หมอกควันพิษ : ต้องเร่งลงมือแก้-ป้องกัน อย่าปล่อยให้ยืดเยื้อ

Sun, 03/15/2009 - 10:16 -- ประชาธรรม

เกือบครึ่งเดือนมานี้ หากแหงนหน้ามองท้องฟ้าในเมืองเชียงใหม่ จะเห็นแต่สีหม่นขมุกขมัว ดอยสุเทพสีเขียวและทิวเขาทางฟากตะวันตกของเมืองเชียงใหม่ ซึ่งในยามสภาพคุณภาพอากาศเป็นปรกติจะสามารถมองเห็นสีเขียวของต้นไม้ใบไม้ได้อย่างชัดเจน ท้องฟ้าในฤดูแล้งที่มีสีกระจ่างใส และกลุ่มก้อนเมฆสีขาวปุย ซึ่งเราควรจะได้เห็น กลับถูกบดบังด้วยหมอกควันที่ลอยละล่อง แทรกซึมไปทั่วทุกส่วนของพื้นที่ และยังทะลุทะลวงเข้าไปทำร้ายปอดของคนทุกคนในทุกๆ วินาทีที่สูดลมหายใจ

 

ข้อมูลสถิติการรายงานคุณภาพอากาศ ณ สถานีโรงเรียนยุพราช จ. เชียงใหม่ โดยกรมควบคุมมลพิษ พบว่า ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2552 จนถึงวันนี้ 13 มีนาคม 2552 ค่า PM-10 : ฝุ่นขนาดเล็ก (Particulate Matter) ที่มีอนุภาคเล็กกว่า 10 ไมครอน มีค่าเฉลี่ยเกินกว่าค่ามาตรฐาน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ติดต่อกันเกินกว่า 15 วันแล้ว!!!  (http://www.pcd.go.th/AirQuality/Regional/QueryAirThai.cfm?task=findsite)

 

ค่ามาตรฐานด้านคุณภาพอากาศของประเทศไทย มีนักวิชาการเคยตั้งข้อสังเกตเอาไว้แล้วว่า เป็นการตั้งค่าตัวเลขเอาไว้สูงไป ควรจะลดตัวเลขค่าเฉลี่ย PM ลงมาให้เหลือ 50 หรือ 60 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เหมือนกับประเทศที่พัฒนาแล้วหลายๆ แห่งในทวีปยุโรป ที่ให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

 

ตัวอย่างเช่น คณะกรรมการสหภาพยุโรป (EU Commission) กำหนดมาตรฐานค่า PM 10 ในอากาศใน ดังนี้ 1.ระยะที่หนึ่ง ตั้งแต่ปี 2005 ค่าเฉลี่ยต่อปีของ PM 10 ต้องไม่เกิน 40 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร/ปี และค่าเฉลี่ยต่อวันของ PM 10 ใน 24 ชั่วโมง ต้องไม่เกิน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร แต่อนุญาตให้มีค่า PM 10 เกินได้ 35 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร/ปี 2.ระยะที่สอง ตั้งแต่ปี 2010 ค่าเฉลี่ยต่อปีของ PM 10 ต้องไม่เกิน 20 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร/ปี และค่าเฉลี่ยต่อวันของ PM 10 ใน 24 ชั่วโมง ต้องไม่เกิน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร แต่อนุญาตให้มีค่า PM 10 เกินได้ 7 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร/ปี

 

แต่การที่ประเทศไทยตั้งค่าเฉลี่ย PM ไว้สูงถึง 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทำให้ดูเหมือนว่าหากค่าเฉลี่ย PM ยังไม่สูงเกินกว่าที่ตั้งไว้เป็นมาตรฐาน จะยังอยู่ในระดับที่เป็นปลอดภัย ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ เพราะเพียงเป็นค่าเฉลี่ยที่บ่งบอกว่าร่างกายยังรองรับได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าร่างกายจะปลอดภัย

 

ปัญหามลพิษหมอกควันที่เกิดขึ้นกับเมืองในแอ่งกระทะ มีหุบเขาล้อมรอบอย่างเช่น เชียงใหม่ มีหลากหลายสาเหตุ ทั้งมาจากควันจากการจราจร แหล่งอุตสาหกรรม การเผาในที่โล่งในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น อย่างไรก็ดี ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกคนล้วนแต่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อย ฉะนั้น เพื่อให้เมืองมีคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี มีอากาศบริสุทธิ์เอื้อให้ชีวิตของทุกคนมีสุขภาพกาย สุขภาพใจ และจิตวิญญาณ ที่ดีเราจำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหานี้ร่วมกันอย่างครบวงจร ไม่ใช่มัวไปโทษคนอื่นฝ่ายเดียว หรือนั่งรอด้วยความหวังว่าให้หมอกควันในช่วงนี้จางไปโดยเร็ว ซึ่งจะเป็นการละเลยและสั่งสมปัญหาและยากจะรับมือในปีต่อๆ ไป 

 

 

ทิพย์อักษร มันปาติ ประชาธรรม สถานีข่าวประชาชน

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร