เสียงจากโป่งอาง : ทำไมต้องสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำปิงตอนบน?! (ตอนจบ)

Fri, 08/26/2011 - 10:26 -- ประชาธรรม

ภายในศาลาวัดโป่งอาง หมู่ที่ 5 ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ชาวบ้านและคนทำงานด้านการศึกษา และการพัฒนาท้องถิ่น นั่งล้อมวงกันกันอย่างเคร่งเครียด ถึงโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ปิงตอนบน อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันในตอนนี้ว่า เขื่อน ซึ่งหลังจากมีการศึกษาข้อมูลจากเอกสารทั้งหมดแล้วจึงรู้พิกัดพื้นที่ก่อสร้าง นั่นคือ อยู่ห่างจากชุมชนบ้านโป่งอาง เพียง 1 กิโลเมตร

ทำให้หลายๆ ฝ่ายออกมานั่งล้อมวงถกปัญหากันอย่างหนัก

นายธวัชชัย สุบินรักษ์ ในฐานะที่เคยเป็นครูอาวุโส สอนอยู่ในหมู่บ้านโป่งอางมาเป็นเวลานานหลายสิบปี ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับชาวบ้านโป่งอางเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า  38 ปีมาแล้วที่ตนหนีความวุ่นวายในเมืองเชียงใหม่ มาอยู่บ้านห้วยบ้านป่าที่บ้านโป่งอางนั้น ก็เพราะอยากมาอยู่ในที่สงบ ไม่วุ่นวาย

"ป่าโป่งอางที่จะมีการสร้างเขื่อนนั้น ถือว่าเป็นป่าชั้น 1A ซึ่งหมู่บ้านเรา พ่อแม่พี่น้องเรา อุ๊ยหมั้น  อุ๊ยกิ๊ อุ๊ยตื่อ  อุ๊ยปี๋ อุ๊ยพรหมได้รักษาไว้ในลูกหลาน  เงินรายได้เข้าบ้านโป่งอางเรากี่หมื่นกับการหาปู หาปลา หากุ้ง หาหอย ที่คนจนไปหามา ไม่มีอะไรกินก็คว้าเอาแซะ เอาข้อง ลงไปในทุ่งนาและลงในน้ำ ได้มากินเหลือขาย ทุกวันนี้ป่าก็ยังเป็นป่าชั้น 1A  เป็นป่าตันน้ำ ซึ่งเหนือจากเขตโป่งอางไปก็จะเป็นเขตหนองเขียว  เกิดการทำลายป่า เป็นภูเขาหัวโล้น  ก็ไม่มีใครที่จะเข้าไปป้องกันหรือว่าไปรักษา ไปทางแม่ก๋อนก็มีการบุกรุกพื้นที่เข้ามาในเขตบ้านโป่งอาง  เหลือป่าอยู่ 1 ผืนก็ยังจะเอามาสร้างให้เป็นน้ำอีก แล้วบ้านเราที่มีการรักษาไว้ กลุ่มที่จะมาขอน้ำเมื่อก่อนมาตอนที่เรายากจนเขาทำไมไม่มาส่งภาษี ไม่มาพัฒนาคนบ้านเราให้อยู่ดีกินดี แต่จู่ๆ ถึงเวลาก็จะมาสร้างมาเอา นี่มันเป็นเรื่องที่เห็นแก่ตัวเกินไปหรือไม่  สุดท้ายแล้วมีการอ้างว่าน้ำท่วมทีเชียงใหม่"

ว่ากันว่า ในเขตพื้นที่ป่าต้นน้ำของแม่น้ำปิงในเขตพื้นที่ตำบลเมืองนะ ผืนป่าโป่งอางนั้นยังคงความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดและเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น ในขณะพื้นที่รอบๆ นั้นกลายเป็นป่าเสื่อมโทรมไปเกือบหมดสิ้น

นายธวัชชัย บอกว่า ดีใจที่มาเห็นชาวบ้านโป่งอางทุกคนมีความเข้าใจในเรื่องของเขื่อนและฝายมากขึ้น และก็รู้แล้วว่ามันจะเกิดเหตุการณ์อย่างไร ว่าตอนนี้มีอยู่ 2 ฝ่าย  คือ ฝ่ายที่จะทำให้ได้(ฝ่ายก่อสร้างหรือฝายรัฐ)และฝ่ายที่ไม่อยากให้สร้าง(ฝ่ายพี่น้องบ้านโป่งอาง)

"เพราะฉะนั้น ฝ่ายที่จะสร้างก็ต้องมีเหตุผลที่จะเป็นข้ออ้างและพยายามเจาะทุกอย่าง ในส่วนของบุคคลสำคัญ หัวหน้ากลุ่มแกนนำ เพื่อจะให้มีการก่อสร้างให้ได้ ไม่ว่าด้วยเงิน ด้วยเล่ห์ หรือว่าด้วยอะไรก็แล้วแต่  ฝ่ายคัดค้านก็เปรียบเป็นปฐมภูมิ เป็นคนในพื้นที่ที่โดนผลกระทบมากกว่าจะต้องเป็นฝ่ายต่อสู้ เพื่อไม่ให้มีการดำเนินการตามที่วางเป้าหมายไว้"

นายธวัชชัย บอกอีกว่า โครงสร้างการปกครองประเทศเราเป็นวัฒนธรรมแต่ดั้งเดิม  ซึ่งเป็นเรื่องของเจ้าขุนมูลนาย  นายสั่งลงมาข้างล่างตั้งแต่สมัยดั้งเดิมมาแล้ว  และวัฒนธรรมไทยเรานี้มักจะทำตามคนข้างบน 

"แต่ ณ  ปัจจุบัน รัฐธรรมนูญเขามีการกำหนดไว้ว่า  ให้มีการเมืองภาคประชาชน  ไม่ผิดกฎหมาย  ที่เรามารวมตัวกัน เพียงแต่เราไม่เห็นด้วยในเรื่องของโครงการสร้างเขื่อน  เรามีเหตุผล ซึ่งการเมืองภาคประชาชน  ก็คือ  รัฐบาลต่อไปนี้ต้องมีการมองว่าลูกเราต้องการอะไร ต้องฟังจากข้างล่างขึ้นไป  ส่วนเรื่องของการสั่งการลงมาจากข้างบน ชาวบ้านมีความอยากที่จะเอาหรือไม่เอา ก็ไม่รู้  ก็นำมายัดเยียดให้กับพี่น้องชาวบ้าน  กรณีเขื่อน  ก็เหมือนกัน  ได้มีการเอาวัฒนธรรมจากเจ้าขุนมูลนายมา ไม่มีการสำรวจเบื้องต้นที่ว่าจะมีการมาสร้างเขื่อนที่นี่ อย่างนั้นอย่างนี้  แต่พอชาวบ้านรู้เรื่องก็เข้ามาสู่ขั้นตอนของการสำรวจแล้ว รู้สึกว่าจะมีการประชุมกันเพียง  2 ครั้งและนำเอารูปภาพไปลงในเวบไซต์ และเขียนบรรยายบอกว่าพวกเราได้มีการตกลง ถามว่า มีการประชุมที่ไหน รู้ก็ไม่กี่คนซึ่งไม่มีการรู้เรื่องกันทั้งหมด ทำไมไม่เข้ามาประชุมในหมู่บ้านนี้ นี่ผมพูดในฐานะประชาชนคนหนึ่ง"

ทั้งนี้ นายธวัชชัย ได้ยกประเด็นปัญหาให้ข้อคิดแก่ชาวบ้านโป่งอาง ให้นึกถึงปัญหาและความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะเรื่องการเวนคืน การอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ โดยได้ชี้ให้เห็นภาพ

"ยกตัวอย่าง ถ้ามีการเวนคืน ที่ดินบ้านโป่งอาง 10 ไร่ จะไปซื้อที่ดินบ้านโละ ป่าหาญ(ซึ่งตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ข้างนอก) 1 ไร่ก็ไม่ได้ เพราะว่าราคาที่ดินนั้นมีความต่างกัน และการเวนคืนก็จะมีการเวนคืนในส่วนของที่มีโฉนด  ใครไม่มีโฉนดก็ไม่ได้ มีแต่การรื้อถอนบ้านเท่านั้น แต่พอรื้อถอนเรียบร้อยจะไปอยู่ที่ไหน"

นอกจากนั้น ยังได้ยกตัวอย่างกรณีหมู่บ้านจัดสรรที่ตำบลเมืองงาย ก็เป็นเรื่องของการเวนคืน

"ชาวบ้านกลุ่มนี้ย้ายมาจากดอยเต่า หลังมีการสร้างเขื่อนภูมิพล เพราะทุ่งนาถูกน้ำท่วมทั้งหมด พอมาอยู่บ้านจัดสรรที่เมืองงายนั้น ไม่มีที่นาให้ทำกินเลย  เพราะพื้นที่ในประเทศไทยที่จะนำมาสร้างทุ่งนานั้นไม่มีแล้ว แต่ก็จะมีการจัดสรรให้ในส่วนที่เป็นที่ดอน ที่ราบ ที่กันดารน้ำ  เพราะที่ไม่กันดารน้ำคนเข้าไปอยู่ไปกินกันหมดแล้ว ประเทศไทยไม่มีแล้ว" 

นอกจากนั้น นายธวัชชัย ยังได้ยกตัวอย่าง กรณีผลกระทบจากการสร้างเขื่อนแม่งัด อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

"จากการสอบถามชาวบ้านที่หมู่บ้านสหกรณ์จัดสรรที่อำเภอพร้าว ก็มีการอพยพจากการสร้างเขื่อนแม่งัดขึ้นไป  เป็นหมู่บ้านที่ชื่อว่า ได้รับผลกระทบจากเขื่อนแม่งัด แล้วมาจัดสรรให้ครัวเรือนคนละ 5 ไร่ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่อาจจะเข้าใจผิด เพราะว่าหลังจากมีการเคลื่อนย้าย น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์แต่ก่อนก็ไม่มีใช้  นี่เป็นเรื่องที่เตือนสติ ว่าเป็นเรื่องที่คิดถูกหรือว่าคิดผิด ถ้าปล่อยให้บ้านโป่งอางบ้านเราเองได้รับผลกระทบเช่นนี้"

ในวงคุยแลกเปลี่ยนกันในวันนั้น มีการวิเคราะห์กันหลายมุม หลายประเด็น

"สิ่งที่เราต้องทำ คือเรื่องของการสร้างความเข้าใจกันก่อน" 

"เราจะยอมเสียกาดคนตุ๊ก(ตลาดคนจน)ไปหรือ  เพราะว่าร้อยละ 90% ชาวบ้านโป่งอางหากินในป่าผืนนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นวัวควายเราก็หาเล็มหญ้ากินในป่าแถบนั้น  ถ้าเกิดว่าน้ำท่วมวัวควายเราจะหากินได้ที่ไหน"

"สิ่งที่อยากให้ทุกคนไปดูที่ใกล้บ้านเรา คือ  เขื่อนแม่งัด  หน้าเขื่อนระยะทางการเข้าไป 3 กิโลเมตร เขาเอามาทำโรงไฟฟ้า ที่พักพนักงาน ทำสนามกอล์ฟ ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนไหนก็ตาม แม้กระทั่งเขื่อนภูมิพลหน้าเขื่อนระยะทาง 6-7 กิโลเมตร กว่าจะเข้าเขื่อนภูมิพลได้ และเขื่อนนี้ทำขึ้นเพื่อผันน้ำและผลิตกระแสไฟฟ้า"

"ถ้าเป็นหมู่บ้านของเรานั้นโดนเวนคืนทั้งหมด  และถามว่าเราจะอยู่ไหน  โครงสร้างทางสังคมเราก็จะหาย  โครงสร้างทางเศรษฐกิจ การทำมาหากิน กุ้ง หอย ปู ปลา ก็จะหาย  โครงสร้างทางระบบเครือญาติ  พี่น้อง ก็จะเลือนหายไป"

"และบ้านโป่งอางก็จะไม่มีอยู่ในระบบของประเทศไทยต่อไป  โดยการยุบหมู่บ้านและมีการโยกย้ายหมู่บ้านไปอยู่ในพื้นที่แปลงหนึ่งแปลงสอง  โดยการจับฉลากไปอยู่ในพื้นที่ต่างๆ  เช่น กรณีตัวอย่างของฮอด  มีการจับฉลากของการอยู่อาศัย ว่าคนหนึ่งไปอยู่แพร่  คนหนึ่งอยู่เชียงดาว  คนหนึ่งอยู่น่าน  แต่ละคนไปคนละทิศคนละทาง ถ้าไม่ไปก็ไม่มีที่อยู่"

"และในประเทศไทยพื้นที่ลุ่มที่จะมีการทำนานั้นมีเจ้าของทั้งหมดในประเทศไทย  นอกจากที่ดอน ที่สูง  ที่แพะ  ที่เป็นเขตสปก. ที่เขาไม่มีการกินใช้  นั่นแหละเขาจะมีการจัดสรรให้กับเรา เราก็มีการอุ่นใจ เหมือนกับคำเปรียบเทียบที่ว่า "ขายควายแม่ไปซื้อควายตัวผู้"  ควายตัวผู้เลี้ยงเท่าไหร่ก็ไม่เกิดลูกซักที แต่ควายตัวแม่เลี้ยงเท่าไหร่ก็มีการขยายพันธุ์ต่อไป"

"ถ้าเราจดกระดุมเม็ดแรกผิด มันก็ผิดก็เสตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว"

"ไม่มีอะไรใหญ่ไปกว่าประชาชนหรอก"

"นี่เป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องเลือก"

ในตอนท้ายวงแลกเปลี่ยน ชาวบ้านได้มีข้อสรุปกันชัดเจนตรงกันว่า "ต้องคัดค้านขอให้ยุติโครงการโดยทันที!!" 

                            

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เสียงจากโป่งอาง : ทำไมต้องสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำปิงตอนบน?! (ตอน 1)

เสียงจากโป่งอาง : ทำไมต้องสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำปิงตอนบน?! (ตอน 2)

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร