มุมมองคนทำงานศิลปะการละคร : ละครเปลี่ยนแปลงมนุษย์และสังคมได้จริงหรือ?!(ตอน 2)

Sun, 03/18/2012 - 07:50 -- ประชาธรรม

"ทั้งหมดเหล่านี้ เชื่อไหมว่ากระบวนการละครอยู่ในทุกส่วนเลยนะ ตั้งแต่เขียนกฎหมาย แล้วก็ทำงานในชุมชนด้วย จะเห็นได้ว่านักละครเพื่อการพัฒนา จะอยู่ในจุดเล็กๆ อยู่ในหมู่บ้านก็จริง แต่ว่าเป็นการพลิกเปลี่ยนจากจุดเล็กๆ ในหมู่บ้านของคนทำละครร้อยเรียงกับกฎหมายทุกๆ ตัว มันก็เกิดประสิทธิภาพ กฎหมายเป็นเรื่องใหญ่ก็จริง แต่ว่าคนกลุ่มเล็กๆในสังคมไม่สามารถรู้ได้ แต่ว่าแต่ว่าละครช่วยพลิกให้ได้" เธอบอกเล่าให้เห็นภาพจากจุดเล็กๆ จนกลายเป็นจุดใหญ่อย่างเห็นได้ชัด

 

เช่นเดียวกับ นางสาวศศิธร คำฤทธิ์ ผู้ประสานงานกลุ่มละครชุมชนกั๊บไฟ ก็ได้บอกเล่าให้ฟังว่า ในฐานะที่เป็นคนทำงานละคร ก็ใช้กระบวนการละครในการพัฒนา ถ้าเป็นละครทั่วๆ ไป ก็จะมองถึงเรื่องว่าเป็นนักแสดงยังไง เขียนบทยังไง แล้วจะนำเสนอละครยังไงให้มันน่าสนใจ แล้วกระบวนการละครที่ที่เราทำอยู่ มันเป็นการใช้กระบวนการละครในการพัฒนาศักยภาพระดับบุคคล หมายถึงเรื่องครอบครัว ชุมชน ให้มีความสุขร่วมกัน มองเห็นปัญหาร่วมกัน และหาทางออกด้วยกัน

"กระบวนการละครจะทำให้คนที่ไม่เคยพูดในเรื่องของตัวเอง อย่างเช่น ผู้หญิงในครอบครัวไม่สามารถพูดเรื่องบางเรื่องที่ไม่มีความสุขของตัวเองกับเพื่อนบ้านหรือกับคนอื่นได้ หรืออย่างเด็กในโรงเรียนที่ไม่สามารถพูดเรื่องปัญหาของตนเองในโรงเรียนได้ แต่ว่าละครจะช่วยเขาในการสื่อสารในเรื่องของเขาออกมาอย่างปลอดภัย อย่างสบายใจ ฉะนั้น ละครก็ช่วยเยียวยาในระดับบุคคลได้"

เธอยังบอกอีกว่า ละครยังช่วยเป็นกระบอกเสียง เป็นเสียงก้องของคนเล็กๆ คนชายขอบของสังคม ว่าพวกเขายังตัวตนอยู่ในผืนแผ่นดินโลกใบนี้

"นอกจากนั้น ละครยังช่วยคนที่มีเสียงน้อยๆ ในสังคมได้เปล่งเสียงออกมา ผ่านละคร ผ่านร่างกายของตนเองได้ ให้สังคมได้รู้ว่า ฉันมีตัวตนอยู่ในสังคมนี้นะ ฉันก็เป็นหนึ่งชาติพันธุ์ที่ยังอยู่ ฉันก็มีสิทธิของฉันในการดำรงอยู่ในสังคมได้เท่ากับเธอ ฉะนั้น ละครจึงรับใช้กระบวนการพัฒนาได้ ถามว่ามันเปลี่ยนแปลงสังคมได้ไหม เปลี่ยนได้นะ" นางสาวศศิธร บอกย้ำอย่างนั้น

ทั้งนี้ เธอได้บอกเล่าถึงการจัดงานเทศกาลละคร ศิลปะและวัฒนธรรม ที่กลุ่มละครชุมชนกั๊บไฟ,เครือข่ายละครชุมชน และHOSO ได้ร่วมกันจัดขึ้นที่หอศิลปวัฒนธรรมและลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเดือนธันวาคม 2554 ที่ผ่านมาว่า ถือว่านี่เป็นต้นทุนทางสังคมที่ในการทำงานของกั๊บไฟ 15 ปีได้สั่งสมมา เนื่องจากการจัดงานที่ผ่านมา มีเพื่อนพี่น้องในเครือข่ายหลากหลายมาร่วมด้วยช่วยกัน ไม่ใช่แค่เครือข่ายด้านละครอย่างเดียว แต่มีทั้งคนทำงานด้านสิ่งแวดล้อม คนรุ่นใหม่ที่ทำงานกับคนพม่า เพื่อนที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน เครือข่ายที่ทำงานต้านขบวนการค้ามนุษย์ เครือข่ายที่ทำงานด้านสื่อ เครือข่ายงานด้านศิลปวัฒนธรรม มาร่วมกันเปิดพื้นที่ในเทศกาลละครกันเยอะมาก

"การจัดกิจกรรมที่ผ่านมานั้นทุกคนเอามาแชร์พื้นที่กันว่า ฉันทำอะไรอยู่ มีตัวมีตนอยู่ที่ไหน และนำมาแลกเปลี่ยนกันว่า ยังมีความคิดแบบนี้ในโลกด้วยนะ และเราสนใจพื้นที่ความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมร่วมกันด้วยงานศิลปะ ยกตัวอย่าง เช่น ชมรมไอคิโด้ ซึ่งไอคิโด้เป็นศิลปะการป้องกันตัวที่ไม่ได้เป็นการปะทะแต่ว่าเป็นการป้องรับอย่างสันติ นอกจากนั้น ยังมีศิลปะอีกหลายๆ แขนง ที่บ่งบอกถึงตัวตน บอกถึงความเป็นอยู่ของคนที่อยู่ในสังคมที่มีความหลากหลาย อย่างเช่น คนไทยใหญ่มีรำนก รำโต คนปกาเกอะญอมีเตหน่า คนญี่ปุ่นมีไอคิโด้ คนล้านนามีตบบ่าผาบและฟ้อนเจิง ซึ่งศิลปะแบบนี้ไม่ค่อยมีใครพูดถึงเท่าไหร่ แน่นอนว่า ถ้าเราเห็นงานศิลปะทั่วๆ ไป ไม่ได้วิพากษ์สังคมอะไรมากนัก หรือไม่ได้ชี้แจงเรื่องมนุษย์และผู้คนในสังคมมากนัก แต่ว่าศิลปะหลายๆ ตัวที่อยู่ในเทศกาลละครมันช่วยอธิบายความเป็นอยู่ ความคงอยู่ของเผ่าพันธุ์นั้น ของคนกลุ่มนั้น เป็นการบอกพื้นที่ความคิดที่ชัดเจนว่า ฉันไม่ได้ทำงานศิลปะเพื่อศิลปะอย่างเดียว ฉันไม่ได้ทำงานศิลปะเพื่อเงิน หรือความงามอย่างเดียวแต่ฉันทำงานศิลปะเพื่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมด้วย" ผู้ประสานงานกลุ่มละครกั๊บไฟ บอกเล่า

เมื่อได้รับฟัง เรียนรู้และเข้าชมงานละครชุมชน ทำให้หลายคนเริ่มรับรู้ว่า งานละครชุมชนนั้นสะท้อนให้เห็นตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ระดับครอบครัว ไปจนถึงเรื่องของสิทธิมนุษยชน หรือรัฐธรรมนูญเลยทีเดียว

นางสาวศศิธร บอกเล่าให้ฟังอีกว่า ในระยะสิบปีแรกที่ทำงานละครกั๊บไฟ เห็นได้ว่าตั้งแต่ที่เริ่มทำงานกับเรื่องเด็กเรื่องผู้หญิงมาก่อน ตั้งแต่บ้านเรามีตกเขียว ตั้งแต่มีการพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญใหม่ที่เขาให้ผู้หญิงผู้ชายมีสิทธิเท่าเทียมกัน พ่อไม่สามารถตีลูกได้ สามีไม่สามารถตีภรรยาของตนเองได้ ผู้หญิงสามารถไปแจ้งความฟ้องร้องสามีตนเองได้ สิ่งที่คนไม่รู้ แต่ว่าช่วงนั้น ละครสามารถเป็นกล่องเสียงช่วยให้ผู้หญิงบางกลุ่มในครอบครัวได้ลุกขึ้นมาพูดเองได้ นี่คือเปลี่ยนแปลงในระดับบุคคล ที่ไม่เคยรูสึกปลอดภัย เมื่ออยู่ที่บ้านก็รู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ที่บ้าน เดินออกมาข้างนอกก็สามารถพูดสื่อสารกับคนอื่นได้ เปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่จุดที่เป็นตัวของตัวเองจนมาถึงเรื่องของชุมชน จนมาถึงเรื่องของสังคมในปัจจุบันนี้ เมื่อกฎหมายเรื่องการค้ามนุษย์ ได้ถูกขยับไปถึงระดับนานาชาติ รัฐบาลยอมรับกฎหมายตัวนี้ แล้วก็บทบาทหญิงชายเริ่มเป็นตัวเป็นตนขึ้นได้

