควรให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและควรยึดกลุ่มคนจนเป็นหลัก การวางแผนจะต้องคำนึงถึงทุกๆ มิติ ทั้งทางด้านสังคม วัฒนธรรม และควรสร้างเศรษฐกิจให้เป็นแนวนอนไม่ใช่แนวดิ่ง

นายวีระยุทธ สุขวัฑฒโก ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ควรมีการบูรณาการด้านเศรษฐกิจและการเกษตรทุกองค์กร ทั้งระดับจังหวัด เทศบาล อบจ. อบต.ให้เชื่อมโยงกัน มีการจัดการและนำเสนองานที่ตรงและถูกต้อง

“ผลิตผลด้านการเกษตรควรมีการสร้างแบรนด์เฉพาะว่าเป็นเกษตรที่ปลอดภัย มีการจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและควบคุมอย่างจริงจัง เชื่อว่าพืชผลทางการเกษตรที่มาจากประเทศจีนจะแพ้ผลิตผลของเราแน่นอน ส่วนการค้าการลงทุนควรจัดแบบระบบโซนนิ่ง ควรแยกพื้นที่ประเพณีวัฒนธรรม และภาคอุตสาหกรรมให้ออกจากกัน และควรนำผลการวิจัยของทุกภาคองค์กรมาผสมผสานกับภาคธุรกิจเพื่อให้เกิดการดำเนินงานที่เป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น” นายวีระยุทธ กล่าว

นางชนิลสา พรหมรัตน์ ตัวแทนเครือข่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบัน จ.เชียงใหม่ มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเพิ่มมากขึ้น แต่สิ่งที่ยังขาดอยู่คือการประชาสัมพันธ์และช่องทางการกระจายสินค้าผ่านเว็บไซต์ที่เป็นของผลิตภัณฑ์ชุมชนเอง ดังนั้นสิ่งที่ชุมชนต้องการคือให้มีการบรรจุการทำเว็บไซต์ให้อยู่ในร่างแผนยุทธศาสตร์ครั้งนี้ โดยระบุชัดเจนว่าจะต้องอยู่ในการควบคุมและดำเนินการจากหน่วยงานราชการเพียงเท่านั้น สำหรับกรณีที่จะให้มีแบรนด์เฉพาะสำหรับสินค้านั้น เห็นว่า ควรเป็นแบรนด์ที่ต้องมีเรื่องราวกำกับควบคู่ไปกับสินค้าด้วย

นายสรพจน์ ชัยดำรง หนึ่งในผู้เข้าร่วมสัมมนาได้แสดงความคิดเห็นว่า ควรมีการทำการเกษตรพื้นฐานกับการทำเกษตรปลอดภัย เพราะปัจจุบันมีแต่การทำวิจัยว่าจะต้องส่งเสริมให้มีผลผลิตสูงขึ้นเท่านั้น แผนเศรษฐกิจดังกล่าวจะต้องทำอะไรสักอย่างที่ส่งเสริมให้เกษตรกรรากหญ้ามีตลาดส่งออกสินค้าสำหรับผู้ผลิต ลำไย หัวหอมใหญ่ กระเทียม ส้มเขียวหวาน รายย่อย

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อสรุปและข้อเสนอแนะที่ได้จากการแสดงความคิดเห็นทั้งหมดจากการสัมมนาครั้งนี้ จะมีการรวบรวมและพิจารณาปรับแก้ในการร่างยุทธศาสตร์การพัฒนา จ.เชียงใหม่ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23-24 เม.ย.2550 นี้ต่อไป.

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร