เกษตรกรรุก ขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ส่งตรงผู้บริโภค

Tue, 03/10/2009 - 15:51 -- ประชาธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเกษตรกรสวนเกษตรอินทรีย์บ้านโป่ง หมู่ 2 ต.แม่แฝก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ร่วมกับคณะทำงานสินค้าเกษตรอินทรีย์ ริเริ่มดำเนินการให้บริการจัดส่งสินค้าเกษตรอินทรีย์ถึงมือผู้บริโภค หรือ Organic Connecting Project เพื่อสร้างตลาดทางเลือกอีกรูปแบบหนึ่งสนับสนุนเกษตรกรสวนเกษตรอินทรีย์รายย่อย นอกเหนือไปจากการนำไปขายในตลาดเท่านั้น ทั้งนี้ เบื้องต้นมีเกษตรกร 3 ราย เข้าร่วมดำเนินการ โดยเริ่มต้นจัดส่งสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้กับผู้บริโภคมาตั้งแต่เดือน ก.พ. 2552 ที่ผ่านมา ในจุดรับส่งทุกวันพุธ

นายดิเรก กองเงิน เกษตรกรสวนเกษตรอินทรีย์บ้านโป่ง หมู่ 2 ต.แม่แฝก ผู้ร่วมดำเนินการ Organic Connecting Project กล่าวว่า เกษตรกรบ้านโป่งที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้ทั้งหมดทำการเกษตรอินทรีย์ด้วยตนเอง พืชผักที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นผักต่างๆ ผักสวนครัวนานาชนิด ซึ่งเดิมทีเกษตรกรต้องนำผลผลิตเหล่านี้ไปขายกันเอง ซึ่งก็เจอปัญหาขายไม่ค่อยได้ สินค้าเหลือทุกวัน ทั้งเกษตรกรยังต้องเสียเวลาในการออกไปขาย ดังนั้นการให้บริการส่งสินค้าเกษตรอินทรีย์ไปถึงมือผู้ซื้อหรือผู้บริโภค ทำให้เกษตรกรผู้ผลิตมีแนวทางแน่นอนในการเตรียมปริมาณสินค้าที่จะขาย เพราะเบื้องต้นเกษตรกรจะเป็นคนกำหนดรายการสินค้าที่มีให้ผู้บริโภคสั่งซื้อ เมื่อมีรายการสั่งซื้อที่แน่นอนแล้ว ก็รู้ว่าต้องส่งสินค้าอะไรบ้าง ในปริมาณหรือจำนวนเท่าไร และมีจุดส่งสินค้าที่แน่นอน เป็นการสร้างทางเลือกการขายอีกแบบที่ไม่ต้องนั่งขายในตลาดอย่างเดียว ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีคนมาซื้อมากน้อยแค่ไหน

“เราเพิ่งเริ่มดำเนินการส่งขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้กับกลุ่มผู้บริโภคเมื่อไม่นานมานี้ ตอนนี้กลุ่มผู้บริโภคยังเป็นกลุ่มคนใกล้ชิดและสนใจสินค้าเกษตรอินทรีย์อยู่แล้ว ทำการจัดส่งสินค้าทุกๆ วันพุธ โดยมีรายการหรือออร์เดอร์ที่ผู้บริโภคสั่งซื้อ อย่างไรก็ตาม สินค้าเกษตรอินทรีย์ของเราตอนนี้ยังมีไม่มาก เพราะมีเกษตรกรชาวบ้านโป่งทำกันแค่ 3 คน แต่ต่อไปคิดว่าต้องขยายกลุ่มและต้องประสานความร่วมมือกับเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่อื่นๆ เพื่อให้มีพืชผักหลากหลายชนิดมาลงในรายการให้ผู้บริโภคได้เลือกสั่งซื้อมากขึ้น” นายดิเรก กล่าว

นายสืบสกุล กิจนุกร คณะทำงาน Organic Connecting Project กล่าวว่า การบริการจัดส่งสินค้าเกษตรอินทรีย์ถึงมือผู้บริโภคหรือผู้ซื้อ เป็นแนวทางเบื้องต้นที่ทำให้ตัวเกษตรกรซึ่งเป็นผู้ผลิตมีโอกาสขยายตลาดเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารพิษเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ผู้บริโภคที่อาศัยและทำงานในเมืองจำนวนมากซึ่งไม่มีเวลาไปจ่ายตลาดเอง หรือไม่รู้จักแหล่งซื้อสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพและปลอดการใช้สารเคมี นอกจากจะได้รับความสะดวกจากบริการนี้ ทั้งเป็นการสนับสนุนเกษตรรายย่อยโดยตรงด้วย

“ที่มาของการให้บริการจัดส่งสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้กับลูกค้าของ Organic Connecting Project เนื่องจากเราเห็นว่า ปัจจุบันมีผู้บริโภคที่สนใจหรือสนใจบริโภคผักและผลไม้ปลอดสารอยู่แล้ว แต่ไม่มีเวลาไปตลาดนัดเกษตรอินทรีย์เพราะต้องทำงาน หรือบางคนไม่รู้ว่าต้องไปหาซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์เพื่อสนับสนุนชุมชนได้จากที่ไหน ดังนั้น เราเชื่อว่ามีผู้บริโภคแบบนี้อยู่จำนวนหนึ่ง จึงคิดว่าน่าจะมีบริการจัดส่งสินค้าเกษตรอินทรีย์เข้ามาเสริมให้ผู้บริโภค ที่ต้องการทางเลือกประเภทอาหาร ซึ่งด้านหนึ่งก็เป็นการสนับสนุนผู้บริโภค อีกด้านหนึ่งก็เป็นการสนับสนุนผู้ผลิตโดยตรง” นายสืบสกุล กล่าว

นายสืบสกุล กล่าวเสริมอีกว่า คนจำนวนไม่น้อยที่อาศัยและทำงานอยู่ในเมืองเชียงใหม่ อยู่ในหอพักและคอนโด แต่ที่พักอาศัยจำมากไม่มีพื้นที่เอื้ออำนวยในการทำอาหารกินเอง รวมทั้งคนทำงานเองก็ไม่มีเวลาทำอาหารกินเอง ข้อจำกัดแบบนี้ ทำให้นอกจากต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปด้วยกระทะไฟฟ้าปรุงอาหารกินเองแล้ว วิธีการกินที่สะดวกอีกอย่างหนึ่งก็คือการกินข้าวข้างนอก หรือซื้อใส่ถุงมารับประทาน เพราะมีราคาถูก และสะดวก ในขณะที่ผู้บริโภคอาจยังไม่ได้คำนึงถึงคุณภาพของอาหารหรือสิ่งที่ตัวเองบริโภคมากนัก ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องใหญ่และมีผลต่อสุขภาพมาก เช่น สารกันบูดในอาหาร ผงชูรส ปริมาณน้ำตาลที่มากเกินไป พริกป่นและถั่วลิสงที่มีเชื้อรา เป็นต้น แม้เราจะเผชิญปัญหานี้เยอะ แต่ยังไม่มีใครพูดออกมาดังๆ

นายสืบสกุล กล่าวต่อว่า ในเบื้องต้น Organic Connecting Project เป็นการบริการจัดส่งสินค้าเกษตรอินทรีย์ของเกษตรกรสวนเกษตรอินทรีย์บ้านโป่ง ต.แม่แฝก อ.สันทราย จำนวน 3 รายก่อน โดยขายสินค้าทางการเกษตรที่เกษตรกรสามารถผลิตได้เท่านั้น ยังไม่มีอาหารปรุงสำเร็จมาขาย ส่วนล่าสุดกำลังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อขยายกลุ่มเกษตรกรสวนเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่อื่นๆ เพื่อให้มีสินค้าเกษตรอินทรีย์มาขายหลากหลายมากขึ้นต่อไป อีกทั้งในอนาคต เป็นความหวังว่าจะสามารถขยายการบริการจัดส่งสินค้าอินทรีย์จากแหล่งผลิตของเกษตรรายย่อยข้ามภูมิภาคได้ เช่น อาหารทะเลแห้งจากภาคตะวันออก หรือภาคใต้

นอกจากนี้ หากมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ในระยะยาวมีแนวคิดทำเป็นสหกรณ์ผู้ผลิตและผู้บริโภค เพื่อให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคมีโอกาสมาพบปะกัน มีส่วนในการร่วมกำหนดรูปแบบการผลิต กำหนดราคา มาตรฐานคุณภาพของสินค้าร่วมกัน โดยมีเป้าหมายให้ผู้บริโภคได้ของดี มีคุณภาพ แต่ในขณะเดียวกัน จะต้องไม่ไปทำลายระบบการผลิตตามฤดูกาล หรือไปสร้างภาระในการผลิตให้กับเกษตรกรเพียงเพื่อนำมาสนองความต้องการของผู้บริโภคฝ่ายเดียว ยกตัวอย่างเช่น หากผู้บริโภคต้องการสั่งพืชผักบางอย่างที่ไม่สามารถปลูกได้ในฤดูกาล ก็จำเป็นต้องมีเวทีคุยระหว่างเกษตรกรผู้ผลิตกับผู้บริโภค เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายสามารถปรับความต้องการและความเข้าใจให้ตรงกัน ให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์ส่วนเกษตรเองก็ไม่ต้องแบกภาระในการผลิตมาก

“ทุกวันนี้ สินค้าทางการเกษตร หรือสินค้าทั่วไปที่เราซื้อมาบริโภค ยังขาดการมาพบปะกันโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค ดังนั้น เราคิดว่าตัวบริการจัดส่งสินค้าเกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษ หรือ Organic Connecting Project จะเป็นจุดตั้งต้น นำพาให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคมาพูดคุยหารือร่วมกัน ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น และสามารถร่วมกันกำหนดซึ่งกันและกัน” นายสืบสกุล กล่าว�

นายสืบสกุล กล่าวทิ้งท้ายว่า เป้าหมายสูงสุดที่คาดหวังอยากจะเห็นจาก Organic Connecting Project คือ การสร้างกระบวนการเชื่อมโยงกันในสังคมระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค หรือการเชื่อมโยงคนที่อยู่แตกต่างกันทั้งในพื้นที่ และวัฒนธรรมได้มาพบปะพูดคุยกัน และกำหนดอนาคตร่วมกันในเรื่องของอาหารการกินได้ เพราะปัจจุบัน พืชผักทางการเกษตรและรูปแบบอาหารหลายอย่างถูกผูกขาดด้วยบริษัทอาหารขนาดใหญ่ ซึ่งผู้บริโภคไม่รู้แหล่งที่มาที่ไป จึงหวังว่า การดำเนินงานเบื้องต้นของการจัดส่งสินค้าเกษตรอินทรีย์ของชุมชนไปให้ผู้บริโภคโดยตรง จะเป็นโอกาสให้ผู้ผลิตกับผู้บริโภคจะได้มาเจอกัน มากำหนดรูปแบบและวิธีการผลิตร่วมกัน ได้ในชีวิตจริง.

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร