รำลึก ๗ ปีสึนามิ...ถึงมหาอุทกภัย....บทเรียนที่ควรจดจำ

Mon, 12/26/2011 - 11:32 -- ประชาธรรม

เครือข่ายผู้ประสบภัยสึนามิ  เข้าสนับสนุนการช่วยเหลือในมหาอุทกภัยภาคกลาง  จุดแรกที่พวกเราไปคือ ศปภ. ทำให้หวนคิดถึงช่วง ๕ วันแรกของสึนามิ เมื่อ ๗ ปีก่อน ของบริจาคกองเป็นภูเขา มีคนใจอาสาช่วยเหลือกันมากมาย  มีระบบการเบิกจ่ายโดยขั้นตอนการขออนุมัติจากคนๆเดียว  ไม่มีบัตรไม่มีสิทธิได้รับ  ไม่มีคนรับรองไม่ได้ของบริจาค  ระบบราชการทั้งหมดทุ่มสรรพกำลังไปกับการบริหารจัดการของบริจาค  ภาพเดิมๆที่คอยทิ่มแทงหัวใจผู้ประสบภัยอย่างผม  ตลอดมา ๗ปีเต็มๆ  และมันคอยทิ่มแทงอยู่ทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ ระบบนี้เมื่อไหร่รัฐไทยถึงจะทบทวน  สรุปบทเรียนเพื่อการเปลี่ยนแปลงได้เสียที  จะตายกันอีกเท่าไหร่  จะเกิดอีกสักกี่หน ถึงจะยอมจำนนต่อธรรมชาติ  ยอมกระจายการจัดการ  ยอมรับสิทธิชุมชน ยอมรับสิทธิความเป็นมนุษย์ ว่าเขาต้องได้รับการดูแล

"เขาประกาศให้เขตผมอพยพแล้ว  เขาบอกหากไม่อพยพเขาจะตัดความช่วยเหลือทั้งหมด  เราจะทำอย่างไรกันดี"  ชายคนหนึ่งลุกขึ้นถามในที่ประชุมของชุมชนเคหะบางบัว  "ป้าไม่ไปหรอก เพราะหลานพาป้าไปแล้วที่ศูนย์พักพิง  เขาดูแลเราดี  ป้าไม่ใช่ผู้ดี  บางครั้งป้านึกว่าป้าเป็นผู้ป่วยด้วยซ้ำ เพราะเช้าตื่นมารอข้าวเช้า  กลางวันนั่ง นอน รอข้าวเที่ยง บ่ายนอนพักกลางวันรอข้าวเย็น  ป้าก็ว่าป้าไม่ได้ป่วย อยู่ได้ ๗ วันกลับบ้านดีกว่า มีมือมีขาทำอะไรได้อีกเยอะ"  ป้าแย่งเล่าให้ฟัง  แล้วคำถามก็พล่างพรูออกมามากมาย "เราไม่ไป เราจะอยู่อย่างไรดี  เราจะเตรียมอย่างไร  ทำไงดีครับ บทเรียนสึนามิจะแนะนำอะไรเราได้บ้าง"   คำถามสุดท้ายที่ออกจากปากแกนนำชุมชน  ทำให้ทีมเรา ชาไปทั้งตัวเหมือนกัน  ว่าประสบการณ์เราจะช่วยเขาได้แค่ไหน

"สิ่งที่เราควรทำเป็นอย่างแรกในสถานการณ์ที่มาถึงขั้นนี้แล้วนะครับ"(น้ำสูง ๑๐ เซนติเมตร)  ผมเริ่มกระบวนการเรียนรู้เลย เมื่อพวกเขาสนใจ  และยืนยันที่จะอยู่ให้ได้ภายในชุมชน  ๑.) เราควรรวมกลุ่มกันเพื่อทำข้อมูลชุมชนเรา  หากมีแล้วนะครับก็สำรวจเพิ่มเติม เช่น ตรงไหนพอจะเป็นที่พักรวมได้บ้าง อาจมีหลายจุดก็ได้ตามความเหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในชุมชน  ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย เด็ก ผู้หญิงเปราะบาง  ๒.)สำรวจเสบียงว่าหากเราจะอยู่ ๑ เดือนโดยตัดขาดจากโลกภายนอกเราต้องเตรียมอะไรบ้างเท่าไหร่ และเรามีอะไรอยู่บ้างแล้ว ๓.) แบ่งบทบาทหน้าที่กันในชุมชน ทีมประสานภายนอก  ประสานภายใน ความปลอดภัย เวรยาม แม่ครัว ทีม อสม.(พยาบาล) ยารักษาโรค เครื่องครัว ฝ่ายสุขอนามัย ๔.)เราต้องมีทีมวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารและเฝ้าระวังด้วย และต้องหาอุปกรณ์ เครื่องมืออะไรไว้บ้างเพื่ออำนวยความสะดวก  เช่นเรื่องน้ำ  เรื่องไฟฟ้า  เรื่องส้วม  เรื่องเรือ อื่นๆ   นี่คือเรื่องเบื้องต้นในการเตรียมรับมือในภาวะฉุกเฉินขณะนี้ เราต้องลงมือเตรียมทันที  รอใครไม่ได้

จากสึนามิถึงมหาอุทกภัย  บทเรียนทั้งหมดที่มีพวกเราไปช่วยเหลือเฉพาะหน้าด้านกู้ชีพ กู้ภัย  และควบคู่กับการแลกเปลี่ยนที่ช่วยให้เขาช่วยตัวเองได้ด้วย  อนาคตเมื่อเข้าช่วงฟื้นฟูพวกเรามีความจำเป็นที่จะต้องไปหนุนเสริมเรื่องชุมชนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ  เพื่อเขาจะได้ช่วยคนอื่นต่อไป

ครบรอบ รำลึก ๗ ปีสึนามิ  บทเรียนที่ควรจำกลับไม่มีใครอยากจดจำมัน  ไม่มีใครอยากเอาเป็นบทเรียนในการดำรงอยู่ในประเทศนี้ที่มีภาวะเสี่ยงภัยพิบัติ   เมื่อคราวครบรอบ ๖ ปีสึนามิ รัฐบาลมีนโยบายว่าจะจัดงานรำลึกเป็นปีสุดท้าย  เพื่อไม่อยากให้ผู้ประสบภัยต้องระลึกถึงความสูญเสียอีก  ยังมีแนวนโยบายต่อว่า  การซ้อมอพยพก็ไม่ควรต้องซ้อมทุกปี  เพราะไม่รู้เมื่อไหร่จะเกิด  ตลอดทั้ง(๒๕๕๔)ปีที่ผ่านมา ไม่มีการซ้อมอพยพหลบภัยเกิดขึ้นใน ๖ จังหวัดอันดามันเลย   "นักมวยไม่ซ้อมก็ถูกน็อค" สึนามิแผ่นดินไหวจนเกิดความสูญเสียมีเวลาไม่เกิน ๑ ชั่วโมง  น้ำท่วมมีเวลากว่า ๒ เดือนในการเตรียมตัว  มีคนตายมากกว่า ๖๐๐ คน แล้วเราจะกำหนดอนาคตตนเองให้อยู่ในความเสี่ยงของสังคมไทยภายใต้ระบบรัฐไทยอย่างไรดี

๗ ปี บทเรียนสึนามิ  จากภัยพิบัติในประเทศไทย  เครือข่ายผู้ประสบภัยสึนามิได้ขยายตัวออกไปช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยอื่นๆและผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันเองของเครือข่ายประชาชน  จนเกิดพื้นที่รูปธรรมในหลากหลายรูปแบบ  เช่น พื้นที่ชุมชนเมืองจังหวัดอุบลราชธานี  ได้มีแผนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ และมีอาสาสมัครที่ช่วยเหลือกันกว่า ๒๐๐ คน  ที่ทั้งช่วยกันเอง และช่วยเหลือเพื่อนๆ  เครือข่ายชุมชนกระเบื้องใหญ่  เกิดแผนเตรียมความพร้อม  และแผนบริหารจัดการน้ำ ทั้งฟื้นฟูชุมชนครบวงจร  เมื่อภัยเกิดที่ไหนที่นี่ได้ส่งทรัพยากรไปช่วยเหลือเพื่อนๆและกำลังคนหนุนด้วย  เครือข่ายปทุม  หลังจากภัยพิบัติที่ผ่านมาบทเรียนได้ถูกยกระดับขึ้นเป็นเครือข่ายเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ ที่มีระบบการจัดการภายใน และช่วยเหลือกันเอง ช่วยเหลือชุมชนเครือข่ายใกล้เคียง  ขณะนี้ยกระดับไปสู่แผนฟื้นฟูชมชน  ด้านพันธุ์พืช  ต่อไป  พื้นที่เครือข่ายรักษ์อ่าวไทยตอนบน  มีแผนป้องกันภัยพิบัติ ตั้งแต่แผนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง  แผนรับมือน้ำท่วม  แผนพาน้ำลงทะเล  แผนช่วยเหลือกูชีพ น้ำท่วมครั้งนี้ เครือข่ายรักษ์อ่าวไทยขนสรรพกำลังและเครื่องมือทั้งหมดประจำในกรุงเทพฯกว่า ๒ เดือน  ที่ภาคใต้ ก็มีเครือข่ายเขาพนม จ.กระบี่   เครือข่ายชุมชนรอบทะเลสาบสงขลา พื้นที่รูปธรรมต.ท่าหิน  ที่ ต.ขอนคลาน สตูล   และที่อื่นๆอีกมากมาย  วันนี้เครือข่ายประชาชนเดินหน้าไปแล้วในหลากหลายมิติ 

๗ ปีสึนามิ ถึงมหาอุทกภัย  รัฐควรส่งเสริมให้ชุมชนจัดทำแผนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในระดับชุมชนหมู่บ้าน  แผนตำบล โดยต้องสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนให้เป็นรูปธรรม  ทั้งด้านการอบรมอาสาสมัครให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง  สนับสนุนเครื่องมือวัสดุอุปกรณ์  ระบบสื่อสารภายใน  ตามแผนชุมชน  ภัยพิบัติจัดการรวมศูนย์ล้มเหลว  การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นจัดการเอง  รัฐส่วนกลางมีหน้าที่สนับสนุนทรัพยากรทุกด้าน

ในวาระครบรอบ ๗ ปีสึนามิ  ซึ่งมีญาติสนิทมิตรสหายเสียชีวิตไปเกือบ ๕,๐๐๐ คน หนึ่งในนั้นคือคุณพ่อของผม  เพราะฉะนั้นสึนามิคือบทเรียนที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อของคนในชาติ  ควรค่าแก่การรำลึกถึง  การจัดงานรำลึกขึ้นของคนในหมู่บ้านเล็กๆบ้านน้ำเค็มที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  บทเรียนการต่อสู้ของเครือข่ายผู้ประสบภัยสึนามิ  เกิดขึ้นเมื่อสูญเสีย  "จงเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติก่อนที่จะสาย  อย่าได้คอยให้สูญเสียแล้วค่อยเตรียม"    บทเรียนควรค่าแก่การจดจำและเรียนรู้  เชิญทุกท่านร่วมงาน รำลึก ครบรอบ ๗ ปีสึนามิ  ณบ้านน้ำเค็มจังหวัดพังงา วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๔

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร