รองอธิการบดีมช.ชี้แจงกรณีผอ.สถาบันภาษาส่อเสียดนักข่าว Asia calling

Mon, 10/07/2013 - 16:21 -- ประชาธรรม

เชียงใหม่/รองอธิการบดีมช.ชี้แจงกรณีสถาบันภาษาสื่อเสียดนักข่าว Asia calling เผยยอมรับความผิดพลาด ของสถาบันภาษา ด้านผู้สื่อข่าวเข้าแจ้งความผอ.สถาบันภาษาฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า พร้อมยื่นหนังสือถึงมช.ให้ทำหนังสือชี้แจงเหตุการณ์จากมช.ถึงต้นสังกัด-ตรวจสอบคุณภาพการแปลของสถาบันภาษาย้อนหลัง 1 ปี

 

 

นับเนื่องจากกรณีที่นางกรรณิกา เพชรแก้ว ผู้สื่อข่าว Asia Calling ประจำประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่ออธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา  หลังรศ.เหรียญ หล่อวิมงคล ผู้อำนวยการสถาบันภาษาของมหาวิทยาลัยฯ โทรศัพท์ไปถึงผู้สื่อข่าว Asia Calling ประจำประเทศไทย แสดงความไม่พอใจ ต่อการทักท้วงความผิดพลาด โดยการใช้วาจาที่ส่อเสียด คุกคาม ต่อการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนนั้น

 

 

ล่าสุดวันนี้ 7 ต.ค.2556 รศ.โรม จิรานุกรม รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และนักศึกษาเก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่า การทำงานกับชุมชนเป็นปณิธานหลักของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือแม้แต่งานวิจัยมันก็ควรนำไปรับใช้สังคมหรือชุมชน ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ Asia calling ก็เช่นกัน มช.รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำงานร่วมกัน  แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นขอแยกเป็นสองประเด็น หนึ่ง คือ มาตรฐานในการแปล สอง คือ พฤติกรรมของผู้อำนวยการที่ไม่เหมาะสมเนื่องจากไปทำให้เกิดความไม่สบายใจต่อผู้สื่อข่าว

 

ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเป็นมาตรฐานนั้น ทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่เป็นอันดับต้นๆของประเทศ หรือแม้แต่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฉะนั้นในแง่คุณภาพเราจึงมีหลักในการประเมินคุณภาพทุกส่วนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น คณะ สำนัก สถาบัน ล้วนแต่มีการทำประกันคุณภาพ เพื่อให้คุณภาพยังอยู่ เพราะสิ่งที่ผมเน้นย้ำจากทุกส่วนงาน หัวหน้าส่วนงาน ผู้อำนวยการ คือ คุณภาพต้องมาก่อน เพราะคุณภาพนั้นจะทำให้เราอยู่ยั่งยืน และเราได้มอบหมายเรื่องนี้ให้สถาบันภาษาไปแล้วด้วย

"เราเข้าใจในเจตนาของผู้อำนวยการว่าต้องการจะแปลให้งานออกมาดี แต่ก็ยอมรับหลังจากที่ได้ศึกษาข้อมูลที่ยื่นมาโดยละเอียด ว่ามีจุดบกพร่องอย่างที่คุณกรรณิกา ผู้สื่อข่าวของ Asia calling ได้ชี้แจงมาอย่างชัดเจนที่สุดว่า มีความบกพร่องฉะนั้นจึงไม่ขอแก้ตัวในประเด็นนี้"

 

ประการที่สอง เรื่องพฤติกรรมที่ผอ.สถาบันภาษาโทรศัพท์ไปในลักษณะนั้น โดยที่คุณกรรณิกา กล่าวว่าเป็นการส่อเสียดนั้น ก็มีเหตุที่ทำให้เชื่อว่าเป็นความจริง เพราะฟังจากน้ำเสียงและการโทรศัพท์ไปตนมฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจ และเป็นสิ่งที่จะทำให้ภาพลักษณ์มหาวิทยาลัยเสียหาย แม้ว่าจะเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลก็ตาม

 

รศ.โรม กล่าวต่อไปว่า หลังจากที่คุณกรรณิการ์ได้ยื่นหนังสือไป ตนจึงได้เรียกผู้อำนวยการสถาบันภาษาฯมาพบทันที เพื่อชี้แจงในประเด็นต่างๆ ซึ่งทางผู้อำนวยการสถาบันภาษาเขายอมรับกับผมว่าเขาบกพร่องในเรื่องของการแปลจริงตามที่ได้มีข้อร้องเรียนมา แต่ไม่ได้ผิดไปทั้งหมดทุกชิ้นงาน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องเข้าใจผู้อำนวยการ ส่วนที่เป็นจุดบกพร่องก็ต้องยอมรับเพื่อนำไปพัฒนาเพื่อแก้ไขต่อไป ทางท่านผู้อำนวยการก็รับว่าจะไปแก้ไข

 

"สำหรับด้านพฤติกรรมนั้นท่านผู้อำนวยการสถาบันภาษา ได้ชี้แจงว่า ท่านเองก็เสียใจอย่างยิ่งที่ได้โทรศัพท์ไปอย่างนั้น ท่านสารภาพกับผมว่าเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นมาชั่ววูบ เพราะได้ทำงานให้กับ Asia calling มาเป็นระยะเวลายาวนาน พอทราบเรื่องจึงเกิดเป็นอารมณ์ชั่ววูบขึ้นมา เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้เครดิตสถาบันภาษาฯนั้นไม่ดี และรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น"

 

"ผมเองได้ตักเตือนและตำหนิว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นสิ่งที่ไม่งดงาม ท่านก็รับฟัง และขอโทษ และอยากส่งสาสน์นี้ไปยังคุณกรรณิกาในทันที แต่ติดที่ว่าเป็นวันเสาร์อาทิตย์ และมีภารกิจที่ต้องทำ แต่ก็อยากให้เรื่องนี้ยุติโดยเร็ว"

 

เมื่อสอบถามว่าทางมหาวิทยาลัยจะทำหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อ Asia calling หรือไม่นั้น รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชี้แจงว่า ประเด็นนี้ต้องพูดคุยกับ Asia calling และทางมหาวิทยาลัยต้องหาหน่วยงานที่สามารถแปลงานของ Asia calling เพราะคนที่แปลได้จะต้องมีความเข้าใจในเรื่องข่าว ไม่ใช่เฉพาะความเข้าใจเรื่องภาษาเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก แต่ทางสถาบันภาษาเอง ในการติดตามข่าวสารอาจจะไม่ได้เท่าเทียมกับสำนักข่าวหรือผู้ที่อยู่ในวงการข่าว ก็ทำให้การแปลข่าวนั้นมีความบกพร่องตรงนี้จะได้หารือกับผู้ประสานงานของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และทางAsia calling ว่าจะให้ส่วนไหนรับแปลไป ทั้งนี้จะมีการไปชี้แจงกับผู้อำนวยการสถาบันภาษาประเด็นนี้ด้วยว่า การแปลนั้นมีบริบทซับซ้อนกว่าเรื่องเทคนิคและการใช้ภาษา พูดง่ายๆ ว่าจะต้องมีความรู้เรื่องข่าว และรู้เรื่องข่าวด้วยว่ามันเกิดอะไรขึ้น จะต้องรู้จักชื่อบุคคลในข่าวว่าเป็นใคร อย่างไร ต้องติดตามสถานการณ์ข่าวที่เกิดขึ้นด้วย

 

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ต.ค. นางกรรณิกา เพชรแก้ว ได้เข้าแจ้งความคดีอาญาฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า ณ สถานีตำรวจภูธร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ โดยเจ้าพนักงานได้รับแจ้งความไว้แล้ว พร้อมกันนั้นในช่วงบ่ายของวันนี้ ผู้สื่อข่าว Asia calling ยังได้ยื่นหนังสือติดตามผลการร้องเรียน ถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยข้อความมีเนื้อหาดังนี้

 

"ข้อร้องเรียนของดิฉันเพียงต้องการให้มหาวิทยาลัยตรวจสอบการคุกคามที่เกิดขึ้น ชี้แจงให้ผู้กระทำทราบถึงการทำหน้าที่โดยสุจริตของดิฉัน ขอการรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรจากทางมหาวิทยาลัยว่าจะไม่เกิดพฤติกรรมเช่นนี้อีกในสถาบันการศึกษาอันทรงเกียรตินี้  และขอให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตรวจสอบคุณภาพการแปลของสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดิฉันไม่อาจเอื้อมเรียกร้องคำขออภัยจากมหาวิทยาลัย เพราะมหาวิทยาลัยไม่ได้มีความผิดแต่อย่างใด ดิฉันซาบซึ้งอย่างยิ่งในการแสดงความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัยฯ แต่เห็นว่าสถาบันไม่ควรถูกลากเข้ามารับผิดชอบ  มหาวิทยาลัยไม่ได้มีไว้เป็นเกราะกำบังให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งกระทำในสิ่งอันไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ ผู้กระทำพึงรับผิดชอบการกระทำของตน"