"ทั้งหมดเหล่านี้ เชื่อไหมว่ากระบวนการละครอยู่ในทุกส่วนเลยนะ ตั้งแต่เขียนกฎหมาย แล้วก็ทำงานในชุมชนด้วย จะเห็นได้ว่านักละครเพื่อการพัฒนา จะอยู่ในจุดเล็กๆ อยู่ในหมู่บ้านก็จริง แต่ว่าเป็นการพลิกเปลี่ยนจากจุดเล็กๆ ในหมู่บ้านของคนทำละครร้อยเรียงกับกฎหมายทุกๆ ตัว มันก็เกิดประสิทธิภาพ กฎหมายเป็นเรื่องใหญ่ก็จริง แต่ว่าคนกลุ่มเล็กๆในสังคมไม่สามารถรู้ได้ แต่ว่าแต่ว่าละครช่วยพลิกให้ได้" เธอบอกเล่าให้เห็นภาพจากจุดเล็กๆ จนกลายเป็นจุดใหญ่อย่างเห็นได้ชัด

เธอยังได้ยกตัวอย่าง กรณีที่มีส่วนสนับสนุนให้เด็กเยาวชนปกาเกอะญอได้รวมตัวกันก่อตั้ง "กลุ่มละครเร่มือเจะคี" หรือที่หลายคนรู้จักกันในนามดินแดนป่าสนวัดจันทร์ ขึ้นมาว่า ละครเร่มือเจ่ะคี ทางละครกั๊บไฟได้ทำงานร่วมกับชิ สุวิชาน ศิลปินปกาเกอะญอ ในพื้นที่ของอำเภอกัลญาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่กำลังเป็นการตั้งรับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของมือเจ่ะคี ที่คนทั้งอำเภอที่ป่าสนวัดจันทร์ต้องเข้าใจว่า อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง แล้วจะตั้งรับมันยังไง

"ในกระบวนการละครในชุดนี้ ก็ใช้กระบวนการละคร ทำให้เด็กได้ลุกขึ้นมาพูดได้ สื่อสารในสิ่งที่ตัวเองคิด แล้วก็รู้สึกในการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ถนนใหม่ ที่ว่าการอำเภอใหม่ การปกครองแบบใหม่ สังคมแบบใหม่ที่จะเกิดขึ้น เราจะรับไหวไหมกับความเปลี่ยนแปลง แล้วเขายอมรับกันแค่ไหนยังไง ในตัวกระบวนการละครก็ให้น้องๆ ได้เรียนรู้ความเป็นชาติพันธุ์ของตัวเอง ผ่านละคร แล้วก็กลับไปรื้อฟื้นธา หรือว่าเรื่องเล่าคำสอนของผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เรียนรู้ก่อน แล้วถึงจะส่งต่อให้เพื่อน นำธามาพัฒนาเป็นละครแล้วก็เป็นคนบอกต่อ ถ้าเราจะมานั่งพูดไม่มีใครฟังหรอก แต่ว่าเด็กๆ สื่อสารด้วยละคร เป็นเรื่องเก่าที่นำมาใส่เรื่องใหม่ เป็นธาเรื่องเก่าที่เคยฟังแต่ถูกนำมาดัดแปลงปรับให้เป็นละคร"

เธอบอกว่า ละครเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างนักแสดงเรื่องราวกับคนดู แต่ผลตอบรับนั้นดีเกินคาด

"การเผชิญหน้ากันระหว่างนักแสดงบนเวทีซึ่งเป็นเด็กเล็กๆ มาสื่อสารกับผู้ชมด้วย นั่นหมายถึงว่าข้อมูลได้แลกเปลี่ยนกันเรื่องราว ได้แลกเปลี่ยนกันต่างยุคต่างสมัย มีการนำเสนอเปรียบเปรยเรื่องเก่ามาใส่ข้อมูลใหม่ เรื่องใหม่ที่มันกำลังจะเกิดขึ้น อย่างเช่น ถนนใหม่คืออะไร ต้นไม้ต้นใหม่มันคืออะไร สิ่งที่เราจะเลือกเป็นอัตตลักษณ์ความเป็นปกากะญอแบบเดิมหรือจะเอาความเป็นเมืองใหม่ของอำเภอกัลญาณิวัฒนาไหม ละครเป็นตัวจุดประกายให้คนอำเภอกัลญาณิวัฒนาได้ย้อนถามตัวเองอีกครั้งหนึ่งว่า ตกลงจะเอาแบบไหนกันแน่ คนดูบางคนถึงกับร้องไห้เพราะว่าถ้าฟังนิทานเรื่องเดิมจะเป็นเรื่องเก่า แต่ว่าเรื่องใหม่มันเกี่ยวข้องกับปัจจุบันมาก ป่าของฉันก็จะหายไป ที่ไร่ที่นาของฉันก็จะกลายเป็นรีสอร์ทจริงเหรอ"

ผู้ประสานงานกลุ่มละครชุมชนกั๊บไฟ บอกเล่าอีกว่า ละครที่เด็กๆ เยาวชนในพื้นที่อำเภอกัลยาณิวัฒนาได้แสดงนั้น บางครั้งเป็นเรื่องเศร้า แต่มันต้องหาทางออกด้วย

"เรื่องบางเรื่องมันก็เศร้า แต่ไม่ได้เศร้าอย่างเดียว มันก็ต้องหาทางออกด้วย ไม่ได้จมอยู่กับนิทานโรแมนติกอย่างเดียว แต่คุณจะตั้งรับอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงที่มันจะเกิดขึ้น ละครก็เป็นสิ่งที่ท้าทายชวนให้เขาลุกขึ้นมาพูดเรื่องเดียวกันอีกครั้งหนึ่ง ถามว่ามันจะเปลี่ยนแปลงหน้ามือเป็นหลังมือไหม หรือว่าชาวบ้านต้องลุกขึ้นมาม็อบและเรียกร้องสิทธิเหมือนกันไหม เพราะว่าการเรียกร้องของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ว่าต่อจากนี้ คนกัลญาณิวัฒนาต้องเรียกร้องเอาอัตลักษณ์ของตนเองกลับคืนมาแบบไหนยังไงนั้น ต้องดูกันว่าในอนาคตจะเป็นยังไง เพราะว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่มากสำหรับเขา บางคนรับไม่ทัน บางอย่างก็ช้าเกินไป

แน่นอน ผลของการทำละครเร่มือเจะคี นอกจากจะช่วยสะท้อนปัญหาความจริงในชุมชนแล้ว เด็กๆ เยาวชนกลุ่มนี้ยังได้เรียนรู้เรื่องละครมากยิ่งขึ้น

"ใช่ มันทำให้เด็กๆ และเยาวชนคนรุ่นใหม่นี่เข้าใจละกระบวนการของละคร ทำให้เขาเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น โดยไม่ต้องมาฟังเลคเชอร์ ไม่ต้องมาฟังร่วมกับคนที่เป็นผู้ใหญ่ที่อยู่ในหมู่บ้าน แต่เขาสามารถเรียนรู้ด้วยตัวของเขาผ่านกระบวนการละคร"

นั่นเป็นบางตัวอย่าง ของบทบาทของละครชุมชน ที่หลายๆ กลุ่มกำลังเคลื่อนไปในแต่ละชุมชน ซึ่งทำให้หลายคนพอจะเข้าใจมากขึ้นแล้วว่า ละครเปลี่ยนแปลงมนุษย์และสังคมได้จริงหรือ.

ลิงค์ การแสดงละครเร่ มือเจะคี

http://www.youtube.com/watch?v=84Cgn-npcHY

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

มุมมองคนทำงานศิลปะละคร : ละครเปลี่ยนแปลงมนุษย์และสังคมได้จริงหรือ? ตอนที่ 1

 

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร