เปิดบทสนทนาเรื่องเมืองช้า สำหรับเชียงใหม่

Mon, 05/27/2013 - 10:28 -- ประชาธรรม

แนวคิดเรื่องเมืองช้า มีคนพูดกันมาประมาณ 10-15 ปีแล้วโดยเริ่มจากในประเทศอิตาลี ที่เป็นต้นกำเนิดของ Slow Food Movement (ดู Citta Slow และ Slow Food ได้จาก Wikipedia) และมีการพัฒนาจนกลายเป็นการรวมกลุ่มระดับนานาชาติที่เรียกว่า Citta Slow หรือ Slow Cities International

 

เรื่องเมืองช้าของเชียงใหม่ใช่ว่าจะเป็นแนวคิดที่เลวร้ายนะครับ ในแง่คอนเซปท์ถือว่าน่าชมเชยเวลาวิจารณ์แนวคิดนี้จึงต้องพุ่งไปที่การนำมาปฏิบัติ

 

ในแง่ภูมิศาสตร์ ประเทศต่างๆมีจังหวะของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ไม่เท่ากันอยู่แล้ว(ขึ้นอยู่กับระดับการเปิดออกสู่การกำกับของเศรษฐกิจโลกซึ่งมาจากนโยบายเศรษฐกิจมหภาคเป็นสำคัญ) เช่นใครเคยไปยุโรปต้องเข้าใจว่าฝรั่งเศสช้ากว่าอังกฤษยังไง และแน่นอน ยุโรปภาคพื้นทวีปหลายประเทศช้ากว่าอเมริกาแต่กระทั่งภายในประเทศเดียวกัน เมืองบางเมืองก็ช้ากว่าหลายเมืองแต่ที่เป็นอย่างนั้นได้เพราะโครงสร้างการแบ่งเขตการปกครองเอื้ออำนวยให้เมืองหรือเขตนั้นสามารถกำหนดความเป็นไปในทางเศรษฐกิจและสังคมของตัวเองได้ซึ่งในประเด็นนี้ คงต้องมาเน้นที่ความเป็นอิสระในการกำหนดกฏระเบียบของเมืองซึ่งผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่ในเชิงหลักการ คิดว่าเรื่องที่สำคัญคือมีการกระจายอำนาจออกจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่นแล้วและเมืองสามารถเก็บภาษีและจัดสรรรายได้ของตัวเอง นอกจากนี้หน่วยการปกครองของเมืองสามารถออกกฎระเบียบของตัวเอง เช่นเพื่อควบคุมและจำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจของธุรกิจขนาดใหญ่และให้แรงจูงใจกับธุรกิจขนาดเล็ก สหกรณ์ เครือข่ายเกษตรกร ฯลฯ

 

ข้อควรระวังคือ เราไม่ต้องการให้เกิดการจำลองเขตเมืองช้าในทำนองเดียวกับการประกาศเขตสงวนรักษาความเป็นเมืองเก่า ที่ทำให้เกิดเมืองช้าในบางส่วนขณะที่ส่วนอื่นๆสามารถเติบโตอย่างเป็นอิสระเช่นเดียวกับส่วนที่เหลือของประเทศและภูมิภาคเพราะถ้าทำเช่นนั้น ย่อมเท่ากับเรากำลังส่งเสริมการพัฒนาที่เหลื่อมล้ำโดยจำกัดโอกาสของคนบางส่วน

 

พูดง่ายๆเมืองช้าต้องไม่เกิดจากการบล็อกเขตบางเขตหรือกลุ่มคนบางกลุ่มเอาไว้โดยปราศจากความสมัครใจแต่ต้องส่งเสริมเขตหรือกลุ่มคนบางกลุ่มที่พร้อมจะลงทุนกับนโยบายที่ปฏิเสธกระแสทุนกระแสหลักหรือกระแสทุนแบบโลกาภิวัฒน์ที่ทำทุกอย่างให้เป็นสินค้าลดทอนความหลากหลายเชิงวัฒนธรรม และขูดรีดคนงาน นโยบายทางเลือกสำหรับเมืองช้าจึงเป็นนโยบายอย่างเช่น การส่งเสริมร้านอาหารหรือโรงแรม (ขนาดเล็ก)ที่จ้างคนงานในอัตราค่าแรงที่อย่างน้อยเท่ากับ/สูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำจัดหาที่พักที่เหมาะสมและมีกระบวนการผลิตที่ใช้วัตถุดิบที่หาได้ในชุมชนหรือใช้บริการร้านค้าหรือสหกรณ์ของคนท้องถิ่น

 

แน่นอนว่า นโยบายแบบนี้ต้องทำควบคู่กับการควบคุมและจำกัดธุรกิจที่"เร็ว" อย่างเช่น การจำกัดห้างค้าปลีกขนาดใหญ่โดยโซนนิ่งหรือเก็บภาษีสูงมาก หรือการปฏิเสธการขยายตัวของธุรกิจฟาสต์ฟู้ตส์นอกจากนี้ ข้อสังเกตประการหนึ่งก็คือ นโยบายแบบนี้เป็นไปได้สูงในประเทศ"หลังอุตสาหกรรม" ที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจเปลี่ยนจากการเน้นภาคการผลิตมาเป็นภาคการบริการแทนข้อท้าทายสำคัญของนโยบายแบบนี้จึงอยู่ที่การจัดวางความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มคนงานและผู้ประกอบการให้สมดุล ดังนั้นในขั้นตอนของการปฏิบัติจริงๆ เมืองต้องรับฟังความคิดเห็นปัญหาและข้อเรียกร้องจากทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง

สิ่งที่ต้องเน้นก็คือเราต้องไม่ลืมว่าเหตุผลสำคัญที่แนวคิดทางเลือกต่างๆ ไม่ได้ถูกนำมาปฏิบัติมีที่มาจากความกลัวของนักธุรกิจ (ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจขนาดกลางและเล็ก)ว่าจะถูกตัดขาดออกจากระบบเศรษฐกิจโลก ดังนั้น การสร้างเมืองช้าในระยะยาว ต้องเกิดจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการลงทุนโดยจูงใจให้เห็นว่านโยบายใหม่เป็นนโยบายที่ไม่ใช่การหันหลังให้กระแสโลก  แต่เป็นการก้าวไปข้างหน้าเร็วกว่าคนอื่น!นั่นคือ ไปสู่การพัฒนาที่ทุกคนอยู่ร่วมกันได้ ไม่สร้างวิกฤตในแบบที่เป็นอยู่ทุกคนในที่นี้ หมายถึงทั้งชนชั้นนายทุน เกษตรกร คนงานและนายทุนขนาดเล็กรวมทั้งในแง่ของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม (ตรงนี้อาจฟังดูอุดมคติแต่บนเงื่อนไขของระบบทุนนิยมโลกปัจจุบัน การเสนอทางเลือกของทุนนิยมจากภายนอกระบบอาจเป็นไปไม่ได้แล้ว คงต้องเริ่มจากตรงชายขอบแล้วค่อยๆออกไปตรงพื้นที่ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม แต่แน่นอน ไม่ใช่ย้อนเวลากลับหลัง)

 

เมืองช้าจึงต้องเกิดจากข้างล่าง คือกลุ่มหรือเครือข่ายที่ต้องการจะสร้างเศรษฐกิจทางเลือกที่เอื้อประโยชน์ให้กับคนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร คนงาน ธุรกิจขนาดเล็กไม่ใช่เกิดจากการครอบลงมาจากข้างบน เป็น showcaseที่พอเปลี่ยนรัฐบาล โครงการก็รอวันตาย...

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นเปิดบทสนทนาเพื่อผลักดันนโยบายเมืองช้าต่อไปอยากให้เพื่อนๆ ในเชียงใหม่ช่วยกันแลกเปลี่ยนหรือแสดงความเห็นด้วยครับ

 

หมายเหตุ - เกรียงศักดิ์ ธีระโกวิทขจร กำลังศึกษาในระดับปริญญาเอกสาขาภูมิศาสตร์แรงงาน (Laborgeographies) ที่ Departmentof Geography, Maxwell School of Syracuse University

 

ที่มา : บันทึก Facebook/Kriangsak Teera

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร