เครือข่าย”รักเขาบรรทัด”เจรจาผู้ว่าได้ข้อสรุปแก้ปัญหาเบื้องต้น

Wed, 09/19/2007 - 17:50 -- ประชาธรรม

ตามที่เครือข่ายองค์กรชุมชนรักษ์เทือกเขาบรรทัดจาก จ.พัทลุง และ จ.ตรัง กว่า 800 คน ได้ชุมนุมบริเวณหน้าศาลากลาง จ.พัทลุง มาตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลได้มีการแก้ไขปัญหาการประกาศเขตอนุรักษ์ซ้อนทับที่ดินทำกินของชุมชนที่อาศัยอยู่ในเขตป่าเทือกเขาบรรทัด โดยเฉพาะกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า จับกุมข่มขู่คุกคามชาวบ้านนั้น ล่าสุดวันนี้ (19 ก.ย.) ตัวแทนเครือข่ายฯ ได้ส่งตัวแทนเข้าทำการเจรจาหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกับส่วนราชการ จ.พัทลุง พร้อมกับทำบันทึกข้อตกลงกับทางผู้ว่าฯ เป็นหลักฐานข้อตกลงการเจรจา

นายวิทยา อาภรณ์ ที่ปรึกษาเครือข่ายป่าชุมชนภาคใต้ กล่าวว่า หลังจากการเจรจาหาข้อตกลงแก้ไขปัญหาที่ดินในเขตป่าของชาวบ้าน จ.พัทลุง และ จ.ตรัง ได้ข้อสรุปแนวทางแก้ปัญหาเบื้องต้นในส่วนที่จังหวัดมีอำนาจรับผิดชอบดังนี้ 1. ผู้ว่าฯ จ. พัทลุง จะเป็นตัวกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ยยอมความกับศาลในการยุติการดำเนินคดีความทางแพ่งกับชาวบ้าน ส่วนผู้ถูกฟ้องในคดีอาญา ผู้ว่าฯ รับปากว่าจะประสานอัยการพัทลุงให้ยุติ โดยในกรณีการออกคำสั่งตัดฟันต้นยางพารา ได้ข้อตกลงว่า ผู้ว่าฯ จะทำหนังสือถึงอธิบดีให้ผ่อนผัน เพราะต้องทำตามมติ 30 มิ.ย. 41 จะตั้งกรรมการ 3 ฝ่าย ประกอบด้วย อุทยานฯ, สมัชชาคนจนและชาวบ้านผู้เสียหาย (เทือกเขาบรรทัด), ฝ่ายปกครอง (ผู้ว่าฯ พัทลุง) ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ว่าเป็นที่ดินทำกินเดิมหรือไม่

2. หากเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการใดๆ ในพื้นที่ ให้ประสานงานกับองค์กรสมาชิก สมัชชาคนจน ตามข้อตกลง ข้อที่ 5�วันที่ 28 พ.ค. 2550� ณ.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3. สมัชชาคนจนจะเป็นผู้จัดทำแผนการจัดการทรัพยากรโดยให้ชาวบ้านสามารถใช้ที่ดินทำกินในพื้นที่เดิมได้ และ 4. กรณีการเรียกเก็บ ส.ค. 1 ของสมาชิกสมัชชาคนจน ซึ่งเจ้าหน้าที่อ้างว่าจะขอนำไปดำเนินการพิสูจน์สิทธิ์ เพื่อออกโฉนดที่ดินเมื่อหลายปีก่อนนั้น� ให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน 17 พ.ย.2550�ถ้าไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยเหตุใดๆก็ตาม�ให้ส่งคืนหลักฐาน ส.ค.1 ให้แก่สมาชิกสมัชชาคนจนเจ้าของ ส.ค.1 โดยทันที หรือก่อนวันที่ 10 ต.ค. 50

นายวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้ข้อตกลงดังกล่าวได้รับการปฏิบัติและแก้ไขปัญหาชาวบ้านได้จริง ข้อตกลงการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นที่ตกลงกับทางจังหวัดพัทลุงนี้ จะต้องนำไปประกอบกับข้อตกลงของเครือข่ายองค์กรชุมชนรักษ์เทือกเขาบรรทัด สมาชิกเครือข่ายป่าชุมชนภาคใต้� และสมัชชาคนจน ที่เคยเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2550 พร้อมกับได้ทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างสมัชชาคนจนกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะที่ผ่านมา ชาวบ้านต่างได้รับความเดือดร้อนอันเกิดจากการปฏิบัติงานของทางราชการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2541 ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถทำกินบนที่ดินเดิมได้��

นอกจากนี้ ประชาชนยังได้เสนอข้อเรียกร้องเพิ่มเติม คือ ในกรณีคดีแพ่ง หลังจากที่ผู้ว่าฯ พัทลุงรับปากว่าจะทำหนังสือเสนอให้อธิบดีกรมอุทยานยุติการบังคับคดีแล้ว ต้องทำสำเนาให้ชาวบ้านด้วย ทั้งนี้ การเจรจาตกลงเป็นไปตามที่ชาวบ้านเสนอ ก็จะสามารถยุติการชุมนุมได้ภายในวันนี้.

…………………………………………………………..��

แถลงการณ์เครือข่ายองค์กรชุมชนรักเทือกเขาบรรทัด �ฉบับ 2

การชุมนุมของเราที่หน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุงตั้งแต่วันที่� 17� ก.ย.� บัดนี้ดำเนินมาถึงวันที่� 3� โดยยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาสำคัญ� ราชการยังกำหนดโดยยืดเวลา� เว้นช่วง และยังนัดเจรจาเฉพาะในเวลาราชการ� ทำให้การเจรจาคืบหน้าล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น

จนบัดนี้พวกเราก็ยังคงทำมาหากินบนผืนดินที่ปู่ย่าตาทวดใช้ทำมาหากินมาตลอด� และสืบทอดมาถึงพวกเราในวันนี้� รุ่นปู่ตาทวดของเราเคยปลูกทุเรียน� จำปาดะ� สะตอ� และทำสวนยางในเขตเขาบรรทัดมาแลกเปลี่ยนกับคนในเมืองพัทลุงเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้วอย่างไร� วันนี้พวกเราก็ยังทำเช่นนั้น� แต่อุทยานและเขตรักษาพันธ์ที่เราประกาศทับที่ดินของปู่ทวดเมื่อมี่กี่ปีมานี้กลับข่มขู่ ทำลายทรัพย์สิน� ตัดฟันต้นยาง� เผาหนำ� ห้ามเราทำกินบนที่ดินเดิม� ขณะนี้พวกเรา� 5� ราย� ถูกสั่งปรับเป็นเงินรวมกันถึง� 13� ล้านกว่าบาทอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้

การกระทำของราชการถึงที่สุดแล้วจะทำลายศักดิ์ศรีของชาวพัทลุงโดยรวม� เพราะทำให้พวกเราเหลือแต่ตัวจนต้องขายเสื้อ� ขายตัว� ขายแรง� กลายเป็นขอทาน...� แล้วรุ่นลูกหลานเราจะอยู่กันอย่างไร

เราคนจนอาศัยที่ดินที่มีเพียงกระแบะมือทำกิน� เมื่อถูกรังแกก็เหมือนถูกยึดลมหายใจ� เราไม่มีทางเลือกอื่น� นอกจากปกป้องที่ดินอันเป็นฐานชีวิตของเรา

เราขอให้ราชการจริงใจในการแก้ไขปัญหา� และไม่ซื้อเวลาอีกต่อไป

เครือข่ายองค์กรชุมชนรักเทือกเขาบรรทัด

สมาชิก� สมัชชาคนจน� เครือข่ายป่าชุมชนภาคใต้

19� กันยายน� พ.ศ.2550

……………………………………………………………………�

แถลงการณ์เครือข่ายองค์กรชุมชนจัดการทรัพยากรจังหวัดสุราษฎร์ธานี

และเครือข่ายป่าชุมชนภาคใต้ เรื่อง ขอให้ยุติ การข่มขู่ คุกคาม จับกุมดำเนินคดี กับชาวบ้านในเขตป่าเทือกเขาบรรทัด

ตามที่เครือข่ายองค์กรชุมชนรักษ์เทือกเขาบรรทัด จังหวัดตรัง พัทลุง ได้ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลได้มีการแก้ไขปัญหาการประกาศเขตอนุรักษ์ (อุทยานแห่งชาติ ,เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า)ซ้อนทับที่ดินทำกินของชุมชนที่อาศัยอยู่ในเขตป่าเทือกเขาบรรทัด ตั้งแต่ช่วงวันที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา และการเจรจากับภาครัฐยังไม่ได้ข้อยุติ ทางเครือข่ายองค์กรชุมชนจัดการทรัพยากรจังหวัดสุราษฎร์ธานี� เห็นว่าปัญหาการประกาศเขตอนุรักษ์ซ้อนทับที่ดินทำกินของชุมชนที่อาศัยอยู่ในเขตป่า� เป็นปัญหาที่เรื้อรังและหมักหมมมาอย่างยาวนานของสังคมไทย ผ่านมากี่รัฐบาลก็ยังไม่มีการดำเนินการแก้ไขให้ลุล่วง�

ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวเป็นผลพวงมาจากประชาชนไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ทำให้การประกาศเขตอนุรักษ์ได้ซ้อนทับที่ดินทำกินของชาวบ้าน� ก่อให้เกิดปัญหาการจับกุม ดำเนินคดี ยึดที่ดินทำกิน และทำลายผลอาสินของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ป่า และวิธีคิดของรัฐและหน่วยงานของรัฐที่แยกคนออกจากป่า ไม่ยอมรับวิถีชีวิตของคนอยู่กับป่า ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ดำรงอยู่อย่างยาวนานในสังคมไทย ทำให้รัฐและหน่วยงานรัฐพยายามที่อพยพไล่รื้อชุมชนออกจากพื้นที่ป่า สร้างความไม่มั่นคงในที่ดินให้กับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ป่า� แนวทางดังกล่าวได้สวนทางกับสภาพข้อเท็จจริงที่ไม่มีทิ่ดินที่จะรองรับต่อผู้คนเหล่านั้น และปัญหาดังกล่าวได้กลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเกิดความร่วมมือในการดูแลรักษาป่าระหว่างชุมชนที่อาศัยอยู่ในเขตป่าและเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะเจ้าหน้าป่าไม้

ดังนั้นทางเครือข่ายองค์กรชุมชนจัดการทรัพยากรจังหวัดสุราษฎร์ธานี และเครือข่ายป่าชุมชนภาคใต้ ขอเรียกร้องต่อรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ �ดังนี้

1.ให้ยุติการข่มขู่ คุกคามจับกุมดำเนินคดีกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นป่าเทือกเขาบรรทัด จังหวัด ตรังและพัทลุง ที่อาศัยทำกินมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน� และให้ชาวบ้านสามารถทำกินในที่ดินได้ตามวิถีชีวิตปกติ�

2.ให้เร่งรัดดำเนินการไขปัญหาที่ดินทำของชาวบ้านในเขตป่าอนุรักษ์เทือกเขาบรรทัด�

(อุทยาน,เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ) ในจังหวัดตรังและพัทลุง เพื่อสร้างความมั่นคงในที่ดินกับชาวบ้านโดยเร็ว��

3.รัฐต้องสนับสนุนให้ชุมชน ประชาชนได้มีส่วนร่วมกับรัฐในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ป่าไม้ ทั้งในรูปของการดำเนินกิจกรรมจัดการทรัพยากรในแต่ละพื้นที่ป่า และแก้ไขกฎหมายเกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่มีผลบังคับใช้ในปัจจุบันทุกฉบับให้ชุมชน ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างแท้จริง โดยกระบวนการแก้ไขกฎหมายต้องให้ชุมชน ประชาชน เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวด้วย�

ด้วยความสมานฉันท์

เครือข่ายองค์กรชุมชนจัดการทรัพยากรจังหวัดสุราษฎร์ธานี

เครือข่ายป่าชุมชนภาคใต้

�.............................................................................

แถลงการณ์

สนับสนุนการแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้องของ

เครือข่ายองค์กรชุมชนรักเทือกเขาบรรทัด

ตามที่เครือข่ายองค์กรชุมชนรักเทือกเขาบรรทัด ซึ่งเป็นสมาชิกสมัชชาคนจน และเครือข่ายป่าชุมชนภาคใต้ ได้รวมตัวกันที่หน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุงตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2550 เพื่อเรียกร้องผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับชุมชนที่ทำกินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาปู่ เขาย่า ที่เป็นสมาชิกเครือข่ายองค์กรชุมชนรักเทือกเขาบรรทัด ตามข้อเรียกร้องที่ได้ยื่นเสนอทั้งหมด 9 ข้อ ในแถลงการณ์� ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 17 กันยายน 2550

ในนามของสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านภาคใต้ ขอสนับสนุนการเรียกร้องดังกล่าวของเครือข่ายองค์กรชุมชนรักเทือกเขาบรรทัด ซึ่งได้พยายามดำเนินการแก้ไขปัญหาของตนเองตามวิถีประชาธิปไตย และตามสิทธิขั้นพื้นฐานที่บัญญัติไว้ตามครรลองอธิปไตยของชาติ และที่สำคัญในการเจรจาที่มีข้อตกลงล่าสุดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในรัฐบาลปัจจุบันนี้� เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2550 ซึ่งเป็นข้อตกลงอันเป็นที่ยอมรับร่วมกันระดับที่น่าพอใจ แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีรูปธรรมใดๆที่เกิดขึ้นจากผลการเจรจาดังกล่าว ยิ่งกว่านั้นหน่วยงานราชการในระดับพื้นที่� คือเจ้าหน้าที่ป่าไม้ของอุทยานแห่งชาติเขาปู่เขาย่า และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ กลับแสดงพฤติกรรมที่ยิ่งทำให้บรรยากาศการแก้ไขปัญหาเลวร้ายยิ่งขึ้น จนเป็นเหตุให้กลุ่มชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถนิ่งทนได้อีกต่อไป �

จึงเป็นเหตุผลสมควรที่เครือข่ายสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านภาคใต้ ซึ่งมีสมาชิกที่เป็นชาวประมงพื้นบ้านขนาดเล็กทั่วทั้ง 13 จังหวัดสองฝั่งทะเลอันดามัน และอ่าวไทยขอยืนยันสนับสนุนข้อเรียกร้อง และเจตนารมณ์ของเครือข่ายองค์กรชุมชนรักเทือกเขาบรรทัด ทั้งนี้หากข้อเรียกร้องจากการชุมนุมในครั้งนี้ไม่ได้รับการคลี่คลายจนเป็นที่พอใจของกลุ่มผู้ชุมชน และการชุมนุมดังกล่าวยังยืดเยื้อต่อไป� ���ทางเครือข่ายสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านภาคใต้ จะแจ้งให้สมาชิกเครือข่ายทั้ง 13 จังหวัดทราบ���� และร่วมสมทบการชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุงอีกทางหนึ่ง����� เพื่อแสดงพันธสัญญา และความเป็นเครือข่ายสมาชิกสมัชชาคนจน ที่จะร่วมสู้ยืนหยัดเคียงข้างหมู่คนจนด้วยกัน�

�������������������������������������� �������� เครือข่ายสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านภาคใต้

��������������������������� วันที่ 18� กันยายน 2550

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร