คนงานบ.จอร์จี้ เปิดเจรจารอบ 4 ยังไม่คืบ นายจ้างเตะข้อเสนอไปพิจารณาปีหน้า

Wed, 11/06/2013 - 23:54 -- ประชาธรรม

สืบเนื่องจากกรณีพนักงานในบริษัท จอร์จี้ แอนด์ ลู จำกัด จ.เชียงใหม่ มากกว่า 300 คน ได้ทำการประท้วงภายในโรงงาน เนื่องจากไม่พอใจที่นายจ้างเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างของคนงานตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 56 เป็นต้นมา โดยลูกจ้างได้ยื่นข้อเสนอสำคัญ คือ ให้บริษัทกลับไปใช้ขั้นตอนการผลิตเดิมและปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมาย จนมีการเจรจาต่อรองเรื่อยมา (อ่านรายละเอียดที่ "คนงานบ.จอร์จี้ฮือประท้วงหน้าโรงงานอีกครั้งหลังนายจ้างเตะถ่วงการเจรจา)

 

ในการเจรจาครั้งที่สามเมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา บริษัทฯได้ยอมรับข้อเสนอของคนงาน 6 ข้อจาก 8 ข้อ ได้แก่ หนึ่ง บริษัทยอมยกเลิกการปรับเงินพนักงานในขั้นตอนการผลิตชิ้นละ 20 บาท กลับไปใช้ขั้นตอนการผลิตเดิมที่มีบุคคลตรวจสอบคุณภาพงาน( QC)

 

สอง บริษัทขอคัดเอกสารของพนักงานรายวัน รายเดือน และรายชิ้นมาคำนวณแล้วจะนำมาแจ้งพนักงาน เนื่องจากเห็นว่าข้อเรียกร้องให้บริษัทจ่ายค่าจ้างให้กับพนักงานรายเดือนขั้นต่ำเดือนละ 10,000 บาทนั้น ทางบริษัทไม่สามารถตกลงได้ โดยระบุว่าพนักงานได้ค่าจ้างมากกว่านั้นอยู่แล้ว

 

สาม  บริษัทเห็นชอบให้ยกเลิกสัญญาจ้างงานที่ให้พนักงานรายเดือนเป็นพนักงานรายวัน โดยให้เป็นพนักงานรายเดือนเช่นเดิม

 

สี่ บริษัทตกลงให้ยกเลิกสัญญาการจ้างงานฉบับใหม่ที่ให้พนักงานลงลายมือชื่อเมื่อ 11 ต.ค. 2556 โดยพนักงานที่ต้องการยกเลิกสัญญาจ้างนี้สามารถไปแจ้งที่ฝ่ายบุคคลได้ตามความสมัครใจ

 

ห้า บริษัทเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องที่ว่าให้บริษัทยกเลิกระเบียบการลงโทษพนักงานที่ทำงานไม่ได้ตามเป้าเงินที่วางไว้คือ ไม่น้อยกว่าสองร้อยบาทต่อวัน ซึ่งหากทำไม่ได้ภายในหนึ่งเดือนจะถูกเลิกจ้าง

 

และหก บริษัทเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องที่ว่า สิทธิประโยชน์และสภาพการจ้างงานอื่นใดที่ได้รับอยู่ในปัจจุบันนอกจากข้อเรียกร้องนี้ให้บริษัทปฏิบัติไว้คงเดิม

 

ส่วนข้อเสนอของลูกจ้างที่บริษัทยังไม่ตกลง คือ การจ่ายเงินให้พนักงานรายชิ้นที่ทำได้จริงไม่ต่ำกว่า 310 บาท โดยเสนอจ่ายเพียงแค่ 307 บาท และข้อเรียกร้องที่ว่าให้จ่ายโบนัสประจำปี 1 เท่าของเงินเดือนให้เป็นมาตรฐานเดียว มิใช่เฉพาะแต่พนักงานที่เซ็นสัญญาใหม่ หรือเข้าโครงการทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ และ 8 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น

 

ด้วยเหตุดังกล่าวจึงทำให้ทั้งสองฝ่ายนัดเจรจาอีกครั้งในวันนี้( 6 พ.ย.56) เวลา 16.30 น.

 

ล่าสุด ผลการเจรจาในส่วนนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยบริษัทยังยืนยันว่าจะพิจารณาข้อเสนอนี้ในปีหน้า ส่วนฝ่ายลูกจ้างอยากให้มีข้อสรุปโดยเร็ว จึงทำให้ตกลงกันไม่ได้ นอกจากนี้ นายจ้างยังส่งลินลา จี้รัฐ ฝ่ายบุคคลของบริษัทมาเจรจาแทน ทำให้ไม่สามารถตัดสินใจใดๆได้ ด้วยเหตุนี้จึงยังไม่มีการนัดเจรจาครั้งต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม ตัวแทนลูกจ้างได้ทวงถามข้อเสนอที่ได้ตกลงกันไว้ในการเจรจาก่อนหน้านี้ ซึ่งตัวแทนบริษัทได้ลงนามตกลงทำตามข้อเรียกร้องที่เจรจาในครั้งที่แล้ว พร้อมกันนั้นยังได้เสนอข้อเรียกร้องเพิ่มเติม คือ ให้บริษัทรับพนักงานที่ยื่นใบลาออกแล้ว แต่มีความประสงค์จะกลับมาทำงานในอัตราค่าจ้างเดิม และหน้าที่เดิม และนับอายุงานต่อ เนื่องจากเห็นว่าที่ผ่านมาถูกการเปลี่ยนสภาพการจ้างงานบีบให้ต้องยื่นลาออก ซึ่งข้อเรียกร้องนี้ตัวแทนบริษัทจะส่งให้บริษัทพิจารณาอีกที

 

นางอรวรรณ ไชยวงศ์ ตัวแทนลูกจ้าง กล่าวว่า ในการเจรจาครั้งที่สามนั้นนายจ้างไม่ยอมรับข้อเสนอการจ่ายเงินให้พนักงานรายชิ้นที่ทำได้จริงไม่ต่ำกว่า 310 บาทโดยบริษัทอ้างว่าได้จ่ายเกินในราคา 307 บาทไปแล้ว พวกตนจึงเห็นว่าช่องว่างของราคาไม่มากนัก และสามารถนำมาเจรจาวันหลังได้ จึงข้ามไป

 

"จริงๆ ราคา 310 บาท มันเป็นขั้นต่ำที่เราควรได้ต่อชิ้น เพราะจะทำให้เรามีรายได้มากขึ้น"

 

"หากเราไล่ดูข้อเสนอ จะเห็นว่า บริษัทตกลงรับข้อเสนอเฉพาะเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงิน ส่วนเรื่องที่เกี่ยวกับเงินเขาไม่รับ ซึ่งมีแค่สองข้อจากหกข้อ บริษัทพยายามบ่ายเบี่ยง และยังเจรจาไม่ได้จนถึงตอนนี้ เรื่องโบนัสก็เหมือนกัน เราแค่อยากให้จ่ายโบนัสเป็นมาตรฐานเดียว บริษัทบอกกับเราว่าปีนี้ไม่มีโบนัส แต่ทำไมถึงจ่ายเงินให้เฉพาะกับคนที่มาเซ็นสัญญาทำงานใหม่ พอเราท้วงประเด็นนี้บริษัทก็บอกว่าไม่ใช่โบนัสแต่เป็นรางวัลสำหรับคนทำงาน"

 

 

"ตอนนี้บริษัทมีโครงการใหม่มาอีก ใครอยากเข้าร่วมโครงการก็ไปเข้าร่วมได้ คือโครงการเข้า 8 ชั่วโมงเต็ม คนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รางวัลเป็นโบนัสหนึ่งเดือน คือในระยะสองเดือนนี้ถ้าใครเข้าร่วมเขาจะให้รางวัล โดยหนึ่งสัปดาห์ต้องทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ และ 8 ชั่วโมงต่อวัน โดยไม่ขาด ลา นอกกฎระเบียบ หรือมาสายเท่านั้น"

 

นางอรวรรณ กล่าวอีกว่า พวกตนไม่คิดว่าเจรจาครั้งนี้จะจบง่ายๆเพียงแค่บริษัทรับข้อเสนอ เพราะมีแนวโน้มว่าบริษัทจะย้ายไปตั้งโรงงานที่อ.แม่สอด จ.ตากเพื่อทำการผลิตเพียงแห่งเดียว ตอนนี้เห็นสัญญาณในโรงงานหลายอย่าง นอกเหนือจากการเปลี่ยนสภาพการจ้างงานแล้ว ยังมีการย้ายอุปกรณ์ เช่น กล่องเก็บผ้าขนาดใหญ่ไปที่โรงงานใหม่ เอาหัวหน้าคนงานชาวฟิลิปปินส์ไปคุมงานที่นั้น  ซึ่งหมายความว่า แม้การเรียกร้องครั้งนี้จะลุล่วงไป แต่ก็จะมีกลยุทธ์แบบใหม่เพื่อบีบบคนงานให้ลาออกจากนายจ้างมาอีก

 

"ถ้าเขาจะย้ายจริง ก็ต้องจ่ายค่าชดเชย เพราะอายุงานของแต่ละคนไม่ต่ำกว่า 6 ปี บริษัทจึงไม่อยากจ่าย และพยายามให้เซ็นสัญญาตัวใหม่ แต่ถ้าเซ็นสัญญาตัวใหม่ก็จะเป็นการเซ็นสัญญาแบบพิเศษ เพราะบอกระยะเวลาสิ้นสุดการจ้าง แต่อันเก่าเป็นปลายเปิด จ้างเราจนเกษียณอายุ และนี่เป็นเหตุที่เราต้องยื่นข้อเสนอเพื่อรักษาสิทธิของเราไว้"

 

"สำหรับการเจรจาข้อเสนอที่บริษัทยังไม่ได้ตกลง เราจะดูท่าทีของบริษัทอีกทีว่า จะเจรจากับเราต่อ หรือว่าจะกลายเป็นกรณีพิพาท ถ้าพิพาทก็คงต้องว่ากันกรมแรงงานฯ" ตัวแทนคนงานกล่าว

 

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ระหว่างที่ตัวแทนคนงานทั้ง 7 เข้าเจรจากับทางบริษัทฯ มีการชุมนุมหน้าโรงงานเพื่อให้กำลังใจ

 

อนึ่ง พนักงานในบริษัท จอร์จี้ แอนด์ ลู จำกัด จ.เชียงใหม่มีจำนวน 450 คน ณ ตอนนี้มีคนลงชื่อเรียกร้องเปลี่ยนสภาพการจ้างงานจำนวน 300 คน เป็นที่น่าสังเกตว่าคนงานที่ลงชื่อเป็นกลุ่มที่อยู่ในสายพานการผลิตตัดเย็บเสื้อผ้าทั้งหมด

 

บริษัท จอร์จี้แอนด์ลู  จดทะเบียนในประเทศไทยเมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2549 ด้วยทุนจดทะเบียน 24 ล้านบาท (ข้อมูลการลงทุนตามสัญชาติเป็นสัญชาติฮ่องกง 100%) เป็นบริษัทที่ผลิตสินค้า ของยี่ห้อ Neon Buddha ซึ่งมีสโลแกนว่า "นีออนบุดดา เริ่มจากความคิดการผลิตเสื้อผ้าเพื่อวิถีชีวิตที่หลากหลายทั้ง ชุดสำหรับการเดินทาง  ชุดอยู่กับบ้านชุดทำงาน ชุดโยคะ และชุดของคุณ ทุกชุดออกแบบในประเทศแคนนาดา โดย ชานอน พาสเซโร และ จัดการผลิตโดยทีมผู้หญิง 500 คน ในจังหวัดเชียงใหม่ ของประเทศไทย เสื้อผ้าของเรา เป็น ผ้าฝ้ายที่ซักก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิต   ทีมงานและสิ่งแวดล้อมช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เรา ออกแบบและผลิตสินค้า ที่ใส่สบาย ในทุกเวลา  ทำให้เรารู้สึกถึงการเป็นสมาชิกของชุมชนโลก  เราบริจาค 1 %ของทุกการขายสินค้าทุกชิ้น ให้ กับโครงการต่าง ๆ เพื่อทำให้โลกใบนี้น่าอยู่มากขึ้น"

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร