พลเมืองชม.เปิดเวทีสภาปฏิรูปฯเสนอเปลี่ยนโครงสร้างสังคม-การเมืองดันกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

Fri, 12/27/2013 - 18:54 -- ประชาธรรม

วันนี้ (27 .. 56) องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับภาคีขับเคลื่อนเชียงใหม่จัดการตนเอง เปิดเวทีพลเมืองเชียงใหม่ร่วมปฏิรูปประเทศไทย ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อบจ. เชียงใหม่ ภายในเวทีมีเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ได้เสนอรูปธรรมปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งระดับท้องถิ่นถึงระดับชาตินำไปสู่ข้อเสนอปฏิรูปประเทศไทย

สุรีรัตน์ ตรีมรรคา เครือข่ายสุขภาพ กล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปด้านสุขภาพว่า คิดว่าสิ่งที่เสนอมาจากประสบการณ์การทำงานด้านสุขภาพ ต้องยืนบนหลักการในการมีส่วนร่วมของประชาชน ประชาชนต้องมีส่วนร่วม ถ้าหลายคนหลายส่วนอยากมีส่วนร่วมจะต้องเปิดเวที และพูดคุยกันด้วยสันติ ตอนนี้การชุมนุมใครก็ออกมาชุมนุม เกิดการชุมนุมยืดเยื้อ หาทางลงไม่ได้ ทางรัฐบาลก็ต้องใช้ความอดทน

"อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอที่ชัดเจนที่สุด คือการปฏิรูปทางการเมืองจะต้องมีการปฏิรูปทางสังคม  ประเทศไทยจะต้องเป็นรัฐสวัสดิการ ด้านการศึกษาที่ให้เรียนฟรีแต่ยังไม่ฟรีอย่างแท้จริง รัฐต้องรับประกันโดยมีสวัสดิการครอบครัวที่มีแม่เลี้ยงเดี่ยว พ่อเลี้ยงเดี่ยว และรัฐจะต้องจัดการให้มีบำนาญประชาชนไม่ใช่เบี้ยเลี้ยงชีพผู้สูงอายุ ประชาชนไม่เฉพาะคนกลุ่มหรือสองกลุ่มที่ได้รับบำนาญ แต่ประชาชนที่ยากจน หรือประชาชนทั่วไปต้องได้รับบำนาญประชาชนที่เท่าเทียมกัน สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นหากจะดำเนินการให้เป็นผลสำเร็จ จะต้องปฏิรูประบบภาษีที่ดินและทรัพย์สิน ทั้งนี้ทุกคนต้องได้รับการเยียวยา มีความเท่าเทียมและเสมอภาคกัน"

อารักษ์  หาญฤทธิ์ ตัวแทนสมาพันธ์ครูจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปด้านการศึกษาว่า ทุกคนจะต้องได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง เท่าเทียมและมีคุณภาพ หลักการจัดการศึกษาจะต้องให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย หลักสูตรการศึกษา จะต้องให้มีการกำหนดหลักสูตรของท้องถิ่นเองด้วย

ประสิทธิ์ อุปทัง ตัวแทนจาก นปช.ดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การสะท้อนปัญหาของแต่ละองค์กรมีปัญหาที่หลากหลาย แนวทางในการปฏิรูปหาทางออกประเทศไทย ไม่ใช่เป็นเรื่องของใครคนใดคนหนึ่งหรือความคิดของคนใดคนหนึ่ง ซึ่งการแก้ปัญหาของชาวบ้านในระดับท้องถิ่นเราสามารถพูดคุยกันได้ง่ายกว่า แต่สิ่งที่หาข้อตกลงหรือไม่สามารถพูดคุยกันได้คือกลุ่มที่อยู่ด้านบนเมื่อพูดคุยกันไม่ได้ คนที่ได้รับผลกระทบคือประชาชน อย่างไรก็ตามนักการเมืองส่วนบนจะต้องดูแลประชาชน

"สิ่งที่ต้องการให้มีการปฏิรูป สิ่งแรกคือ ศาลรัฐธรรมนูญ   สอง การศึกษาการแบ่งชั้นวรรณะความเหลื่อมล้ำในการศึกษา คนจะต้องเท่าเทียมกัน สาม ปฏิรูปตัวนักการเมือง เช่นการโกง คอร์รัปชั่น และสี่ประชาชนร่วมพูดคุยผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหา"

สุมิตรชัย หัตถสาร นักกฎหมายและอดีตเลขาธิการกป.อพช.ภาคเหนือ กล่าวว่า ความขัดแย้งในประเทศไทยยังเป็นคู่ขัดแย้งเดิม ปัจจุบันยังมีความพยายามของแต่ละฝ่ายพูดถึงการปฏิรูป แต่วิธีการต่างกัน ครั้งที่มีการปฏิรูปการเมืองครั้งแรก หลังจากการเกิดรัฐธรรมนูญปี2540 มันมีอีกหนึ่งการเมืองที่เกิดขึ้น คือ การเมืองภาคประชาชน แต่หลายปีที่ผ่านมาถูกลดบทบาทลงอย่างมาก หลังการเมืองเสื้อสีทำให้การเมืองภาคประชาชนถูกดึงเข้าไปเป็นคู่ความขัดแย้งทางการเมืองของชนชั้นนำทั้งสองฝ่าย

"ข้อเสนอคือ หนึ่ง การลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน ผมมองว่าการช่วงชิงการปฏิรูปครั้งนี้ จะต้องช่วงชิงอุดมการณ์การนำของการปฏิรูปด้วย แต่ทว่าภาคประชาชนเสนอไม่ชัดเจน หรือเข้าไปอยู่ในฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มีอุดมการณ์ของการที่จะเข้าไปดีเบตในการปฏิรูป ก็ไม่มีทางการนำไปสู่การปฏิรูปที่แท้จริงได้ เพราะอีกฝ่ายพยายามช่วงชิงอำนาจของตัวเองเอาไว้เพื่อขจัดอีกฝ่ายออกไป ทั้งนี้ทุกพรรคการเมืองหรือทุกรัฐจะต้องสร้างสวัสดิการให้สังคม เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค การพักชำระหนี้ ฯลฯ

สอง ประเด็นเรื่องเนื้อหา เยอะแยะ ซึ่งผมมองว่าข้อเสนอมันมากพอสมควรแล้ว ทั้งนี้จะต้องมีองค์กรที่สังเคราะห์ข้อเสนอทั้งหมดออกมาเป็นรูปธรรมในการปฏิรูป คือ เรื่องหนึ่งๆจะต้องแก้กฎหมายหรือไม่ ถ้าแก้ ต้องระบุให้ชัดเจนว่าจะแก้กฎหมายใดบ้าง หากจะแก้รัฐธรรมนูญก็ต้องเขียนให้ชัดเป็นรูปธรรมว่าจะแก้มาตราใดบ้าง

สาม ทุกพรรคการเมืองต้องลงสัตยาบรรณ ระบบราชการของประเทศจะต้องลงสัตยาบรรณ และจะต้องมีรูปธรรมชัดเจนว่าจะต้องทำหรือไม่กระทำอะไรบ้าง ระบุระยะเวลา เพื่อเป็นพันธสัญญา การมีโรดแมพเพื่อให้ประชาชนได้เห็นภาพชัดเจนกันทั่วประเทศ"

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตัวแทนจากเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมือง สภาเกษตรกรดอยสะเก็ด เครือข่ายบ้านชุ่มเมืองเย็น องค์กรชุมชน หน่วยงานราชการท้องถิ่น และประชาชนทั่วไป เสนอแนวทางปฏิรูป โดยให้มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น จังหวัดให้มีการจัดการตนเอง เสนอปฏิรูประบบราชการ วงการตำรวจ และนักการเมือง เพื่อลดปัญหาคอร์รัปชั่น ลดสายระบบอุปถัมภ์ สนับสนุนให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด สนับสนุนภาคการเกษตร และให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดการในระดับกระบวนการและระดับนโยบาย อีกทั้งเสนอจุดยืนย้ำว่ายุติความขัดแย้ง ไม่เอารัฐประหาร สนับสนุนให้มีการเจรจา

เวลา 12.30 . เครือข่ายประชาชนได้ร่วมแถลงการณ์เรื่องทางออกประเทศไทย : เชียงใหม่จัดการตนเอง ดังนี้

แถลงการณ์เรื่องทางออกประเทศไทย : เชียงใหม่จัดการตนเอง

ปัญหาการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางเป็นสาเหตุ ของปัญหาเชิงโครงสร้างทำให้เกิดการแย่งชิงทรัพยากรและการกระจุกตัวของความเจริญ เช่นการอนุมัติและการดำเนินโครงกาขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบกับชุมชน การไม่อนุญาตให้ชุมชนใช้ทรัพยากร หรือภูมิปัญญาในการจัดการท้องถิ่น เช่น การจัดการป่าไม้ การจัดการลุ่มน้ำกลายเป็นสาเหตุของความเหลื่อมล้ำ และสร้างความขัดแย้งทางสังคม

ระบบที่มีความซับซ้อน ไร้ประสิทธิภาพในปัจจุบันนี้ไม่สอดคล้องกับความต้องการของคนในชุมชน ปะชาชนขาดพื้นที่การมีส่วนร่วมทางการเมือง มีการตรวจสอบได้ยากจึงจำเป็นต้องคืนอำนาจให้ชุมชนตัดสินใจ และกำหนดทิศทางของชุมชนได้ด้วยตนเองทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิต สวัสดิการ การศึกษา สาธารณสุข การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการกำหนดทิศทางการพัฒนาชุมชนโดยชุมชนเอง ปัญหาเชิงโครงสร้าง และความสัมพันธ์เขิงอำนาจที่ผูกขาดนี้ต้องให้ท้องถิ่นมีความอิสระในการกำหนดทิศทางการพัฒนาชุมชน การพัฒนารูปแบบการปกครองท้องถิ่น ให้สามารถจัดการตนเองได้จึงจะสามารถแก้ไจปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ   

ภาคีขับเคลื่อนเชียงใหม่จัดการตนเอง เป็นองค์กรเครือข่ายประชาชนที่ได้ผลักดันแนวทางปฏิรูปการกระจายอำนาจมานานกว่า 4 ปีในนามของ "จังหวัดจัดการตนเอง" และเพิ่งจะยกร่าง "พรบ.เขียงใหม่มหานคร พ.ศ....." แล้วเสร็จ โดยมาแนวคิดหลักคือกระจายอำนาจการปกครองของส่วนกลางที่ปรากฏผ่านการบริหารราชการส่วนภูมิภาคมาสู่องค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นรูปแบบใหม่เพื่อให้การบริหารจัดการและการบริการของรัฐใกล้ชิดและตอบสนองต่อประชาชนมากที่สุด นอกจากนั้นยังได้ร่วมกับเครือข่ายผลักดันจังหวัดตนเองในพื้นที่ต่าง ๆ มาโดยตลอด ขอสนับสนุนแนวทางการปฏิรูปการกระจายอำนาจในระดับโครงสร้างให้เป็นจริง และพร้อมจะสนับสนุนองค์กร/หน่วยงานของท่านในเรื่องดังกล่าวต่อไป

ภาคีขับเคลื่อนเชียงใหม่จัดการตนเองขอเสนอแนวทางปฏิบัติเพื่อการปฏิรูปการกระจายอำนาจที่มีการดำเนินการไว้แล้วเพื่อข้อมูลประกอบการตัดสินใจผลักดันการปฏิรูปการกระจายอำนาจให้เกิดเป็นผลปฏิบัติจริงได้โดยเร็วและสอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ดังนี้

1.ขอให้พรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองที่ประสงค์จะเข้าสู่อำนาจรัฐในอนาคตกระทำสัตยาบันจะผลักดันร่างพรบ.จังหวัดปกครองตนเอง พ.ศ........ ซึ่งได้ยกร่างโดยคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายแล้วเสร็จสามารถใช้งานได้ทันที

2.กรณีของการกระจายอำนาจสู่จังหวัดเชียงใหม่ ขอให้พรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองที่ประสงค์จะเข้าสู่อำนาจรัฐในอำนาคตกระทำสัตยาบันจะผลักดัน "ร่างพรบ.เชียงใหม่มหานคร พ.ศ....." ที่ได้จัดทำแล้วเสร็จผ่านการลงชื่อสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน ในจังหวัดเกิน 1 หมื่นรายชื่อและได้ยื่นไปยังสำนักงานเสขาธิการสภาพผู้แทนราษฎรไปแล้วปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบร่ายชื่อ โดยขอให้พิจารณาผลักดันเร่งรัดผ่านการอนุมัติของรัฐสภาเป็นกฎหมายบังคับใช้โดยเร็ว

3.ขอให้พรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองที่ประสงค์จะเข้าสู่อำนาจรัฐในอนาคตลงมือกระทำ หรือกระทำสัตยาบันจะผลักดันแต่งตั้ง "คณะกรรมการพิจารณาแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจสู่จังหวัดปกครองตนเอง" ขึ้นมาคณะหนึ่งโดยมีกรอบหน้าที่เพื่อเตรียมการกระจายอำนาจของการบริหารราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคไปยังจังหวัดต่าง ๆ อันเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญของประเทศและให้จัดทำแผนและขั้นตอนปฏิบัติในการกระจายถ่ายโอนอำนาจสู่ระดับจังหวัดขึ้นมา 1 ฉบับ

4.ขอให้รัฐบาลปัจจุบันหรือพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองที่ประสงค์จะเข้าสู่อำนาจรัฐในอนาคตนำข้อเสนอแนะแก้ไขกฎหมายอันเกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจจากส่วนกลางสู่การปกครองท้องถิ่นรูปแบบใหม่ภายใต้แนวคิด "จังหวัดปกครองตนเอง" ที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้รวบรวมเป็นแนวทางไว้แล้วไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยเร็ว

5.ขอให้ท่านซึ่งประกอบด้วยองค์กร/หน่วยงานตลอดถึงกลุ่มบุคคลที่ดำเนินการโดยรัฐบาล และไม่ใช่รัฐบาลทุกคณะได้โปรดสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนทั่วไปได้ทราบว่า แนวคิดการผลัดดันการปฏิรูปกระจายอำนาจไม่ได้เป็นผลงานของพรรคการเมือง/กลุ่มการเมืองหรือคณะขบวนใด ๆ โดยเฉพาะ เพราะว่าการผลักดันการกระจายอำนาจได้เริ่มดำเนินการโดยประชาชนกลุ่มต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องในระยะหลายปีมานี้จนก่อให้เกิดแนวคิดจังหวัดจัดการตนเองกระจายไปอย่างกว้างขวาง ให้ถือว่าการผลักดันการปฏิรูปกระจายอำนาจเป็นผลงานร่วมกันของประชาชนทุกหมู่เหล่า ไม่สังกัดกลุ่มค่ายพรรคหรือสีเสื้อใด ความรู้สึกเช่นนี้จะทำให้การผลัดดันการกระจายอำนาจจะต่อเนื่องยั่งยืนไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนรัฐบาลของพรรใดคณะใดเข้ามาในอนาคต

ภาคีขับเคลื่อนเชียงใหม่จัดการตนเองเชื่อว่าการผลัดดันการปฏิรูปกระขายอำนาจ ลดอำนาจรัฐเพิ่มอำนาจประชาชนถ่ายโอนอำนาจบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรจากการบริหารราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้ามาสู่ท้องถิ่นจะเป็นทางออกที่ยั่งยืนของประเทศร่วมกัน ทั้งยังจะเป็นทางออกในการแก้วิกฤตปัญหาขัดแย้งทางการเมืองที่เป็นอยู่ได้ ทั้งจะเป็นตัวเร่งให้เกิดพัฒนาการทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองด้านบวกต่อประเทศไทยอันเป็นที่รักของเราทุกคนต่อไป

 

ขอแสดงความนับถือ

ภาคีขับเคลื่อนเชียงใหม่จัดการตนเอง

 

 

 

ประชาธรรม บน เฟสบุ๊ก

คลังข้อมูล

ไฟล์เอกสาร