 

เนื้อความในจดหมายระบุอีกว่า หากจะมีความผิดพลาดบกพร่องเกิดขึ้นในกระบวนการภายใน ก็เป็นเรื่องที่มหาวิทยาลัยจะดำเนินการแก้ไขได้เองต่อไป  ดิฉันน้อมเสนอประเด็นที่ต้องการให้เกิดขึ้นมากกว่าการเจรจาขออภัย มาเพื่อท่านได้โปรดพิจารณา ดิฉันเห็นว่าเป็นทางที่จะบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้

 

1.       ขอหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการ จากสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ลงนามโดยผู้อำนวยการคนปัจจุบัน ถึงสำนักข่าว Asia Calling ยืนยันว่า การทักท้วงเรื่องการแปลบทรายการวิทยุของสำนักข่าว Asia Calling ของดิฉันเป็นการดำเนินการโดยสุจริต  จากการตรวจสอบพบว่ามีการแปลผิดจริงหลายครั้ง และการแปลนั้นได้ส่งผลให้เกิดความคลาดเคลื่อนในเนื้อหาที่สำนักข่าว Asia Callingต้องการเสนอ  ส่วนสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะแสดงความรับผิดชอบต่อสำนักข่าว Asia Calling อย่างไรต่อไป ดิฉันไม่ก้าวล่วง

 

2.       ขอหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่า จะให้มีการตรวจสอบคุณภาพการแปลของสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมทั้งตรวจสอบย้อนหลังผลงานแปลที่เกี่ยวข้องกับสำนักข่าว Asia Calling ตลอดเวลา1ปีที่ผ่านมา ขอทราบกรอบเวลา บุคคลที่รับผิดชอบ และวันรายงานผลที่ชัดเจน

 

3.       สำหรับบุคคลที่กระทำการคุกคามทางวาจาต่อดิฉัน ดิฉันปฏิเสธการพบปะ และปฏิเสธคำขอขมา แต่ขอคำชี้แจงในประเด็นดังต่อไปนี้เป็นลายลักษณ์อักษร

 

3.1     ในบทสนทนาทางโทรศัพท์ ที่กล่าวกับดิฉันว่า "ผมถือว่าคุณกรรณิกาก็ไม่มีจรรยาบรรณเหมือนกัน"นั้น จรรยาบรรณเป็นศีลอันละเมิดมิได้ของสื่อมวลชน การถูกกล่าวหาว่าไม่มีจรรยาบรรณ เป็นข้อกล่าวหารุนแรงที่สุดในชีวิตที่ดิฉันเคยได้รับ จึงต้องการให้อธิบายว่าการกระทำใดของดิฉันที่ถือว่าไม่มีจรรยาบรรณ?

 

3.2     ในบทสนทนาทางโทรศัพท์ ที่กล่าวกับดิฉันว่า  "ผมอยากสอนคุณกรรณิกาอย่างหนึ่งว่า เวลาใช้ภาษาไทยกรุณาสำรวมด้วย มิฉะนั้นเนี่ย มันจะเป็นเพียงเหมือน.....เหมือน... ไม่ล่ะ ผมไม่อยากพูด เดี๋ยวมันจะหยาบคายไปกว่านี้"   ถ้อยคำใดของดิฉันที่ไม่สำรวม?  และคำที่เว้นไว้ โดยกล่าวว่าหากพูดไปจะเป็นการหยาบคายไปมากกว่านี้ ขอให้ระบุชัดเจนว่าเหมือนอะไร?

 

3.3     ในบทสนทนาทางโทรศัพท์ ที่กล่าวว่า  "โอ้โห มสธ.(เน้นเสียง)มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ผมน่าจะซื้อตั๋วเครื่องบินไปวันนี้แล้วไปกราบแทบเท้าเลยนะ"  จุดประสงค์ในการพูดคืออะไร?

 

3.4     ขอคำอธิบายว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ท่านคิดว่าท่านควรอยู่ในตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต่อไปหรือไม่?

สำหรับรายะละเอียดและความคืบหน้าในด้านต่างๆ นั้นสำนักข่าวประชาธรรมจะติดตามนำเสนอต่อไป.

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร