ฉลองน้ำท่วมบนคราบน้ำตาประชาชน

Thu, 02/09/2012 - 14:15 -- ประชาธรรม

บอกตรง ๆ ว่าช็อคไปชั่วขณะเมื่อทราบข่าวเมื่อต้นสัปดาห์ว่ารัฐบาลกำลังจะจัดงานเลี้ยงฉลองขอบคุณในความสำเร็จของ ศปภ. ในการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมาในวันนี้ 10 กุมภาพันธ์ 2554 ภายใต้ม็อตโต้ของงานว่า "รักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย" ณ ลานสนามหญ้าหน้าตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยการสร้างกระแสข่าวใหญ่โตว่า ฯพณฯ องคมนตรีและรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ รับปากจะเดินทางมาร่วมงานด้วย โดยมีนัยยะว่าเพื่อสร้างความปรองดองแห่งชาติ

ว่ากันว่างานนี้ใช้งบประมาณกว่า 10 ล้านบาท เป็นการจัดงานที่ใหญ่โตเลิศหรูอลังการงานสร้าง มีการเชิญแขกคนไทยคนต่างชาติรวมถึงคณะทูตานุทูตกว่าครึ่งพัน มีการแสดงดนตรีออเคสตร้าจาก 3 เหล่าทัพ มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ 2 ช่องทั้งช่องหอยทาก และทีวีไทย จึงไม่ใช่งานเลี้ยงขอบคุณธรรมดาๆหากเป็นมหกรรมเฉลิมฉลองอย่างหรูหราเอิกเกริก มีอาหารเครื่องดื่มชั้นเลิศที่สั่งมาจากภัตาคารโรงแรมระดับ 5 ดาว ที่ชาวบ้านตาดำ ๆ ไม่มีสิทธิ์แม้จะได้ดมกลิ่นหรือลิ้มลองเลยทีเดียว

ทว่าทั้งหมดนั้นมาจากภาษีของประชาชนทั้งสิ้น

เงินจัดงานดังกล่าวถ้านำไปช่วยผู้ประสบอุทกภัยที่ไม่สามารถได้เงิน 5,000 บาทจากรัฐบาลเพราะไม่มีบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือหลักฐานหรือเอกสารแสดงตน หรืออยู่คอนโดชั้นบนที่ไม่ถูกน้ำท่วม ฯลฯ ทั้ง ๆ ที่ถูกน้ำท่วมเป็นแรมเดือนเฉกเช่นเพื่อนบ้าน จะสามารถช่วยเหลือคนได้มากกว่า 2,000 คนหรือครอบครัวได้เลยทีเดียว เขาจะได้มีเงินซื้อพริก กะปิ น้ำปลา ปลาทู ปลากระป๋อง มาแบ่งกันกินในครอบครัวอยู่ได้กันเป็นเดือน ๆ เชียว

ดีกว่านำมาจ้างเหมาโรงแรมภัตาคารเพียงแค่ระยะเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง แถมกินทิ้งกินขว้าง กลับถึงบ้านสำรากออกมาในห้องน้ำ ห้องส้วม เพราะกินมากไปหน่อย ก็หมดอิ่มแล้ว

หลังจากที่ยกแก้ว ไชโย ๆ ๆ ขอบคุณความสำเร็จชอง ศปภ. แล้ว

ศปภ. ดีเลิศประเสริฐศรีขนาดนั้นเชียวหรือ ทั้งนี้ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2554 ที่ผ่านมาเมื่อนายกรัฐมนตรี ฉายา "นกแก้ว" ของสื่อมวลชนหมดปัญญาคิด "โมเดล" ต่าง ๆ แล้ว ได้ตัดสินใจเซ็นต์คำสั่งที่ 193/2554 เรื่อง "การจัดศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.)" ขึ้นมา โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งทั้งชีวิตทำงานด้านสืบสวนปราบปรามมาโดยตลอด ให้มาเป็นประธาน ศปภ. อย่างผิดฝาผิดตัว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรู้ความสามารถของผู้ออกคำสั่งได้ชัดเจนที่สุดประการหนึ่ง

อยากจะให้ผู้อ่านใช้เวลาคิดสักชั่วโมงหรือหนึ่งวันก็ได้ว่า ตลอดระยะเวลาที่สังคมไทยมี ศปภ. เกิดขึ้นมา 3-4 เดือนนั้น ศปภ.มีผลงานอะไรเป็นที่ประจักษ์โดยชัดแจ้งบ้าง มีไหม หรือมีแต่เรื่อง สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับผู้ประสบอุทกภัยตลอดมา ตั้งแต่ปล่อยให้มีการเอาของบริจาคไปให้นักการเมืองในสังกัดเอาไปแจกจ่ายพวกเดียวกัน หรือติดชื่อนักการเมืองทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ของ ๆ ตน หรือมีแต่แย่งซีนกันออกทีวีออกสื่อ แถลงหรือให้ข้อมูลอันสับสนอลหม่านกับประชาชน ว่าน้ำจะท่วม ประตูน้ำจะแตก ฯลฯ บนพื้นฐานของข้อมูลที่ว่างเปล่า ทั้งที่เป็นจริงบ้างไม่จริงบ้าง หรือปล่อยให้นักการเมืองพรรคตัวเองสั่งปิดเปิดพนังหรือประตูน้ำได้ตามใจชอบ หรือสั่งให้มีการตั้งบิ๊กแบ็คมั่วไปหมด โดยไม่มีการวางแผนหรือวิเคราะห์ผลกระทบที่จะตามมา หรือแม้แต่การระดมเรือชาวบ้านและของรัฐไปช่วยกันติดเครื่องผลักดันน้ำ ผลาญน้ำมันกันเล่น ๆ โดยไม่ได้ผลตามที่คาดหวัง หรือการสั่งอพยพชาวบ้านโดยไม่รู้เลยว่าจะให้อพยพหนีน้ำไปอยู่ที่ไหน หรืออพยพไปอยู่แล้วจะถูกอพยพซ้ำสองอยู่หรือไม่ หรือการจัดแจกอาหารน้ำดื่มและของยังชีพแบบพอไปทีไม่ทั่วถึง ไม่เพียงพอ หรือตามใจชอบ คนที่มาเร็วมือไวหรือพวกสีเดียวกันก็ได้รับก่อน คนมาช้าหรืออยู่ท้ายหมู่บ้าน หมดสิทธิ์ได้รับเพราะของหมดเสียก่อน ต้องเดินท้องกิ่วกลับบ้าน น้ำตาตกใน ในการให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นธรรมของ ศปภ. ฯลฯ

ประเด็นเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูล หลักฐานอันน้อยนิดที่สามารถยกมาอรรถาธิบายให้สังคมได้จดจำในผลงานและฝีมือที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพของ ศปภ. จนรัฐบาลยินดีปรีดาจนต้องออกมาจัดงานเลี้ยงขอบคุณในครั้งนี้ เสียดายในวันเวลาดังกล่าวสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนติดภารกิจช่วยเหลือประชาชนในต่างจังหวัดซึ่งมีแผนอยู่ก่อนแล้ว ไม่เช่นนั้น จะจัดงานคู่ขนานให้กำลังใจชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมในวันเวลาเดียวกันให้กับทุกผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยากที่ได้รับผลกระทบจากฝีมือการบริหารการช่วยเหลือน้ำท่วมจากผู้ที่มีอำนาจและหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยอาจจะให้ชื่อของงานว่า "งานสาปแช่งอุทกภัย...ขับไล่เสนียดจัญไรแผ่นดิน เพื่อเดินหน้าประเทศไทย" ที่ศูนย์ประชุมใด ศูนย์ประชุมหนึ่ง ซึ่งอาจจะต้องเชิญผู้ที่มอบอำนาจให้สมาคมฯฟ้องคดีต่อศาลปกครองทั้ง 1,047 คนมาร่วมงาน รวมทั้งเชิญญาติของผู้ที่เสียชีวิตจากน้ำท่วมทั้ง 816 รายมาร่วมด้วย

ไม่รู้ว่าท่านนายกมีกุนซือดีหรือไม่เพียงใด หรือมีใครคอยแนะนำบ้างหรือไม่ เพราะหลายครั้งที่ท่านทำผิดกาลเทศะหลายต่อหลายครั้ง แต่ครั้งใดก็ไม่สะเทือนใจเท่าครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจจัดงานที่หรูหราฟูฟ่าบนบาดแผลและคราบน้ำตาของประชาชนพ่อแม่พี่น้องผู้ถูกน้ำท่วมบ้านนานนับแรมเดือน โดยรัฐบาลถ่ายทอดสดความชื่นมื่นเหล่านั้นไปให้รับชมถึงบ้าน เปล่งถ้อยคำความรัก ความสามัคคี ความปรองดอง กันไม่ขาดปาก แต่เหน็บหลังด้วยมีดกระบี่ ที่คอยทิ่มแทงเชือดเฉือนกันทันทียามเพลี่ยงพล้ำ คนในงานอาจจะสดใสยิ้มแย้มแจ่มใส โชว์เพชร โชว์เสื้อผ้าราคาแพง แต่คนดูสลดหดหู่นอนร้องไห้

หลายคน หลายครอบครัว บอกมาว่าเศษเงินที่รัฐบาลโยนมาให้ครัวเรือนละ 5,000 บาทยังไม่ได้ ต้องออกมาชุมนุมประท้วงปิดถนนกันเป็นรายสัปดาห์ บางหมู่บ้านรายชื่อหล่นหายตกสำรวจไปหมดทั้งหมู่บ้าน ทั้ง ๆ ที่ทั้งหมู่บ้านน้ำท่วมเป็นแรมเดือน บางพื้นที่น้ำยังท่วมขังอยู่จนถึงปัจจุบัน ยังต้องเดินบนสะพานไม้เข้าบ้านอยู่ บางบ้านได้เงินค่าชดเชยซ่อมแซมทรัพย์สินที่เสียหายภายในบ้านตามเกณฑ์ที่รัฐบาลตั้งไว้ไม่เกิน 2 หมื่นบาท แต่เอาเข้าจริงได้ไม่ถึง 100 บาทต่อหลังก็มี จนชาวบ้านบางคนฉีกเงินทิ้งต่อหน้าต่อตา นี่หรือคือความสำเร็จของรัฐบาลและ ศปภ. ที่จะต้องออกมาจัดงานเลี้ยง งานฉลองขอบคุณ

ณ เวลานี้ งานหลักที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการทุกวินาที ไม่ใช่หายใจทิ้งไปวัน ๆ นั่นคือ การกำหนดแผนและการปฏิบัติการให้เป็นไปตามแผนอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงระยะเวลาเร่งด่วนก่อนที่น้ำจะมาอีกในระยะเวลา 3-4 เดือนข้างหน้านี้ คือ การเร่งขุดลอก คู คลองหนอง บึง และรื้อฟื้นเวนิชตะวันออกให้กลับคืนมา การจัดระบบรองรับการไหลหลากของน้ำ การเข้าไปเจรจาพูดคุย และกำหนดมาตรการชดเชยเยียวยาประชาชน ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ที่เป็นแหล่งรองรับน้ำตามธรรมชาติ หรือการกำหนดมาตรการเพื่อสร้างความเป็นธรรมระหว่างผู้ที่ถูกน้ำท่วมและไม่ถูกน้ำท่วม ในระบบ "ภาษีน้ำท่วม" โดยเรียกเก็บภาษีคนที่ไม่ถูกน้ำท่วมหรือธุรกิจที่ไม่ถูกน้ำท่วมไปช่วยเหลือชดเชยเยียวยาคนที่ถูกน้ำท่วม ไม่ใช่เอาเวลาทั้งหมดไปนั่งประชุม ประชุม และประชุม พร้อมกับการตั้งคณะกรรมการ ตั้งองค์กร หน่วยงานต่าง ๆ ขึ้นมาเต็มบ้านเต็มเมืองเสียจนเปรอะไปหมดจนเรียกขานจำไม่หมดแล้ว...หรือมัวแต่คิดตื้น ๆ จัดงานเลี้ยงของคุณ ศปภ. ผลาญงบประมาณบนคราบน้ำตาประชาชนเยี่ยงนี้...

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร