เสวนาขบวนการประชาธิปไตย "ศิโรตม์" ย้อน2475สู่สถานการณ์ปัจจุบัน

Fri, 06/25/2010 - 11:31 -- ประชาธรรม

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 53 ที่ผ่านมา ที่คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มีการเสวนาหัวข้อ "ชักตื้น.. ติดกึก.. ชักลึก.. ติดกัก..: ขบวนประชาธิปไตย 24 มิถุนาฯ" จัดโดย สำนักวิชาการเมืองและการปกครอง คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยวิทยากรร่วมการเสวนาได้แก่ ดร.คณิน บุญสุวรรณ นักวิชาการอิสระ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 ดร.จันทนา สุทธิจารี คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสนตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์ประจักษ์ ก้องกีรติ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจารย์ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ นอกจากนี้ภายในงานมีประชาชนทั่วไปสนใจเข้าร่วมฟังกันอย่างคับคั่ง

 

ศิโรตม์ชวนย้อนพินิจ 2475 เพื่อดูสถานการณ์ปัจจุบัน

ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ กล่าวถึงงานของนักวิชาการที่ อธิบายเหตุการณ์ 24 มิถุนายน 2475 ว่ามีวิธีการอธิบายไม่กี่แบบ ซึ่งแบบหนึ่ง อธิบายว่าเกิดจากการพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว การอธิบายแบบที่สอง ก็ตรงกันข้ามคือ ราษฎรต้องการเปลี่ยนแปลงการเมืองแบบใหม่ ก็ยึดอำนาจ 2475 ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยเป็นสิ่งที่ดี ซึ่งเวอร์ชันสองแบบ คือ ชิงสุกก่อนห่าม และเวอร์ชัน ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของแบบที่สอง

จนกระทั่งเกิดการอธิบายการเมืองแบบที่สาม คือ การพระราชทานรัฐธรรมนูญ คือ ชนชั้นนำนั้นปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงและหาทางอยู่ร่วมกับราษฎรได้ ในที่สุดชนชั้นนำก็ยอมรับการเปลี่ยนแปลง เชื่อมโยงถึงสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง ในวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ว่า เกิดข้อที่หนึ่ง คือ เกิดกลุ่มคนใหม่ ใน 24 มิถุนา 14 ตุลา 6 ตุลา 17 พฤษภา ฯลฯ ก็เกิดคนกลุ่มใหม่ๆ ขึ้นมา อย่างเช่นกลุ่มคนใน 24 มิถุนา คือ อยากเปลี่ยนระบบ จากกลุ่มคนที่เป็นคนชั้นกลาง นักหนังสือพิมพ์ ปัญญาชน นับตั้งแต่ก่อน 24 มิถุนายน ก็เกิดคนเหล่านี้ขึ้นมา

ศิโรตม์ กล่าวต่อว่า แล้วคนสำคัญของการต่อสู้ใหม่และเผยแพร่ความคิดแบบใหม่ อย่างเช่นภาพยนตร์เรื่อง October sonata ก็เกี่ยวข้องในเรื่อง 2475 คือ ศรีบูรพาเป็นนักเขียนสำคัญจาก ร.ร.เทพศิรินทร์ ก็ทำงานไปเป็นล่ามและนักหนังสือพิมพ์ ซึ่งพูดถึงความเท่าเทียมของคน

ในนิยายเรื่องสงครามชีวิต ซึ่งพูดเรื่องความเท่าเทียมของคนว่า คนเราไม่ว่าจะเกิดจากชาติตระกูลไหน คนเราก็เท่าเทียมกัน แต่ว่าการพูดแบบนี้ในช่วง 2475 ซึ่งอยู่ในการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยผู้นำของประเทศขึ้นอยู่กับการสืบทอดจากชาติตระกูล ศักดิ์ศรี ซึ่งคนที่เกิดในชาติตระกูลต่ำ พวกไพร่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้น กรณีศรีบูรพา ซึ่งมีการเชิดชูว่า คนเราเท่ากันโดยกำเนิดไม่ว่ามีทรัพย์สินเท่าไหร่ ความคิดว่า คือ คนเราเท่ากัน ไม่ว่าจะมีศักดิ์ศรี หรือชาติตระกูลแบบใดแล้ว ในที่สุดก็เป็นคนเท่ากัน และศรีบูรพาก็เผยแพร่เรื่องราวนี้ในสังคมไทย

ศิโรตม์ กล่าวด้วยว่า สิทธิไม่ได้อยู่กับอำนาจโดยกำเนิด และความคิดแบบใหม่ในระบบการเมืองที่ดีอยู่ได้โดยการช่วงชิงไปสู่สังคมแบบ ใหม่ขึ้นมา ซึ่งควรเป็นสังคมที่ควรเท่าเทียมกัน และความเชื่อคนเราไม่เท่ากัน ก็นำไปสู่เรื่องสังคมแบบใหม่ ซึ่งนำไปสู่เรื่อง 24 มิถุนา ทำให้ความคิดเรื่องนี้ กระจายไปในหัวของคน และกลุ่มก้อนการเมือง มันเป็นแค่รากฐาน เป็นมวลเป้าหมายการเมืองจากรัฐ คือ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่ว่า 24 มิถุนายน 2475 เป็นตัวอย่างบทเรียนของสังคม และความสามารถของการปรับตัว โดยฝ่ายต้องการเปลี่ยนแปลงกับฝ่ายไม่ต้องการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมันมีอยู่จำนวนมาก

แล้วในปัจจุบัน ก็มีคณะที่ล้มรัฐธรรมนูญ คือ ฝ่ายไม่ต้องการเปลี่ยนแปลง กับฝ่ายที่ต้องการเปลี่ยนแปลง และความสามารถของการปรับตัวของกรณี 2475 ทำให้เราคิดถึงเรื่องปัจจุบันได้

โดยจันทนา ยกตัวอย่างว่า สมมติตัวเองที่มีอายุ 50 ปี ไม่ได้มาพรวดๆ เป็นอยู่ขึ้นมาได้ โดยไม่อาจละเลย จากมุมมองของความสืบเนื่องของรอยต่อของประวัติศาสตร์ เหมือนกับในปัจจุบันซึ่งชนชั้นนำบางคนที่อยู่ในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ก็ดำรงอยู่ในทุกวันนี้ เช่น ผู้นำก็อยู่บนพื้นที่ และ position การปะทะกันของวาทกรรมอำมาตย์ และไพร่ ของชนชั้นนำใหม่ ซึ่งประชาธิปไตยที่มีอยู่ต้องมีการชี้นำและอารักขาจากใครก็ไม่รู้ ซึ่งภาวะของจำนนอำนาจ ถูกปกครอง และชนชั้นนำ เป็นปรากฏการณ์ของเหตุการณ์ 19 กันยา

ทั้งนี้ ดร.จันทนา กล่าวต่อว่า ปัญหาของการเมืองเชิงพื้นที่ ตั้งแต่การอธิบายว่าเมืองกับชนบทคือปัญหาทางพื้นที่การเมือง วาทกรรมปรองดอง ปฏิรูปประเทศไทยที่ทำลายบรรยากาศประชาธิปไตย หรือเปล่า

และปรากฏการณ์นับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาจนเกิดเหตุการณ์เดือน พฤษภาคม จนถึงปัญหาสถาบันตัวแทน กลไกของรัฐเป็นตัวหลัก ที่ดูแลสื่อ พรรคร่วมรัฐบาล แล้วสังคมตั้งคำถาม ก็ต้องดูกัน ในเรื่องความซับซ้อนไปสู่ความแตกต่างให้กลับมาหาการเมืองปกติ รวมทั้งพื้นที่การเมืองภาคประชาชน

เพราะฉะนั้น สังคมไทยจะเรียนรู้แบบสะสมอย่างดิฉันที่อายุ 50 ปี ส่วน 24 มิถุนายน เป็นการสรุปบทเรียนที่น่าสนใจ คือ ภาวะความเป็นอื่นของมิติของบาดแผลที่สะสมมาตลอด จึงต้องหาทางออกจากความเป็นอื่น จันทนา กล่าวทิ้งท้าย.

 

อ้างอิง:http://www.prachatai3.info./journal/2010/06/30087

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร