เปิดหนังสือ "การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550"

Wed, 09/12/2012 - 11:45 -- ประชาธรรม

ประเด็นที่ร้อนแรงและถูกถกเถียงในช่วงปีนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น แต่สังคมไทยก็หาได้มีความคิดไปในทิศทางเดียวกันไม่ นอกจากจะมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยแล้ว ในกลุ่มฝ่ายที่เห็นควรให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นก็ยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน

ฝั่งคนเสื้อแดงเห็นควรให้แก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 เป็นเค้าโครงร่าง เพื่อล้างผลพวงของการรัฐประหารเมื่อปี 2549 ในขณะที่ภาคประชาชนบางพื้นที่เสนอโมเดล "จังหวัดจัดการตนเอง" และเริ่มล่ารายชื่อเพื่อเสนอเป็นพ.ร.บ. เพราะเชื่อว่าจะก่อให้เกิดการกระจายอำนาจและแก้ไขปัญหาที่เป็นรากเหง้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเหลื่อมล้ำ การรวมศูนย์อำนาจ ฯลฯ

หนังสือเล่มนี้ก็พยายามเสนอแนวความคิดเรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ในอีกรูปแบบหนึ่งที่แตกต่างไปจากสองแนวความคิดที่ได้กล่าวมา คือ เห็นตรงกับฝั่งคนเสื้อแดงที่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 แต่การแก้ไขควรผูกโยงไปถึงการปฏิรูปเชิงโครงสร้างต่าง เช่น ต้องปฏิรูปกองทัพ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เป็นต้น และไม่เห็นด้วยกับโมเดล "จังหวัดจัดการตนเอง" เพราะมองว่า ท้ายที่สุดแล้วกระบวนการนี้จะล้มเหลว ไม่สามารถไปถึงฝั่งฝันได้ เนื่องจากยังไม่มีการปฏิรูปโครงสร้างระดับบน ซึ่งได้ยกตัวอย่างถึงการผลักดันพ.ร.บ.ของภาคประชาชนฉบับต่างๆในช่วงที่ผ่านมาว่า ต้องประสบกับความล้มเหลวเพราะไม่สามารถผ่านรัฐสภาได้ หรือฉบับที่สามารถผ่านได้ก็ถูกแก้ไขบิดเบือนจนเสียเจตนารมณ์ที่แท้จริงไป

ประชาธรรมเห็นว่าการนำเสนอแนวคิดที่แตกต่างออกไปของหนังสือเล่มนี้ จะก่อให้เกิดการถกเถียงทางสาธารณะอย่างมีนัยสำคัญ เพราะความเห็นที่แตกต่างย่อมนำมาซึ่งความรู้และความคิดใหม่เสมอ...

 

--------------------------------------------

 

 

บทบรรณาธิการ

เจษฎา โชติกิจภิวาทย์

วิทยากร บุญเรือง

 

การรวมศูนย์อำนาจในสมัยรัฐสมบูรณาญาสิทธิราช รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้มีกระบวนการผนึกความเป็นหนึ่งเดียวโดยการทำลายศูนย์อำนาจต่างๆเพื่อเข้าสู่ศูนย์อำนาจของส่วนกลาง มีการสร้างระบบราชการ กองทัพ เพื่อปกครองควบคุมอาณาบริเวณ "ประเทศไทย" มีการสถาปนากฎหมายด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งออกกฎหมายด้านองค์กรสงฆ์ และอื่นๆ เพื่อรวมศูนย์อำนาจผูกขาดในการบริหารจัดการไว้ที่ส่วนกลาง

นอกจากนี้แล้วยังมีสร้างองค์ความรู้ด้านวัฒนธรรม-ภาษา และด้านอื่นๆ เพื่อครองอำนาจทางอุดมการณ์วัฒนธรรมในสังคมไทย หรือในอีกด้านหนึ่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการรวมศูนย์อำนาจการปกครองบริหารเข้าสู่ศูนย์กลางแทบทุกปริมณฑล โดยมีการปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน เป็นกระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ ซึ่ง ธเนศวร์ เจริญเมือง ได้กล่าวถึง ประวัติศาสตร์การรวมศูนย์อำนาจ แนวคิดทฤษฎีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นในรูปแบบต่างๆ พร้อมเสนอทางออกไว้ในหนังสือเล่มนี้

อย่างไรก็ตาม ต่อมา ภายหลังการปฏิวัติ 24 มิถุนายน 2475 คณะราษฎร นาโดยปรีดี พนมยงค์ ได้มีแนวคิดในการกระจายอำนาจสู่ส่วนท้องถิ่นในรูปแบบของเทศบาล และได้มีการจัดตั้งเทศบาลขึ้นในปี พ.ศ. 2476 โดยมีการตราพระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล พ.ศ. 2476 หรือกล่าวได้ว่า การผลักดันให้มีการกระจายอำนาจครั้งแรกมาจากส่วนสำคัญของคณะราษฎร ผู้ปรารถนาสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง ขณะที่การกระจายอำนาจในสังคมไทยปัจจุบัน ไม่ว่าการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร หรือองค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเมืองพัทยา ก็หาได้เป็นการกระจายอำนาจที่แท้จริงแต่อย่างใด ยังมีข้อจำกัดมากมายที่อำนาจส่วนกลางยังควบคุมกำกับอยู่ ที่สำคัญเนื่องเพราะประเทศไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อำนาจนอกระบบหรือระบอบอำมาตยาธิปไตยยังครองอำนาจนำ จึงไม่เหมือนประเทศอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อเมริกา อังกฤษ เป็นต้น

บทความของ ณัฐกร วิทิตานนท์ ในหนังสือเล่มนี้ ก็ได้ชี้ให้เห็นถึง พัฒนาการของการกระจายอำนาจที่เป็นผลโดยตรงจากการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญต่างประเทศที่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการปกครองท้องถิ่นบรรจุอยู่ พร้อมหยิบยกประเทศญี่ปุ่นที่มีลักษณะทางการเมืองโดยรวมใกล้เคียงกับประเทศไทยมาใช้เป็นตัวอย่างที่ดีของประเทศที่ประสบความสำเร็จในการกระจายอำนาจด้วยรัฐธรรมนูญข้อเสนอแนะบางประการเกี่ยวกับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้เป็นโอกาสสำคัญยิ่งนัก

นอกจากนี้แล้ว บทความของ สำนักเรียนรู้การกระจายอำนาจและปกครองตนเอง (กอปอ.) ในหนังสือเล่มนี้ ได้กล่าวถึงการเรียกร้องให้มีการกระจายอำนาจในสังคมไทยว่ามีความเป็นมาอย่างไร และมีข้อเสนอในรูปแบบต่างๆ ในแต่ละช่วงประวัติศาสตร์การเมืองไทย ทั้งในรูปแบบขององค์กรบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล รวมทั้งข้อเสนอให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และการปกครองท้องถิ่นในรูปของนครรัฐปัตตานีที่กาลังเป็นข้อถกเถียงในปัจจุบัน

พร้อมข้อถกเถียงในแต่ละช่วงการขับเคลื่อน รวมทั้งยังได้ตั้งข้อสังเกตและวิพากษ์วิจารณ์ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน "ขบวนการจังหวัดจัดการตนเอง" ซึ่งมีผู้นำส่วนหนึ่งที่สำคัญมีบทบาททางการเมืองฟากฝั่งอนุรักษ์นิยมหรือสนับสนุนฝ่ายอามาตยาธิปไตยมาตลอดทั้งเปิดเผยและไม่เปิดเผย ทั้งช่วงก่อนและหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ช่วงหนึ่งพวกเขาก็เคยร่วมผลักดันให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญ 2550 และปัจจุบันก็ยังมีบทบาทคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 อยู่เช่นเดิม

วิธีคิดของคนเหล่านี้ก็เช่นเดียวกับ สำนักคิดประเวศ วะสี ซึ่งมักสรุปอย่างง่ายๆ ว่าถ้ามีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นแล้ว ก็จะแก้ไขปัญหารัฐประหารในสังคมไทยได้เลยในทันที และก็หาไม่ตั้งเจตจำนงแน่วแน่ในการผลักดันให้สังคมไทยเป็นประชาธิปไตยแต่อย่างใดไม่ เช่น ต้องปฏิรูปกองทัพ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เป็นต้น

นอกจากคำว่า "จังหวัดจัดการตนเอง" ซึ่งแปรเป็นรูปธรรมคือ "พ.ร.บ.เชียงใหม่มหานคร" ที่ยังตั้งความหวังไว้กับกระบวนการออกกฎหมายที่ต้องผ่านมือวุฒิสมาชิกที่มาจากการลากตั้งซึ่งล้วนแล้วนิยมอามาตยาธิปไตย หรือในทางตรงกันข้ามพวกเขาเหล่านี้ยังมีแนวคิด จุดยืน ในการขับเคลื่อนไปทางฝั่งอามาตยาธิปไตยที่ขัดขวางเส้นทางประชาธิปไตยเสมอมาด้วยซ้ำ

ขณะที่ประวัติศาสตร์การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นที่แท้จริงทั่วโลก มักมาควบคู่กับการก่อเกิดประชาธิปไตยที่แท้จริง หรือประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ที่ปราศจากอำนาจนอกระบบอยู่เหนืออำนาจประชาธิปไตยอย่างที่เห็นและเป็นอยู่ในสังคมไทยปัจจุบัน

หนังสือเล่มนี้ได้เปิดประเด็นเหล่านี้ เพื่อแสวงหาทางออกเรื่องการกระจายอำนาจและการขับเคลื่อนในการสร้างประชาธิปไตยให้สมบูรณ์ แน่นอนว่าต้องผลักดันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 อย่างมิอาจปฏิเสธได้ เช่นกัน

 

สามารถโหลดหนังสือฉบับPDFได้ที่นี้ ((คลิ๊ก))



ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร