เครือข่ายปชช.เหนือชี้ตั้งกก.สอบก.อุตสาหกรรมกรณีพืชอันตราย

Sat, 02/14/2009 - 20:49 -- ประชาธรรม

วันนี้ (14 ก.พ.2552) เครือข่ายภาคประชาชน และองค์กรสาธารณะประโยชน์ภาคเหนือ เปิดแถลงข่าวแสดงท่าทีต่อกรณีที่กระทรวงอุตสาหกรรม โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ได้ประกาศให้พืชสมุนไพรรวม 13 ชนิด ได้แก่ สะเดา ตะไคร้หอม ขมิ้นชัน ขิง ข่า ดาวเรือง สาบเสือ กากเมล็ดชา พริก คื่นฉ่าย ชุมเห็ดเทศ ดองดึง และหนอนตายหยาก  เป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 1 ภายใต้พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552 ที่ผ่านมา

ทังนี้ นายสำรวย ผัดผล ได้เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ซึ่งมีข้อความระบุว่า การกระทำของกระทรวงอุตสาหกรรมดังกล่าวจะส่งให้พืชสมุนไพรกลายเป็นวัตถุอันตรายต้องควบคุม ผู้ใดที่ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองต้องปฎิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด การฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  โดยกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังดำเนินการยกร่างหลักเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งจะประกาศควบคุมเฉพาะ “ผลิตภัณฑ์จากชิ้นส่วนพืชซึ่งไม่ผ่านกรรมวิธีที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี” และ “เฉพาะที่นำไปใช้ในการป้องกันกำจัด ทำลาย ควบคุมแมลง วัชพืช โรคพืช ศัตรูพืช หรือควบคุมการเจริญเติบโตของพืช” โดยให้ผู้ใดก็ตามที่ผลิต นำเข้า หรือส่งออกเพื่อขายพืชสมุนไพรดังกล่าวต้องแจ้งล่วงหน้าต่อเจ้าพนักงานตามแบบฟอร์มที่กรมวิชาเกษตรเป็นผู้กำหนด การประกาศดังกล่าวของกระทรวงอุตสาหกรรม และร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติต่างๆนั้น  ได้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมและปรากฏตามสื่อสารมวลชนอย่างแพร่หลายในช่วงหลายวันมานี้ 

เครือข่ายภาคประชาชน และองค์กรสาธารณะประโยชน์ตามรายชื่อแนบท้ายนี้ เห็นว่าการดำเนินการของทั้งกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในครั้งนี้  มีวัตถุประสงค์เพื่อ การควบคุมเกษตรกร ชุมชน หรือผู้ประกอบการรายย่อยโดยตรง ในการพัฒนาการใช้สมุนไพรเพื่อการป้องกันกำจัดศัตรูพืช ทั้งเพื่อการใช้และการพัฒนาเป็นวิสาหกิจชุมชน  มากกว่าเป็นการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์พืชสมุนไพรที่วางขายในท้องตลาด ตามที่มีการกล่าวอ้าง  และได้เปลี่ยนภาพพจน์ของ “พืชสมุนไพร” เป็น “วัตถุอันตราย” ในขณะที่พืชสมุนไพรเหล่านี้ ถูกใช้โดยทั่วไปในการประกอบอาหาร การแพทย์แผนไทย ธุรกิจสปา และบางส่วนถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันศัตรูพืช การเปลี่ยนภาพจน์ดังกล่าวไม่เพียงส่งผลกระทบต่อเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบไปยังกิจการอื่นๆอย่างกว้างขวางอีกด้วย

แม้ว่าต่อมาอธิบดีกรมวิชาการเกษตรได้ยอมรับความผิดพลาดของการประกาศดังกล่าว และแถลงว่าจะดำเนินการแก้ไขการประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรมที่ประกาศให้พืชสมุนไพรทั้ง 13 เป็นวัตถุอันตราย ก็ตาม  ในนามเครือข่ายภาคประชาชน และองค์กรสาธารณะประโยชน์ ใคร่ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาตรวจสอบประเด็นปัญหาดังกล่าวนี้  เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ ให้การดำเนินการของภาคราชการและการเมือง ตั้งอยู่บนหลักการธรรมาภิบาล ความโปร่งใสและการตรวจสอบได้ ตามหลักการบริหารบ้านเมืองที่ดีและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน  ดังนี้ 

1. กระทรวงอุตสาหกรรมต้องดำเนินการยกเลิกประกาศควบคุมให้พืชสมุนไพรทั้ง 13 ชนิดเป็นวัตถุอันตรายในทันที  และกรมวิชาการเกษตรต้องระงับการประกาศใดๆไว้ก่อน จนกว่าจะได้ข้อยุติที่เห็นพ้องด้วยกันทุกฝ่าย

2. กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องพึงตระหนักว่า การออกกฏระเบียบใดๆก็ตามต้องอยู่ภายใต้เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2550 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรา 67 ได้รับรองสิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ์ บำรุงรักษาและการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ  ซึ่งพืชสมุนไพรทั้ง 13 ชนิดนี้คือส่วนหนึ่งของความหลากหลายทางชีวภาพ  และมาตรา 57 ได้กำหนดให้การออกกฎที่มีอาจมีผลกระทบต่อส่วนได้เสียสำคัญของประชาชน ให้รัฐจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึงก่อนดำเนินการ

3. รัฐบาลควรพิจารณาตั้งคณะกรรมการสอบสวนอิสระ โดยมีองค์ประกอบจากภาคประชาชน เพื่อตรวจสอบกระบวนการประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรม ว่ามีความโปร่งใส และมีส่วนร่วมของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมากน้อยเพียงใด  และประกาศดังกล่าวนี้มีผลประโยชน์อื่นใดแอบแฝงหรือไม่อย่างไร

อนึ่ง องค์กรที่ร่วมลงนามในแถลงการณ์ประกอบด้วย

เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก จ.เชียงใหม่

สถาบันชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืน มูลนิธิพัฒนาศักยภาพชุมชน

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ (กป.อพช.)

เครือข่ายโรงเรียนชาวนา ฮักเมืองน่าน

ศูนย์การเรียนรู้ชุมชมโจ้โก้ จ.น่าน

มูลนิธิพืนฟูชีวิตและธรรมชาติ

มูลนิธิฮักเมืองน่านเครือข่ายลุ่มกว๊าน จ. พะเยา  089-5616502

สภาหมอเมืองล้านนา จ. เชียงราย

เครือข่ายรักษ์ม่อนยาป่าแดด จ. เชียงราย          081-2885746 

กองทุนนายแพทย์ธารา อ่อนชมจันทร์ (ในมูลนิธิแพทย์ชนบท) 081-2885746

มูลนิธิพัฒนาศักยภาพชุมชน จ. เชียงใหม่         053-380567

เครือข่ายลุ่มน้ำ กก-อิง-ลาว สภาวัฒนธรรม จ. เชียงราย

เครือข่ายบ้านจุ้มเมือง จ. เชียงราย

เครือข่ายป่าชุมชน จ. เชียงราย

เครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน จ. น่าน

เครือข่ายหมอเมือง จ.น่าน      [email protected]

เครือข่ายป่าชุมชน จ. น่าน

เครือข่ายหมอเมือง อ. เกาะคา จ. ลำปาง

เครือข่ายหมอเมืองล้านนา 5 อำเภอ จ. เชียงใหม่

เครือข่ายหมอพื้นบ้าน อ. แม่สะเรียง จ. แม่ฮ่องสอน

เครือข่ายคณะทำงานเสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชน อ. แม่สะเรียง จ. แม่ฮ่องสอน

ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต อ. แม่สะเรียง จ. แม่ฮ่องสอน[email protected]

เครือข่ายสุขภาพ อ. แม่สะเรียง จ. แม่ฮ่องสอน  [email protected]

ชมรม อสม. อ. แม่สะเรียง จ. แม่ฮ่องสอน [email protected]

กลุ่มวิสาหกิจเกษตรธรรมชาติ อ. ภูซาง จ. พะเยา  085-6215168

โครงการเพื่อชีวิตและวัฒนธรรม จ. แม่ฮ่องสอน [email protected]

สมาคมฟื้นฟูและการพัฒนาลุ่มน้ำสาละวิน   [email protected]

เครือข่ายการจัดการทรัพยากรธรรมชาติลุ่มน้ำ จ. แม่ฮ่องสอน

 

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร