สนช.ผ่าน "กม.วัตถุอันตราย"เซ่นผู้ประกอบการสารเคมี

Fri, 12/21/2007 - 17:32 -- ประชาธรรม

ตามที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.เห็นชอบผ่านวาระที่ 3 ร่าง พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ... ด้วยคะแนนเอกฉันท์ 45 เสียง ท่ามกลางการติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด และต่อเนื่องของเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน รวมถึงนักวิชาการหลายส่วน ซึ่งก่อนหน้านี้เครือข่ายภาคประชาชนได้ยื่นหนังสือและจัดทำข้อเสนอต่อสนช. เพื่อขอแก้ไขร่างพ.ร.บ.วัตถุอันตราย ที่ฉบับเสนอโดยกระทรวงอุตสาหกรรมนั้น

ล่าสุด (21 ธ.ค.) น.ส.ทัศนีย์ วีระกันต์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก กล่าวภายหลังผลการพิจารณาของสนช.ว่า เดิมร่างของกระทรวงอุตสาหกรรมมีปัญหาหลายอย่างอาทิ กรณีการอนุญาตให้นำเข้าวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 แต่คณะกรรมการกฤษฎีกาก็พิจารณาให้จำกัดการนำเข้าได้เฉพาะในกรณีเพื่อใช้เป็นสารมาตรฐานในการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเท่านั้น ซึ่งตรงนี้เครือข่ายฯ ค่อนข้างพอใจ อย่างไรก็ตัวโครงสร้างของพ.ร.บ.วัตถุอันตรายที่ผ่านสนช.ได้ให้อำนาจคณะกรรมการวัตถุอันตรายค่อนข้างมาก ซึ่งคณะกรรมการมักมาจากหน่วยงานภาคราชการเป็นหลัก หรือหากจะมาจากประชาชนก็จะต้องผ่านการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่หลังจากการแปรญัตติก็ได้เพิ่มขึ้นมา 3 คน โดยเป็นตัวแทนภาคประชาชนจากระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ผู้บริโภค

"เดิมหลักการของกฎหมายที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอคือการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการธุรกิจสารเคมี แต่เมื่อผ่านการพิจารณาของกฤษฎีกาก็เปลี่ยนไปเพื่อควบคุมดูแล ที่สำคัญข้อเรียกร้องที่ให้สนช.ควรจะระบุเรื่องการห้ามโฆษณา และการส่งเสริมการขายสารเคมีการเกษตร หรือควรจะมีมาตรการอื่นๆ ในการควบคุมดูแลที่เคยเรียกร้องและยื่นข้อเสนอก่อนหน้านี้กลับไม่ได้รับการสนใจเลย ดังนั้นการบังคับใช้จริงก็ต้องติดตามต่อไปอย่างใกล้ชิด" น.ส.ทัศนีย์ กล่าว

ด้าน น.ส.เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง นักวิชาการอิสระกลุ่มศึกษาและรณรงค์มลภาวะอุตสาหกรรม กล่าวว่า พ.ร.บ.วัตถุอันตราย 2525 สมควรที่จะมีการปรับปรุงแก้ไข แต่กระบวนการแก้ที่ผ่านมามีลักษณะปิดไม่เปิดเผยและโปร่งใส กลุ่มที่มีส่วนร่วมมากที่สุดคือผู้ประกอบการวัตถุอันตรายเท่านั้น และเนื้อหาของกฎหมายยังเป็นไปเพื่อลดหน้าที่ของหน่วยงานกำกับดูแล ขณะที่ภาวะปัจจุบันควรแก้ไขให้การผลิต การแพร่กระจาย หรือจำหน่ายวัตถุอันตรายต่างๆ ให้มีรัดกุมมากขึ้น

การจัดการสารเคมีให้มีความปลอดภัยและสังคมมีความจำเป็นมาก เช่น การเปิดเผยข้อมูล ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับวัตถุอันตรายให้ประชาชนรับรู้ กลับหายไปจากกฎหมายฉบับนี้ ดังนั้นร่างพ.ร.บ.วัตถุอันตรายที่ถูกแก้ไขและผ่านสนช.ไป มันจึงไม่ก่อประโยชน์อันใดต่อสาธารณะ

น.ส.เพ็ญโฉม สรุปว่า พ.ร.บ.นี้ควรปรับปรุงให้สอดคล้องกับอนุสัญญา หรือกฎหมายระหว่างประเทศที่ว่าด้วยวัตถุอันตราย หรือขยะพิษต่างๆ เพื่อให้เป็นทิศทางเดียวกันและเกิดประสิทธิภาพ ดังนั้นผู้ที่ได้รับประโยชน์ในการแก้ไขครั้งนี้คือผู้ประกอบการวัตถุอันตรายเพียงกลุ่มเดียว.

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร