มุ่งสู่ความสุขอันเบาบาง: คำถามจากลี่เจียง

Sun, 10/13/2013 - 12:24 -- ประชาธรรม

26 พ.ค. 2555

 

ผมเดินทางมาถึงลี่เจียงมณฑลหยุนหนานเป็นเวลา 2 วันแล้ว  ที่นี่ผมกับเพื่อนอีกสองคนเอาแต่เดินถือกล้องตามหลังเพื่อนคนหนึ่งซึ่งทำหน้าที่คล้ายหัวหน้าทีมต้อยๆเนื่องจากพวกเราพูดภาษาจีนไม่เป็น การมาลี่เจียงครั้งนี้ คณะของเราสมมติตัวเองว่าเป็น "ผู้สังเกตการณ์"การจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยให้คนในพื้นที่หรือกลุ่มชาติพันธุ์มีบทบาทสำคัญ  ดังนั้น หัวหน้าทีมของเราจึงทำหน้าที่หนักเป็นพิเศษทั้งนำทาง แปลภาษา และค้นหา "ผู้ให้ข้อมูล" เท่าที่สถานการณ์จะเอื้ออำนวย

 

ลี่เจียงที่ผมรู้จักผ่านคือเมืองเก่าที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกจากยูเนสโกด้วยเหตุผลทางสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมน่าซี (Nazi)ซึ่งเป็นชนชาติส่วนน้อยในประเทศจีนและมีภาษาเขียนงดงามดั่งภาพวาด  ชนชาติน่าซีขึ้นชื่อในความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมและการค้นหาวิธีการจัดการท่องเที่ยวได้ดีเยี่ยม  นอกจากนี้เมืองลี่เจียงของพวกเค้ายังเคยเป็นสถานนัดพบทางการค้าของกองคาราวานบนเส้นทางสายไหมแนวตะวันตกเฉียงใต้โดยมีชาผูเออร์เป็นสินค้าอันลือชื่อ ด้วยเหตุผลทั้งหมด ลี่เจียงจึงคล้ายเป็นแม่เหล็กขนาดใหญ่และเย้ายวนให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาเยือนกันอย่างไม่ขาดสาย

 

ใช่ผมวาดฝันถึงการเดินลัดเลาะในตรอกซอกซอยซึ่งแวดล้อมไปด้วยตึกรามบ้านช่องรูปทรงสวยงามท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย นึกฝันถึงเสียงเกือกม้าดังกุบกับคลอเสียงกระพรวนรวมไปถึงอัธยาศัยจากคนน่าซีซึ่งพร้อมให้ความรู้และวิธีการดำเนินการต่างๆอย่างเป็นมิตร  ทว่าภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้ผมรู้สึกรำคาญตามาก บรรยากาศที่แออัดด้วยนักท่องเที่ยวหลากเชื้อชาติที่พากันมา "ชม ชิม ช้อป"จำนวนเรือนหมื่นคนต่อวัน ทั้งนี้ยังไม่นับควันไฟจากการปรุงอาหารและเสียงคุยขโมงโฉงเฉงที่อื้ออึงไปทั่ว  มองไปรอบตัวในรัศมีไม่เกินสองเมตรก็จะพบคนถือกล้องถ่ายรูประดับมืออาชีพบางคนก็ตั้งท่าเล็งตึกเก่า เล็งซุ้มประตูแต่มุมยอดนิยมคงเป็นมุมโค้งสะพานใต้ต้นหลิวซึ่งมีสายน้ำพริ้วไหวเป็นระลอกอยู่เบื้องล่าง

 

ตกดึกบรรยากาศที่เมืองเก่าลี่เจียงยิ่งคึกคักและสว่างไสวไปด้วยการประดับประดาไฟสีสันต่างๆเสียงคนตะโกนขายของเซ็งแซ่กว่าเดิม บนลานวัฒนธรรมมีการเต้นรำของน่าซี นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปร่วมเต้นได้แต่เท่าที่ผมสังเกตนักท่องเที่ยวส่วนมากจะยืนแทะเนื้อจามรีอบแห้งหรือไม่ก็กินเนื้อแพะย่างพร้อมกับชมการเต้นรำอย่างเพลิดเพลินใจมากกว่า สถานที่ซึ่งนักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมมากที่สุดเห็นจะเป็นถนนสายหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยบาร์เบียร์รูปแบบต่างๆร้านรวงเหล่านี้เปิดบริการควบคู่กับการแสดงทางวัฒนธรรมของกลุ่มชนชาติต่างๆโดยเฉพาะชาวน่าซีและธิเบต ผมเห็นสาวบาร์เบียร์ในชุดชนชาติซึ่งประยุกต์ให้มีความน่าดึงดูดทางเพศมากขึ้นเห็นนักท่องเที่ยวเมาเบียร์ส่งเสียงเอะอะแข่งกับเสียงดนตรี  บางคนถอดเสื้อลุกขึ้นเต้นขณะที่บางคนเมาฟุบไปเรียบร้อยแล้ว

 

ก็อย่างที่หลายคนเอ่ย...นักท่องเที่ยวคนใดก็ตามที่คาดหวังกับความจริงแท้ทางวัฒนธรรมเขาหรือเธอคนนั้นก็อาจพบกับความผิดหวังตลอดกาล...

 

เช้าวันรุ่งขึ้น ผมตัดสินใจว่าในเมื่อไม่มีสิ่งที่ต้องการเห็น  ผมก็ขอเป็นนักท่องเที่ยวเต็มคราบสักวัน จากนั้นผมก็พยายามเดินแยกตัวจากคณะเป็นระยะๆ เพื่อเดินลัดเลาะค้นหามุมและอิริยาบทต่างๆของลี่เจียง ในช่วงครึ่งวันแรก ผมถ่ายภาพได้หลากหลายมากแต่ในบรรดากลุ่มภาพที่มีน้อยที่สุดเห็นจะเป็นภาพคนโดยเฉพาะชนชาติน่าซีซึ่งค่อนข้างยิ้มยากและไม่ค่อยคุยกับคนแปลกหน้าเท่าไรนัก  ชาวน่าซีที่ไม่ได้ประกอบอาชีพค้าขายยิ่งมีลักษณะเก็บตัว มักพูดคุยกันเองภายในกลุ่ม

 

ตกบ่ายผมเห็นผู้สูงวัยน่าซีท่านหนึ่งนั่งอยู่หน้าบ้านสายตาของเธอเหม่อมองไปยังกลุ่มนั่งท่องเที่ยวมากมายบนถนน แรงปรารถนาของผมต่อการบันทึกภาพชีวิตประจำวันของชาวน่าซีบังเกิดขึ้นอย่างรุนแรง  กล้องถูกหยิบขึ้นไปใกล้เธอจนได้ระยะผู้สูงวัยท่านนั้นขยับตัวเล็กน้อย  ผมนึกถึงภาพที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าหากภาพออกมาดี ผมจะโชว์ภาพให้เธอดูและเธออาจจะยิ้มหรือหัวเราะชอบใจเมื่อได้เห็น และอาจทำให้ผมมีโอกาสสัมผัสชีวิตชาวน่าซีมากขึ้น

 

ก่อนชัตเตอร์จะลั่นกล้องของผมถูกตบอย่างแรงบริเวณเลนส์ตามมาด้วยเสียงโวยวายในภาษาน่าซี  ผมรู้สึกโกรธและตกใจมากปากก็สำลักคำขอโทษทั้งในภาษาอังกฤษและไทย ดวงตาซึ่งฉายแววไม่เป็นมิตรของเธอจับจ้องมาที่ตาของผม  ผมนั่งบื้ออยู่ตรงที่เดิมนานนับนาทีโดยมีผู้สูงวัยท่านนั้นนั่งอยู่ข้างๆ  เราไม่มีคำพูดใดๆต่อกันและต่างใช้ความเงียบเป็นภาษากำหนดความสัมพันธ์

 

กระทั่งผมต้องเป็นฝ่ายเดินออกไปด้วยใจที่อับอาย?

 

คืนนั้นผมนอนไม่หลับ ในฐานะนักเรียนมานุษยวิทยาซึ่งถูกอบรบเรื่องจริยธรรมของการเก็บข้อมูลสนามอย่างเข้มงวด ผมเริ่มตระหนักว่าตนได้กระทำผิดด้วยการล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวของคนน่าซีเสียแล้ว(แม้เราจะสามารถถกเถียงกันได้ว่าเส้นแบ่งทางจริยธรรมของการเก็บข้อมูลสนามนั้นมีความเบาบางอ่อนไหวเพียงไร) ชาวน่าซีที่นี่คงมีความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมจริงๆ  การที่พวกเค้า "ถูกท่องเที่ยว" แบบทะลุทะลวงแทบทุกวันคงทำให้การดำเนินชีวิตตามปกติมีความยากขึ้นเพราะมองไปทางไหนก็จะมีแต่กล้องถ่ายภาพตามติดเป็นเงา  ดังนั้นการหลีกเลี่ยงที่จะพูดคุยกับนักท่องเที่ยว อาการบ่นโวยวาย รวมไปถึง "การตบ" จึงเป็นเสมือนการพิทักษ์รักษาตัวตนบางด้านที่คนน่าซีอยากสงวนไว้ ผมเชื่อว่าทั้งหมดนี้คือการปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นคนของตนเองมิให้ถูกลดทอนไปมากกว่านี้

 

แม้จะพยายามหาเหตุผลมากมายมาอธิบาย ผมก็ไม่สามารถข่มตาให้หลับหรือช่วยให้ความรู้สึกผิดลดน้อยลง ใจที่สับสนทำให้นึกถึงประสบการณ์ถ่ายภาพที่ภูฏาน  ที่นั่นกล้องคือสิ่งเชื่อมสัมพันธ์ชั้นดีระหว่างนักท่องเที่ยวกับคนท้องถิ่น  ที่นั่น คนทุกเพศทุกวัยต่างยิ้มแย้มต้อนรับประหนึ่งต้องการให้รูปของตนถูกบันทึกไว้ในกล้องทุกตัว มันช่างตรงข้ามกับเหตุการณ์ที่ผมประสบในวันนี้ ผมยิ่งข่มตาไม่ลงเพราะเมื่อผูกโยงประสบการณ์ทั้งสองเข้าด้วยกัน ผมไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดคนภูฏานถึงยอมถูกถ่ายรูปได้ทั้งวันทั้งยังยินดีให้เข้าไปบันทึกภาพถึงห้องพระห้องนอน ห้องครัว หรือแม้กระทั่งในยามประกอบพิธีกรรมเฉพาะภายในครอบครัวและพิธีกรรมที่กระทำภายในชุมชน

 

ที่ภูฏานผมถือสิทธิอะไรไปถ่ายรูปคนที่นั่นอย่างเมามันถ่ายแล้วถ่ายอีกควบคู่กับการทึกทักไปเองว่าคนภูฏานมีไมตรีที่งดงาม  ผมไม่เข้าใจเบื้องหลังของรอยยิ้มเหล่านั้นเลยแม้ผมจะไม่เชื่อในเรื่อง "ความสุขมวลรวม" แต่ก็มีความหลงไหลภูฏานอยู่มาก แต่ผมหลงไหลไปกับเรื่องอะไรบ้างหรือผมหลงไหลไปกับภาวะยินยอมของผู้คนท่ามกลางสภาพภูมิศาสตร์อันงดงาม ผมไปภูฏานเพียงเพราะเรื่องพวกนี้หน่ะหรือ...ไปเพื่อแสดงอำนาจของนักท่องเที่ยวในคราบนักวิชาการปลาบปลื้มใจกับภาพถ่ายที่สวยงามซึ่งมีใครก็ไม่รู้อยู่ในภาพ ฯลฯ

 

ในราตรีที่ยาวนานเป็นพิเศษสำนึกของผมเวียนวนอยู่กับคำถามต่างๆ ทั้งที่เกิดขึ้นในลี่เจียงและภูฏาน  ก่อนที่โสตประสาทจะปฏิเสธการรับรู้ทั้งมวล  คำถามสุดท้ายได้โลดแล่นเข้ามา "หากคนภูฏานไม่ได้ใช้วิธีการตบกล้องนักท่องเที่ยวอย่างชาวน่าซี  พวกเค้าใช้วิธีการใดปกป้องศักดิ์ศรีของตน  คนภูฏานคิดถึงภาพที่ตนเองถูกถ่ายอย่างไรคิดถึงการท่องเที่ยวอย่างไร เส้นแบ่งระหว่างการแสดงตัวตนเพื่อรองรับการท่องเที่ยวกับตัวตนที่ต้องเก็บซ่อนเอาไว้คืออะไร..."

 

คืนนั้นผมฝันถึงภูฏาน...

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร